ข่าว

 รวบแก๊งตร.นอกรีตกรรโชกทรัพย์'ไทยใหญ่'

รวบแก๊งตร.นอกรีตกรรโชกทรัพย์'ไทยใหญ่'

05 ก.ย. 2555

รวบแก๊งตร.นอกรีต กรรโชกทรัพย์...'ไทยใหญ่' : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ

              เมื่อ "ตำรวจโฉด" กับ "โจรชั่ว" มาเจอกัน "อาชญากรรมที่ไร้ร่องรอย" ย่อมอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ก็ไม่เกินความสามารถที่ตำรวจดีๆ จะคิดแผนซ้อนแผนล่อโจรออกจากที่ซ่อน ด้วยเทคนิค "เกลือจิ้มเกลือ" จนกระทั่งจับคนร้ายได้คาหนังคาเขาและคาเครื่องแบบสีกากี?!?
 
              ช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ชาวไทยใหญ่หลายราย ซึ่งมีใบอนุญาตให้ออกมาทำงานนอกพื้นที่ ถูกแก๊งปล้นกรรโชกทรัพย์ที่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจหลอกไปกักขังหน่วงเหนี่ยวแล้วบังขับขู่เข็ญปล้นเอาเงินในบัญชีธนาคาร ก่อนนำตัวมาปล่อยทิ้งย่านพุทธมณฑลสาย 3 ในเขตรับผิดชอบ สน.ธรรมศาลา
 
              เหยื่อชาวไทยใหญ่ ล้วนให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า มีผู้ติดต่อว่าจ้างให้ไปทาสีที่บ้านในหมู่บ้านซีเมนต์ไทย ซอย 10 แขวงและเขตบางซื่อ กทม. พอตัดสินใจรับงานได้เดินทางไปดูหน้างานที่ซอยดังกล่าว ปรากฏว่ามีรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับมาประกบที่ปากซอยแล้วมีชายแต่งเครื่องแบบตำรวจเชิญตัวขึ้นรถไปสอบปากคำที่สถานีตำรวจ อ้างว่า "สายลับรายงานจะมีการส่งมอบยาเสพติดกัน" แม้ว่าเหยื่อทุกคนจะปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องเรื่องยาเสพติด เป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำก็ตาม
 
              กลุ่มคนร้ายจะบังคับให้ขึ้นรถกระบะวนไปมา ไม่พาเข้าสถานีตำรวจเหมือนที่แจ้งไว้แต่แรก จนเหยื่อเริ่มเอะใจในพฤติกรรมแต่ไม่สามารถหลบหนีได้ ระหว่างทางคนร้ายถามว่า มีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไร จะต้องนำไปตรวจสอบว่า เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ แล้วข่มขู่เอาชีวิตบังคับให้บอกรหัสบัตรเอทีเอ็ม ด้วยความกลัวจึงยอมให้รหัสบัตรไป คนร้ายเลยคว้าโทรศัพท์มือถือเหยื่อโอนเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือนำตัวไปกดเงินสดที่ตู้เอทีเอ็ม แล้วปล่อยผู้เสียหายที่ย่านพุทธมณฑลสาย 3
 
              พ.ต.ท.สุรเวช การวัฒนาศิริกุล สว.สส.สน.ธรรมศาลา ร.ต.อ.สุเทพ จันทวงศ์ รองสว.สส. พร้อมชุดสืบสวนพยายามแกะรอยเส้นทางของคนร้ายที่ก่อเหตุด้วยการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่ารถกระบะต้องสงสัยไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รวมถึงกล้องวงจรปิดบริเวณตู้เอทีเอ็มหลายแห่ง พบตู้เอทีเอ็มที่คนร้ายกดเงินสดไม่มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้
 
