
ทนายความยัน'บอส'ปัดดื่มก่อนซิ่งชนดต.
ทนายความ'บอส'ยืนยันเช้าวันเกิดเหตุไม่ได้ดื่ม อ้างหลังชน 'ดต.วิเชียร'เเล้ว หลบเข้าบ้าน เพราะตกใจเเละเป็นเด็กจึงไปปรึกษาพ่อ เผยไต๋เเนวรอดเพราะไม่มีภาพตอนชน โดยจะสู้ประมาทฝ่ายเดียวเเละประมาทร่วมสองฝ่าย
4 ก.ย.55 นายสมัคร เชาวภานันท์ สว.สรรหา ทนายความของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ผู้ต้องหาคดีขับรถยนต์ชน ดต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตในช่วงเช้ามืดวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา บริเวณปากซอยสุขมวิท 47 กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยเเลนด์เอฟเอ็ม 97เมกะเฮริทซ์ว่า ตนเป็นทนายความของตระกูลนี้ตั้งเเต่สมัย นายเฉลียว อยู่วิทยา เเละตอนนี้ยังดูเเลตระกูลนี้ เมื่อถามว่า กรณีนี้จะเยียวยาอย่างไร นายสมัคร กล่าวว่า ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยังเศร้าโศกจึงยังไม่ได้พูดเรื่องเยียวยา เเต่ตนได้บอกพนักงานสอบสวนโดยขอให้เป็นคนกลางไกล่เกลี่ยว่า ทายาทของผู้ตายที่มีสิทธิรับค่าเยียวยามีใครบ้าง เเม้คดีนี้ นายวรยุทธ จะผิดหรือถูก นายเฉลิม ก็ชดใช้ให้เช่น ตอนนี้ร่วมเป็นเจ้าภาพงานศพ ไปร่วมงานศพทุกคืน รวมทั้งนายเฉลิมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายงานศพทุกคืนด้วย กรณีนี้จึงเป็นการยอมรับสภาพ เพราะฝ่ายนั้นสูญเสีย เเต่ฝ่ายเราไม่ได้เจตนา เเต่รูปคดีจะเป็นเช่นใดก็อยู่ที่พนักงานสอบสวนวินิจฉัย
เมื่อถามว่า ไฮไลท์คดีนี้อยู่ในช่วงการชน ดต.วิเชียร เเละลากออกไปไกลมาก 60-200 เมตร นายสมัคร กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของประเด็น เเต่ทุกคนไม่เคยเห็นภาพที่มีการชนเเละลาก ดต.วิเชียร ว่า ชนเเละลากไปไกลมากน้อยเพียงใด ทราบว่า หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้บอกว่า รถยนต์คันที่นายวรยุทธวิ่งมาด้วยเร็ว เเต่ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพตอนชนได้ บอกตรงๆว่า รถยนต์รุ่นนี้หากเกิดการชนถุงลมนิรภัยจะทำงานขึ้นทันทีเเละบังหน้าคนขับรถ กว่านายวรยุทธจะบังคับรถได้ก็ต้องเบาความเร็วลงทำให้การบังคับรถอาจส่ายไปมาในตอนนั้นได้
เมื่อถามว่า นายวรยุทธ ยอมรับว่า ขับรถชน ดต.วิเชียร จริง ตรงนี้ถือว่า คดียังไม่สิ้นสุดหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ยอมรับว่านายวรยุทธ ขับรถชน ดต.วิเชียร จริง เเต่จะชนแบบใด เช่น สุดวิสัย ประมาทฝ่ายเดียวหรือประมาทสองฝ่าย หากชนเเบบสุดวิสัยนายวรุยทธย่อมไม่ผิด เเต่โอกาสนี้มีน้อย เเต่หากชนเเบบประมาทอย่างไรก็ต้องมาดูกัน เช่นประมาทฝ่ายเดียวหรือประมาทสองฝ่าย ฉะนั้นจึงควรรอพนักงานสอบสวนชี้มูลก่อน
