
ปชช.หนีตายวุ่น!น้ำป่าไหลหลากท่วมที่ลำปาง
ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร 2 ตำบล จ.ลำปาง ปชช.ต้องขนย้ายข้าวของหนีกันจ้าละหวั่น ด้านพิจิตร อ่วม เจอน้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วม ขณะที่ปภ.อุตรดิตถ์ - เชียงใหม่ ประกาศเฝ้าระวังดินถล่ม น้ำป่าไหลหลาก
เมื่อเวลา 03.00 น.วันที่ 4 กันยายน ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก จนทำให้น้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ ต.สบป้าด และ ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยไหลมาตามน้ำแม่จาง น้ำห้วยตาก ลำห้วยทราย ไหลเอ่อล้น เข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรกว่า 100 หลังคาเรือน กระจายอยู่ใน 6 หมู่บ้าน ขอ งต.สบป้าด และ ต.แม่เมาะ ซึ่งระดับน้ำท่วม สูง 50 เซนติเมตร - 2 เมตร ทำให้ประชาชนต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินมีค่าขึ้นพื้นที่สูง และต้องขนย้ายออกจากบ้าน เนื่องจากระดับน้ำป่ายังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะว่าฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่อง หมู่บ้านที่สถานการณ์หนัก ได้แก่ บ้านสบป้าด ม.1 บ้านปงต้นหมื่น ม.6 ต.สบป้าด และบ้านห้วยเป็ด ม.1 ต.แม่เมาะ ชาวบ้านต้องพากันออกมาอยู่ในพื้นที่สูงและอยู่ใน ที่ปลอดภัย
ส่วนถนนสายหลัก กระแสน้ำป่าไหลตัดผ่าน ทำให้รถเล็ก ไม่สามารถผ่านไปมาได้ รถขนาดใหญ่ และรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อ สามารถฝ่าไปได้ ขณะนี้ น้ำท่วมกำลังสูง และเชี่ยวกราด และขยายวงกว้าง บ้านเรือนราษฎรและชาวบ้านประสบภัยบางหมู่บ้าน ยังคงติดอยู่ข้างใน และต้องการเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือ
อ.แม่เมาะ เร่งระดมกำลังจนท. เร่งอพยพชาวบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ ต.สบป้าด และต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ล่าสุด นายนรินทร์ วรรณมหินทร์ นายอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยเขต 10 ลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป้องกันและบรรเทาสาธาณภัยจังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลแม่เมาะ ได้ระดมกำลังเดินทางเข้าช่วยเหลือราษฎร พื้นที่ 2 ตำบลข้างต้นแล้ว
ทั้งนี้ โดยนำเรือท้องแบน จำนวน 5 ลำ เข้าช่วยเหลือและเร่งอพยพหลายหมู่บ้านในตำบลแม่เมาะ ได้แก่ บ้านห้วยเป็ด บ้านห้วยคิง บ้านแม่เมาะสถานี บ้านห้วยขมิ้น ออกจากพื้นที่และอยู่ในที่ปลอดภัย โดยเฉพาะบ้าน ห้วยขมิ้น ม.1 ได้เจ้าหน้าที่ ได้รีบเข้าช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และ เด็กแรกเกิดอายุ 10 วัน ออกมาจากพื้นที่น้ำท่วม ได้อย่างปลอดภัย ขณะนี้ถือว่าราษฎรในพื้นที่ ทั้ง 2 ตำบลประสบภัยกว่า 150 หลังคาเรือน และขณะนี้ฝนยังตกอยู่อย่างต่อเนื่อง คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังและเร่งอพยพชาวบ้านออกจากพื้นที่ประสบภัย โดยเร็ว
ส่วนพื้นที่อำเภออื่น ๆ หลายอำเภอ ทราบว่ามีน้ำไหลหลาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบ แต่ถือว่า 2 ตำบลใน อ.แม่เมาะ สถานการณ์หนักสุด และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ได้เร่งประสานอาหาร และน้ำดื่ม ให้เข้ามา เพื่อจะได้แจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย โดยจะกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมอาหารและน้ำดื่ม ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทุกพื้นที่ จนกว่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ หลากท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือน
เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่4 ก.ย.ฝนที่ตกเนื่องบนเทือกเขาเพชรบูรณ์ฝั่ง ในเขตพื้นที่ตำบลวังโป่ง ไหลเข้าพื้นที่ จ.พิจิตร ซึ่งเป็นเขตติดต่อและเป็นพื้นที่รับน้ำ โดยน้ำได้ไหลผ่านทางคลองสาขา จนล้นคลองเข้าท่วมท่วมบ้านเรือนประชาชนซึ่งอยู่ริมคลองในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.วังทรายพูน อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร โดยน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 40 เซนติเมตร และท่วมพืชสวนทั้ง มะม่วง ส้มโอ และกล้วย ของประชาชนซึ่งมีพื้นที่ติดกับคลอง โดยน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ น้ำป่า ได้ไหลผ่านทางคลองสาขา จากที่สูงลงในที่ต่ำ ซึ่งมีพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ที่ติดกับคลองสาขา ที่ผ่านการขุดลอก โครงการป้องกันน้ำท่วม พร้อมทั้งได้แผ่ขยายการไหลไปยังพื้นที่ ต.หนองปลาไหล อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร และลงไปยังพื้นที่ทำการเกษตรนาข้าวที่เริ่มทำการเกษตร อีกหลายพันไร่ ซึ่งในขณะนี้ทาง จ.พิจิตร ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง
สำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันออกของจังหวัดพิจิตร ซึ่งประกอบด้วย อ.สากเหล็ก วังทรายพูน ทับคล้อ และดงเจริญ เป็นพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำป่าของจังหวัดพิจิตร เนื่องจากเป็นพื้นที่ดังกลว่าเป็นพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขา จ.พิษณุโลก และเทือกเขา จ.เพชรบูรณ์ โดยน้ำจะเป็นลักษณะน้ำป่า ไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว ทำให้เมื่อเกิดน้ำป่าไหลหลากจะ ส่งผลกระทบสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และสร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตรของประชาชนเป็นจำนวนมาก
ปภ.อุตรดิตถ์ ประกาศ 7 อำเภอ เฝ้าระวังดินถล่ม งดเข้าป่าสุ่มเสี่ยงน้ำป่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านต่างจัดเวรยาม หมุนเวียน ติดตามและเฝ้าดูระดับน้ำตามลำห้วย คูคลอง ที่รับน้ำจากภูเขาของจังหวัดอุตรดิตถ์ หลังฝนที่ตกหนักต่อเนื่องมา 3 วัน ในปริมาณสูงกว่า 90 มิลลิเมตร และยังคงมีปริมาณฝนตกกระจายทั่วจังหวัดอุตรดิตถ์ไปจนถึงวันที่ 6 กันยายน นี้ พบว่าระดับน้ำตามแหล่งน้ำเพิ่มสูงจากปกติกว่า 2 เท่าตัว บางจุดกัดเซาะตลิ่ง คอสะพานพัง
นายสุรชัย ธัชกวิน ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ประกาศให้ 105 หมู่บ้านที่ประชาชนอาศัยตามหุบเขา ติดกับภูเขา และแหล่งน้ำ พื้นที่ 7 อำเภอ ของ อ.เมือง ลับแล ท่าปลา บ้านโคก ฟากท่า ทองแสนขัน น้ำปาด เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 6 กันยายน นี้ พร้อมให้ผู้นำหมู่บ้าน มิสเตอร์เตือนภัย อปพร.ตั้งศูนย์เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง จัดเวรยามติดตามสถานการณ์น้ำที่ไหลจากภูเขา หลังพบว่าระดับน้ำตามลำห้วยต่างๆ น้ำเพิ่มสูงจากปกติ 2 เท่าตัว และมีสีแดงขุ่นไหลเชียว มีการจัดเตรียมความเพรียมเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์เตือนภัย รถยนต์ ประสานหน่วยงานทหารจังหวัดทหารบกพร้อมกำลังพลเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ แจ้งระดับน้ำทุกชั่วโมง
"ขณะเดียวกันจัดหน่วยประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ให้ประชาชนอย่าประมาท เข้าใจว่าเป็นช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งข้าวโพด พืชไร่ การหาของป่าทั้งหน่อไม้ เห็ด หากฝนตกหนัก น้ำมีสีแดงขุ่น ควรงด หลีกเลี่ยงเพราะอันตรายต่อชีวิต สุ่มเสี่ยงการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม"
