
ผุดเว็บแจ้งชื่อ'ผู้ขับขี่'ได้ใบเตือน!
นครบาล เปิดเว็บไซต์ " www.thaitrafficpolice.com " โพสต์ชื่อ "ผู้ขับขี่" ได้ใบเตือนผิดกฎจราจร ขณะที่ บก.จร.เผยยอดร้องเรียนแท็กซี่ 3 วัน 71 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 55 ผลการประชุมบริหารงานด้านการจราจรในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่กองบังคับการตำรวจจราจร เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมี พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เป็นประธานมีนายตำรวจระดับ รองผกก. และ สว.จร. 88 สน.และ บก.จร.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
พล.ต.ต.วรศักดิ์ กำชับในที่ประชุมเรื่องการออกใบเตือนจราจรแทนใบสั่ง ว่าให้ดำเนินการอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา และให้บันทึกการออกใบเตือนข้อหาต่างๆ ที่มีการกระทำผิด โดยกองบังคับการตำรวจจราจรจะเปิดเว็บไซต์ชื่อ www.thaitrafficpolice.com เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกใบเตือน ได้นำข้อมูลการออกใบเตือนมาโพสต์ขึ้นเว็บไซต์ทำให้ทราบว่า มีใครบ้างที่ทำผิดกฎจราจรจนถูกออกใบเตือนไปแล้ว และหากถูกใบเตือนครบ 3 ครั้ง จะมีไฟสีแดงขึ้นโชว์ หลังจากนั้นตำรวจจะออกหมายเรียกส่งทางไปรษณีย์ถึงบ้านให้มารายงานตัว และชำระค่าปรับ ตามความผิดเหมือนกรณีของกล้องจับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจร หรือเรดไลท์คาเมร่า
นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางให้อาสาสมัครที่ได้รับการอบรมแล้ว ช่วยแจ้งเรื่องราวที่เป็นปัญหาต่างๆ บนท้องถนน ทั้งนี้ที่ต้องเปิดเว็บไซต์ในการแจ้งข้อมูลให้ นอกเหนือจากเว็บไซต์ www.trafficpolice.go.th ที่มีการโพสต์กันมาก แต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นใครมาโพสต์ ซึ่งบางทีอาจเกิดการกลั่นแกล้งกันได้ นอกจากนี้ที่ประชุมได้ชมเชยการทำงานของ สน.บางโพงพาง ที่แก้ปัญหาเรื่องการห้ามตั้งด่านในช่วงเวลากลางวัน ด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยงาน โดยใช้กล้องถ่ายภาพประชาชนที่กระทำผิดกฎจราจรบนท้องถนน แล้วออกหมายเรียกส่งทางไปรษณีย์ถึงบ้านไปเรียกมาชำระค่าปรับด้วย
บก.จร.เผยยอดร้องเรียนแท็กซี่ 3 วัน 71 ราย
พ.ต.ท.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ สารวัตรสายตรวจ 5 กองบังคับการ 1 (สายตรวจ) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กล่าวว่า บก.จร.ได้เพิ่มข้อหาหลักที่ไม่มีการเตือนและต้องจับกุมเท่านั้นอีก 1 ข้อหา จากเดิม 12 ข้อหา คือ แท็กซี่ปฏิเสธรับผู้โดยสาร (มาตรา 93 วรรค 1) โดยเริ่มมีผลบังคบใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา
"เหตุที่ต้องมีมาตรการจับกุมแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสาร มีขึ้นเพื่อลดปัญหาการเอาเปรียบของแท็กซี่ ซึ่งที่ผ่านมาได้จับกุมแท็กซี่ทำผิดกฎหมายได้กว่าวันละ 10 ราย ในพื้นที่รับผิดชอบของ บก.จร. โดยมีโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท นอกจากนี้ บก.จร.ยังส่งต่อข้อมูลไปยังกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และทุก สน.เพื่อรับทราบว่า ผู้ขับขี่รายใดบ้างที่ได้ออกใบเตือนไปแล้ว หากมีการฝ่าฝืน กระทำความผิดซ้ำ จะเรียกเจ้าของรถตามทะเบียนนั้นมาปรับในอัตราโทษสูงสุด"
เรื่องแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสารเป็นเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนอยู่ทุกวัน เมื่อออกกฎหมายมาใช้ สถิติการร้องเรียนของผู้โดยสารมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อน และยังเป็นผลพวงจากการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในการช่วยกันแก้ปัญหาแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสารให้หมดไป อย่างไรก็ตาม บก.จร.ฝากประชาสัมพันธ์ถึงคนขับแท็กซี่อย่ากังวลเรื่องนี้จนเกินเหตุ เพราะกฎหมายเปิดช่องให้ปฏิเสธได้หากเห็นว่ารับไปแล้วจะเกิดอันตรายต่อตนเอง และผู้โดยสาร เช่น บรรทุกหนักเกิน มีวัตถุอันตราย พกอาวุธ เป็นต้น แต่กรณีไม่ไปเพราะรถติดหรือแก๊สหมดนั้นอ้างไม่ได้ หากไม่สะดวกให้ปิดไฟว่าง และขึ้นป้ายงดบริการ
ขณะที่กรมการขนส่งทางบกรายงานสถิติในรอบ 3 วันที่ผ่านมา พบมีการร้องเรียนของประชาชนผู้โดยสารรถเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงก่อนออกกฎ โดย 3 วันที่ผ่านมามียอดผู้ร้องเรียน 71 ราย ส่วนใหญ่ 60 ราย ร้องเรียนเรื่องการปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร อีก 11 รายเป็นเรื่องการส่งผู้โดยสารกลางทาง ไม่ถึงที่หมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 5 พื้นที่ที่ผู้โดยสารร้องเรียนเข้ามาบ่อยที่สุด ได้แก่ หน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ห้างพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ สยามสแควร์ และสนามหลวง ด้วยเหตุผลที่อ้างว่ารถติด ส่งรถไม่ทัน หรือแก๊สหมด อีกทั้งยังเลือกผู้โดยสารที่เป็นชาวต่างชาติ