เมื่อถามว่า นายวรยุทธ บอกกับตำรวจว่า ดต.วิเชียร ขับรถตัดหน้าจึงเกิดเหตุสุดวิสัยเเล้วจึงชน หากนายวรยุทธ ยืนยันเเบบนี้ในชั้่นศาลจะถือว่าเป็นการขับรถโดยประมาทฝ่ายเดียวหรือประมาทสองฝ่ายได้หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า อาจเป็นเเบบนั้น เเม้ว่าตำรวจอาจไม่มีภาพวงจรปิดในช่วงที่ชนกันนั้น เเต่ตำรวจก็พิสูจน์หลักฐานจากประจักษ์พยานที่มีอยู่ได้ เเต่ข่าวสารต่างๆในคดีนี้ที่ปรากฏนั้น ตนไม่ได้ติดตามเพราะงานของตนยุ่งมาก ตนยังไม่ได้มอบหมายใครในการดำเนินการใดๆในคดีนี้เลย เพราะควรรอจัดงานศพให้เสร็จสิ้นเเล้วค่อยมาคุยกัน ภารกิจของตนคือเพิ่งทำหน้าที่นำนายวรยุทธไปมอบตัวกับตำรวจเเละคุยกับนายวรยุทธเท่านั้น งานอื่นๆยังไม่ได้ดำเนินการเลย
"บอสเสียใจมากเข้าใจว่า หลังขับรถชนเเละมอบตัวเเล้ว คืนวันนั้นบอสดื่มย้อมใจเพราะเครียด ตนบอกบอสไปว่าเลิกดื่ม ลูกผู้ชายเมื่อเกิดสิ่งใดขึ้นจะต้องสู้ความจริง เเต่เช้าวันเกิดเหตุบอสไม่ได้ดื่ม เพราะก่อนขับรถบอสใส่กางเกงฟุตบอลขับรถออกจากหน้าบ้านไปในพื้นที่ การที่บอสขับรถเข้าบ้านหลังชนตำรวจเเล้วนั้นเป็นเพราะตกใจเเละกลัวความผิด จึงไปปรึกษาบิดา(นายเฉลิม) เเละกว่าตนจะรู้เรื่องเพราะนายเฉลิมโทรศัพท์ตามตัวมาก็หลายชั่วโมงเเล้ว ตอนที่ตนนำตัวบอสไปมอบตัวเเละภาพที่ออกมาตอนไป สน.ทองหล่อ คล้ายว่า บอสเมานั้น เเต่ใส่หมวกเเละต้องประคองนั้นเพราะอาย ยืนยันไม่ได้ดื่มในช่วงเช้าวันนั้น เเต่ นายบอส ดื่มในคืนวันนั้นหลังมอบตัวเเล้ว เพราะเครียด นายเฉลิมขอโทษสังคมว่า นายบอสไม่ได้หลบหนีเเต่มาปรึกษาบิดาเพราะตกใจกลัวด้วยความเป็นเด็ก ยืนยันนายบอสจะไปขอขมาศพเเน่นอน" นายสมัคร กล่าว
ผู้เชี่ยวชาญระบุเก๋งคันหรู"ทายาทกระทิงแดง"ชนท้าย จยย.ลักษณะตรงตั้งฉาก ขัดแย้งคำให้การอ้าง ด.ต.ขี่รถ ปาดหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสอบสวนคดีลูกชายผู้บริหารเครื่องดื่มชูกำลังซิ่งเฟอร์รารี่ชน ด.ต.สน.ทองหล่อเสียชีวิตว่า จากรายงานการตรวจสอบความเร็วของรถเฟอร์รารี่ที่พุ่งชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิตในวันเกิดเหตุนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์วิเคราะห์ว่า ผู้ขับขี่น่าจะใช้ความเร็วขณะรถวิ่งไม่ต่ำกว่า 200กม./ชม. เมื่อเปรียบเทียบจากผลการตรวจร่างกายนายวรยุทธอย่างไม่เป็นทางการผู้เชี่ยวชาญด้านนิติวิทยาศาสตร์ระบุว่า