ข่าว

ปัตตานีป่วน!ไล่ยิงหนุ่มดับคารถ

ปัตตานีป่วน!ไล่ยิงหนุ่มดับคารถ

04 ก.ย. 2555

คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบยิงชาวบ้านเสียชีวิต ขณะเดินทางกลับบ้าน ที่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่มุ่ง 2 ประเด็น ยาเสพติด-สถานการณ์ใต้ อีกที่ วาง'บึ้มปลอม'2 ลูก ริมถนน ที่ อ.รามัน ผวจ.ยะลา กำชับผู้นำสี่เสาหลักในพื้นที่ทำความเข้าใจ

            เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 4 กันยายน ร.ต.อ.สมคิด อ่อนจันทร์ ร้อยเวร สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันบนถนนชนบท บ้านนาค้อเหนือ ม.5 ต.ป่าบอน อ.โคกโพธิ์ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง พบรถยนต์เก๋ง นิสสัน สีฟ้า ทะเบียน กพ 1594 สงขลา มีรอยกระสุนเป็นรูบริเวณหน้ารถ จอดนิ่งอยู่ในป่าละเมาะสวนกล้วยของชาวบ้าน 

            ทั้งนี้ พบผู้เสียชีวิตอยู่คาพวงมาลัย คือ นายมะเส็ง สาแมดำ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 80/3 ม.2 ต.บานา อ.เมือง มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 9 มม. เข้าบริเวณลำคอ 1 นัด หน้าท้อง 2 นัด และใต้สะดือ 1 นัด รวม 4 นัด จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุน 9 มม.ตกอยู่ที่เกิดเหตุ จำนวน 3 ปลอก และหัวกระสุน 1 หัว นอกจากนั้นภายในรถพบถุงพลาสติกเล็กจำนวนมาก อยู่ในกระเป๋าผู้หญิง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

            จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ตายได้ขับรถยนต์ออกจากหมู่บ้านดังกล่าวเพื่อจะกลับบ้านในเมืองปัตตานี ระหว่างทางได้มีคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ตามประกบไล่ยิง บนถนน ผู้ตายพยายามขี่รถหนีเข้าไปในหมู่บ้านอีก แต่คนร้ายไล่ยิง จนรถเสียหลักเข้าไปในป่าละเมาะ จากนั้น คนร้ายที่ซ้อนท้ายลงจากรถเข้าไปกระหน่ำยิงซ้ำ ขณะที่ผู้ตายกำลังจะเปิดประตูออก จนเสียชีวิต จากนั้นคนร้ายหลบหนีไป

            ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าสาเหตุอะไร เบื้องต้น ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ใต้ ซึ่งจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

 

 

ป่วนไม่เลิกวาง “บึ้มปลอม” 2 ลูก ริมถนน ที่ อ.รามัน 

              เวลา 06.30 น. ศูนย์วิทยุ สภ.รามัน จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ยะลา 12 ชุดลาดตระเวนว่าพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด วางซุกซ่อนอยู่ริมถนนสายโกตาบารู-รามัน ที่หมู่ 2 บ.ตอแล ต.กายูบอเกาะ อ.รามัน จ.ยะลา จำนวน 2 จุด โดยวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวอยู่ห่างกันประมาณ 20 เมตร จึงได้แจ้ง พ.ต.อ.อุทัย ทิพย์เสมา ผกก.สภ.รามัน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เดินทางเข้าตรวจสอบทันที  

             ทั้งนี้ เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทางไม่ให้รถสัญจรไปมา เนื่องจากเกรงว่าอาจจะได้รับอันตราย จากนั้นจึงได้ให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา เข้าตรวจสอบพบว่าจุดแรกบริเวณใต้ต้นกล้วยริมถนน พบวัตถุต้องสงสัยเป็นถังแก๊สปิกนิก ในสภาพคว่ำหน้าลงในดิน และพบเศษสายไฟต่อออกมายังกล่องที่ติดอยู่ข้างถังแก๊ส เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จึงได้ตัดสินใจระเบิดทำลายทิ้ง เนื่องจากว่าไม่สามารถประเมินสภาพถังแก๊สดังกล่าวว่าเป็นระเบิดจริงหรือไม่ ซึ่งภายหลังทำการระเบิดทำลายทิ้งก็พบว่าเป็นเพียงถังแก๊ส ที่คนร้ายนำกล่องสบู่พันเทปสายไฟมาแปะหลอกเอาไว้ ไม่ได้เป็นระเบิดแต่อย่างใด

            จากนั้นชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.ยะลา ยังได้เข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยอีก 1 จุดซึ่งอยู่ห่างกันเพียง 20 เมตร พบมี่ลักษณะเป็นแท่งยาวพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำ มีสายไฟต่อออกมาจากภายใน เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้จึงได้ใช้ปืนยิงแรงดันน้ำ ยิงทำลาย พบว่าเป็นเพียงขวดน้ำที่บรรจุทรายเอาไว้ภายใน แล้วพันเทปพันสายไฟหลอกเอาไว้ โดยปฎิบัติการเก็บกู้วัตถุต้องสงสัย 2 จุดนี้ ใช้เวลานานกว่า 3 ชม. เป็นเหตุให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่จะวิ่งผ่านเส้นทางดังกล่าว ต้องไปใช้เส้นทางอื่นแทน โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า เหตุดังกล่าวกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ต้องการสร้างสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

             ขณะที่ นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กล่าวถึงกรณีกลุ่มแนวร่วมได้ออกมาปฎิบัติการปักธงชาติมาเลเซียหลายจุดในพื้นที่ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 55 ที่ผ่านมา ว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ในวันที่ 1 กันยายน 2555 ท่าน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขา สมช.) ได้เดินทางลงพื้นที่ ตนเองก็ได้เชิญบรรดากำนันผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มผู้นำสี่เสาหลักในพื้นที่ มาร่วมประชุมเพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการปฎิบัติงาน ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นนั้นก็ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่นึกไม่ถึง กลุ่มผู้นำสี่เสาหลักในหมู่บ้าน ก็ยังเข้าใจว่าเป็นการปักธง เพื่อร่วมแสดงความยินดีเนื่องในวันชาติมาเลเซีย และมาเลเซียก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่สุดของไทยประเทศหนึ่ง

             แต่อย่างไรก็ตามในพื้นที่จังหวัดยะลา ก็ไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรในวันดังกล่าว ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวตนเองก็ได้กำชับไปยังผู้นำสี่เสาหลักในพื้นที่ ให้ช่วยกันสอดส่องกลุ่มวัยรุ่น หรือกลุ่มบุคคลกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งทำความเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามตนเองขอยืนยันว่าหลังจากที่ได้จัดตั้งชุดคุ้มครองตำบล และชุดคุ้มครองหมู่บ้านไปแล้ว ก็สามารถดูแลพื้นที่ในส่วนการรักษาความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลหมู่บ้านของตนเอง