ปภ.เชียงใหม่ เฝ้าระวังพื้นที่โซนเหนือ "แม่แตง-เชียงดาว-ฝาง-พร้าว" เป็นพิเศษ
นายคมสัน สุวรรณอัมพา หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เฝ้าจับตามองพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่โซนทางเหนือ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่แตง พร้าว เชียงดาว ฝาง ไชยปราการ เนื่องจากข้อมูลของระบบเตือนภัยพบว่า มีปริมาณฝนค่อนข้างมากและมีหลายจุด ที่ค่าปริมาณน้ำฝนเกินกว่า 100 มิลลิเมตร ทั้งที่บริเวณวัดแม่ปั๋ง หมู่ 5 อำเภอพร้าว วัดค่าปริมาณน้ำฝนได้ 127 มิลลิเมตร วัดห้วยทราย หมู่ 8 อำเภอพร้าว วัดได้ 103 มิลลิเมตร บ้านผึ้ง หมู่ 3 อำเภอแม่แตง 99.20 มิลลิเมตร โรงเรียนวัดป่าเลา อำเภอแม่แตง 97.40 มิลลิเมตร พร้อมทั้งแจ้งเตือนไปยังมิสเตอร์เตือนภัยทุกพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์ ปริมาณน้ำ และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีน้ำ หากพบว่ามีสีแดงขุ่น ให้รีบแจ้งทางปภ.ทันที เพื่อแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ให้เตรียมรับมือกับน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
ทั้งนี้ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ มีพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และได้รับความเสียหายแล้ว จำนวน 1 แห่ง ในพื้นที่ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย สัตว์เลี้ยงสูญหายเป็นจำนวนมาก และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียกายกว่า 100 ไร่ เบื้องต้นทางปภ.รอการยืนยันพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายที่แท้จริง เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป ขณะเดียวกันได้มีการช่วยเหลือในเบื้องต้นไปแล้วทั้งการซ่อมแซมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ร่วมทั้งแขวงการทาง และกรมทางหลวง ได้เข้าไปปรับปรุงแก้ไขถนนที่ได้รับความเสียหาย เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนได้ใช้สัญจรไปมาได้สะดวกมายิ่งขึ้น
นายคมสัน กล่าวว่า หลังจากพื้นที่อำเภอแม่ออนได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนัก ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยให้มากขึ้น แม้ว่าทางปภ.เชียงใหม่จะมีการติดตั้งระบบเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยงทั้งหมด 243 จุดแล้วก็ตาม ยังได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าติดตามตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ทางปภ. เชียงใหม่ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะไม่ให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่มในปีนี้ เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในระบบเตือนภัย และการทำงานของหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ว่าจะสามารถแจ้งเตือนและให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันถ่วงที
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ทางปภ.ได้มีการส่งหนังสือแจ้งเตือนไปยังทุกอำเภอ เพื่อให้แจ้งไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่ให้ ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในช่วงระยะนี้ไปจนวันที่ 6 กันยายน ตามการคาดการณ์ของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือไว้ล่วงหน้าแล้ว ตลอดจนที่ผ่านมาทางปภ.ได้มีการส่งเสริมความรู้ให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ในการเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติ และการเตรียมการอพยพหากสถานการณ์รุนแรง



