
'โต้ง'ยันใช้งบโปร่งใสไม่เอื้อนายทุน
'กิตติรัตน์' สัญญากลางที่ประชุมวุฒิสภา จะเปิดเผยค่าใช้จ่ายทุกบาท ของทุกโครงการ หลังถูกท้วงติงว่าซ่อนงบฯ หวั่นใช้งบไม่โปร่งใส พร้อมยืนยันทำโครงการไม่เอื้อนายทุน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 55 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภา ซึ่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (พ.ร.บ.งบฯ 56) โดยยืนยันว่า รัฐบาลจะบริหารงบประมาณด้วยความระมัดระวัง ส่วนการท้วงติงของ ส.ว. ต่อการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลนั้น มีเหตุผลเพื่อดูแลการชดเชยเงินคงคลัง จากที่ขาดดุลสะสม ตั้งแต่ปี 2553 จำนวน 5.4 หมื่นล้านบาท ส่วนการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลในปี 2556 จำนวน 3 แสนล้านบาท ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สัดส่วนการขาดดุลอยู่ในระดับต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ตนขอให้มั่นใจ รัฐบาลจะทำให้เห็นว่าไม่มีความจำใดที่ต้องทำงบประมาณแบบขาดดุลแบบเรื้อรัง
นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนแนวทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่ ส.ว.ท้วงติง ว่าไม่มีรายละเอียดชัดเจน ซึ่งเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส ตนยืนยันว่า การดำเนินงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เลี่ยงการตรวจสอบระบบปกติ หากทางสภาฯ และ ส.ว. ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็น และเพื่อความเหมาะสมต่อการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศระยะยาว จะหารือและแถลงอีกครั้งอย่างละเอียดในโครงต่างๆ อีกครั้ง
"การลงทุนโครงการระยะยาว ซึ่งจะใช้กรอบเวลา 7 ปี ไม่มีเจตนาซุกซ่อนการลงทุนหรือก่อหนี้ ส่วนตัวมองว่างบประมาณประจำปี มองข้อมูลการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวไม่ชัด เพราะเป็นการลงทุนปีต่อปี ทั้งนี้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2556 มีบางโครงการที่ระบุว่าเป็นค่าศึกษา หรือค่าออกแบบ หมายถึงว่า หากจะดำเนินการต่อเนื่องจะมีการลงทุนต่อในปีต่อไป ในลักษณะงบผูกพัน โดยมิติการแสดงไม่สามารถแสดงยอดรวมของโครงการนั้นๆ ได้ ทั้งนี้ตามแนวทางของ พ.ร.บ.การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะมีการแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่าย บาทแรก ถึงบาทสุดท้าย"
นายกิตติรัตน์ ยังชี้แจงต่อว่า หากมองงานของรัฐบาลเป็นชิ้นๆ หรือส่วนๆ อาจจะถูกมองว่าเป็นการเอาใจคนแต่ละกลุ่มในลักษณะประชานิยม แต่ข้อเท็จจริงรัฐบาลไม่มีโครงการใดที่เป็นเรื่องเอาเงิน หรือออกเช็คไปใส่มือให้กับประชาชน เพื่อให้กลับมาซื้อของๆ รัฐบาล รวมถึงไม่ได้เป็นโครงการที่เอื้อให้กับกลุ่มนายทุนกลุ่มใด