เป็นการชนที่แรงมาก เนื่องจากที่บริเวณไหล่ด้านในติดคอเกือบถึงหน้าอกในตัวของวรยุทธมีรอยแดงช้ำจากเข็มขัดนิรภัย และจากตรวจสอบเข็มขัดนิรภัยของรถเฟอร์รารีพบว่า กระชากจนหลุดล็อกออกมาและถุงลมนิรภัยทำงาน ขณะที่ผลตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องหา เปรียบเทียบกับดีเอ็นเอที่เข็มขัดนิรภัย และที่ถุงลมนิรภัยรถเฟอร์รารี่พบว่าตรงกัน จึงยืนยันได้ว่านายวรยุทธเป็นคนขับรถเฟอร์รารี่จริง
รายงานข่าวแจ้งว่า ผลการตรวจพิสูจน์ร่องรอยหลักฐานของรถเฟอร์รารี่กับรถจักรยานยนต์ พบว่าลักษณะการชน เป็นการชนลักษณะตรง ตั้งฉาก โดยมีรอยท่อไอเสียของรถจักรยานยนต์บุบเข้าไปตรงกับรอยชนที่ปรากฏด้านหน้ารถเฟอร์รารี่ ซึ่งเป็นไปได้ยากที่จะเป็นลักษณะที่รถจักรยานยนต์ขับปาดหน้า เพราะหากขับปาดหน้าจะมีลักษณะการชนในมุมเฉียง โดยเบื้องต้นที่ชนครั้งแรกน่าจะเกิดบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 47 เนื่องจากพบรอยเลือดกระเซ็นจุดดังกล่าว จากนั้นมีการลากรถจักรยานยนต์มาตามทาง โดยร่างของ ด.ต.วิเชียร คาดว่าติดอยู่บนฝากระโปรงรถด้านหน้าเฟอร์รารี่ โดยมีเส้นผม เลือดและเครื่องหมายดาบไขว้ติดคาอยู่ด้านหน้ารถด้วย ทั้งนี้ จากหลักฐานยังพบว่ารถเฟอร์รารีน่าจะครูดกับเกาะกลางถนน จากนั้นกันชนหน้ารถเฟอร์รารี่และรถจักรยานยนต์ได้ครูดกับพื้นถนน โดยตรวจพบสีเหลืองแต้มรอยสัญลักษณ์บนพื้นถนน 3 จุด ถลอกและติดไปกับรถจักรยานยนต์และกันชนรถเฟอร์รารี่
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากจุดชนระหว่างทางไม่พบรอยเลือด จนกระทั่งมาพบกองเลือดอีกครั้งห่างจากจุดแรก 64.8 เมตร ซึ่งคาดว่าศพ ด.ต.วิเชียรตกจากกระโปรงหน้ารถเฟอร์รารี่ลงพื้นถนนเสียชีวิตที่จุดนี้ ส่วนรถจักรยานยนต์น่าจะยังติดอยู่ที่รถเฟอร์รารี่ จากนั้นรถเฟอร์รารี่อาจสะบัดรถจักรยานยนต์ออก จนรถจักรยานยนต์กลิ้งตามแรงเหวี่ยงออกไป ห่างจากจุดแรกที่พบร่องรอยการชนประมาณ 200 เมตร ซึ่งตรงกับปากซอยสุขุมวิท 49 พอดี จากนั้นมีรอยน้ำมันเครื่องรถยนต์หยดต่อเป็นทางยาวไปถึงบ้านเลขที่ 9 ซอยสุขุมวิท 53 โดยสรุปจากหลักฐานเบื้องต้นไม่ใช่การลากศพไป แต่เป็นลักษณะศพติดอยู่บนฝากระโปรงหน้ารถ เก๋งนอกจากนี้ยังพบว่ากระจกรถเฟอร์รารี่แตก โดยมีร่องรอยเช็ดเลือดที่กระเซ็นไปติดโลโก้รถเฟอร์รารี่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รูปม้า รวมทั้งมีการเช็ดเศษกระจกในห้องโดยสารรถเฟอร์รารี่ ตลอดจนรอบตัวรถเพื่อทำความสะอาดไปบ้างแล้ว แต่ก็ยังหลงเหลือหลักฐานหลายส่วน