              "การสืบสวนพยายามทำทุกวิธีแต่คนร้ายไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ ที่พอไว้ให้แกะรอย แต่เมื่อศึกษาแผนประทุษกรรมของคนร้าย จะเลือกเหยื่อที่เป็นชาวไทยใหญ่ จากนั้นนำข้อมูลของผู้เสียหายทั้งหมดมาศึกษาพบว่า คนร้ายติดต่อผู้เสียหายผ่านทางโทรศัพท์มือถือทั้งหมด โดยคนร้ายสอบถามผู้เสียหายว่ารับซ่อมแซมบ้านทาสีบ้านหรือไม่ จากนั้นก็จะนัดผู้เสียหายแล้งลงมือก่อเหตุ" พ.ต.ท.สุรเวช กล่าว
 
              ชุดสืบสวนสรุปข้อมูลทั้งหมดแล้วสันนิษฐานว่า คนร้ายอาจมีคนในเครื่องแบบร่วมอยู่ด้วยเพราะไม่ทิ้งหลักฐานใดๆ พอให้ติดตาม ชุดสืบสวนจึงขอความร่วมมือให้ผู้เสียหาย โดยซื้อหมายเลขโทรศัพท์มือถือไม่ซ้ำกัน 3 เลขหมาย แล้วให้ช่วยปล่อยข่าวว่ามีช่างรับเหมาเป็นชาวไทยใหญ่เข้ามารับเหมางานซ่อมแซมบ้านและทาสีบ้านใหม่
 
              เพียงไม่นาน แผนล่อโจรออกจากที่ซ่อนก็ประสบความสำเร็จ คนร้ายติดต่อเข้ามาเพื่อนัดหมายต้องการว่าจ้างให้ทาสีบ้านในหมู่บ้านซีเมนต์ไทย เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เมื่อเจรจาตกลงกับคนร้ายแล้ว เมื่อถึงเวลานัดหมายชุดสืบสวนได้สะกดรอยสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ โดยพฤติกรรมของคนร้ายมักจะขับรถกระบะวนไปมาใช้เส้นทางหลายเส้นทางมักขับไปในสถานที่เปลี่ยวปลอดผู้คน จนกระทั่งชุดสืบสวนตัดสินใจเข้าตรวจค้นพบคนร้าย 3 คน ได้แก่ ด.ต.วีระพงศ์ แซมสีม่วง อายุ 46 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันและปราบปราม สน.สามเสน นายหล้า สีวิชัย อายุ 37 ปี ชาวไทยใหญ่ และ นายณัฐฐาวุฒิ วนิชยากรชัย อายุ 42 ปี ชาว จ.ชุมพร ทั้งนี้ นายหล้า นั้นเป็นบุคคลที่ทางการประเทศพม่าต้องการตัวเนื่องจากเคยก่อคดีฆาตกรรมหลายคดีแล้วหลบหนีเข้ามาอยู่ในประเทศไทยกว่า 10 ปี
 
              "การสอบสวนคนร้ายทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุลักษณะดังกล่าวนาน 2 ปี โดย ด.ต.วีระพงศ์ เป็นหัวหน้าทีม ทำหน้าที่ขับรถกระบะสวมใส่เครื่องแบบตำรวจเพื่อสร้างความกดดันให้ผู้เสียหาย ส่วนคนร้ายอีก 2 คน ทำหน้าที่ข่มขู่กรรโชกทรัพย์ คนร้ายก่อเหตุแบบนี้ เพราะคาดว่าผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวไทยใหญ่ไม่กล้าแจ้งความ คนร้ายจะเลือกเหยื่อจากข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย โดยโทรสุ่มหาผู้เสียหาย จากนั้นพูดจาหว่านล้อมทำให้เหยื่อหลงเชื่อ ยอมมาตามจุดนัดพบแล้วก่อเหตุ ที่ผ่านมาได้ทรัพย์สินรวมไม่น่าจะต่ำกว่า 2 ล้านบาท" แหล่งข่าวในชุดสืบสวนกล่าว

........

(หมายเหตุ : รวบแก๊งตร.นอกรีต กรรโชกทรัพย์...'ไทยใหญ่' : ตะลุยข่าวโดยโต๊ะรายงานพิเศษ)