ข่าว

ทบ.คุยทูตหลังโจรใต้'ปักธงมาเลย์'

ทบ.คุยทูตหลังโจรใต้'ปักธงมาเลย์'

03 ก.ย. 2555

ทบ.เผยประสานคุย "ทูตมาเลย์" หลังโจรใต้ปักธงมาเลย์ เชื่อหวังทำ 2 ชาติแตกแยก ด้าน "ประยุทธ์" รับทหารทำงานลำบาก เหตุโจรใต้แฝงตัวกลุ่มปชช. ชี้ทหารงานหนักทำ 2 ภารกิจ”รับ-รุก” มาเลย์ยันไม่สนับสนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรงภาคใต้ของไทย

              ที่กองบัญชาการกองทัพบก วันที่ 3 ก.ย. พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.ทบ.) ถึงเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปักธงชาติมาเลเซียในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบกได้สั่งให้ประสานงานกับทางผู้ช่วยทูตทหารมาเลเซียประจำประเทศไทย พร้อมชี้แจงข้อมูลเพื่อให้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เป็นความพยายามของผู้ก่อเหตุที่ต้องการสร้างความเข้าใจผิดให้เกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซียยังดีเหมือนเดิม สำหรับการปฎิบัตินั้นผู้ช่วยทูตทหารบกที่อยู่ในประเทศไทยกับกองทัพบกเมื่อมีข้อมูลอะไรที่ต้องการให้ทางประเทศมาเลเซียรับทราบจะใช้ช่องทางนี้ประสานงานกันอยู่แล้ว

               เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.ได้เน้นย้ำการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไรบ้าง พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า ผบ.ทบ.ได้พูดถึงนโยบายและแนวทางการปฎิบัติงานของกองทัพบกที่ผ่านมาให้กับผู้บังคับหน่วยได้รับหทราบ ร่วมทั้งได้อธิบายถึงความยากลำบากในการทำงานของเจ้าหน้าที่ การนำนโยบายไปสู่การปฎิบัติ ร่วมถึงได้เล่าถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ว่ามีการเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ที่จะต้องลงไปทำงานในพื้นที่ แต่พื้นที่ภาคใต้กับพื้นที่สนามรบมีลักษณะต่างกัน เพราะพื้นที่ภาคใต้มีข้อจำกัด คือ มีผู้กระทำผิดแฝงตัวอยู่ในกลุ่มประชาชน ดังนั้นจะทำงานด้วยการปฏิบัติทางการทหารได้ร้อยเปอร์เซนต์นั้นคงจะทำได้ยากลำบาก นี่คือ ข้อจำกัดของการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

               “กองทัพบกได้ให้ผู้บังคับหน่วยช่วยกันชี้แจงขอความร่วมมือกับประชาชนให้ดูแลตนเอง ส่วนการทำงานร่วมกันของหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ยังคงสานสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นโดยจะพยายามขับเคลื่อนทุกอย่างไปพร้อมกันซึ่งมีจุดหมายเดียวกัน เป็นสิ่งที่ ผบ.ทบ.มอบให้ผู้บังคับหน่วยเพื่อให้เข้าใจบริบทของการทำงานในพื้นที่ภาคใต้ว่า คงไม่เป็นสูตรสำเร็จอย่างการปฏิบัติการในสนามรบ ส่วนเหตุการณ์ระเบิด 102 จุดในพื้นที่ภาคใต้นั้น เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัด โดยผู้ก่อเหตุใช้ต้นทุนในการดำเนินการที่ต่ำ เช่นการปักธง ซึ่งสร้างความสนใจให้กับคนในพื้นที่และคนที่อยู่บริเวณโดยรอบ ส่วนด้านงานข่าวของเรามีข้อมูลอยู่แล้วและพยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่ข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจากการทำงานทำให้เราทำงานด้วยความยากลำบาก”รองโฆษกกองทัพบก กล่าว

               พ.อ.หญิงศิริจันทร์ กล่าวว่า การที่เราต้องทำงานเชิงรับ เช่น การดูแล คุ้มครอง ป้องกัน การพัฒนา และการระแวดระวัง ทำให้เราไม่มีเวลาจะไปปฏิบัติการด้านการทหารโดยเฉพาะจริงๆ กำลังพลถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ทำงานเชิงรับ กับเชิงรุก สรุปคือการทำงาน 2 ภารกิจในคนๆเดียว ดังนั้นการทำงานตรงนี้ กำลังพลต้องมั่นคง และต้องทำเต็มที่ ดังนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ที่คนๆเดียวจะแปลงสภาพตัวเองในหลายๆภารกิจได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ในอนาคตกำลังส่วนอื่นๆจะเข้ามาช่วย จึงน่าจะทำให้การทำงานเราไม่ต้องทำสองภารกิจ


ทูตไทยในมาเลย์มั่นใจไม่กระทบสัมพันธ์สองประเทศ

               นายสมพงษ์ กางทอง อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่พยายามทำให้เกิดเป็นความขัดแย้งและความหวาดระแวงกันระหว่างสองประเทศ และมั่นใจว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่มีผลกระทบใดๆกับความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน เนื่องจากประเทศไทยและมาเลเซีย มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน และทั้งสองฝ่ายก็เข้าใจดีว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี อีกทั้งจากการติดตามการนำเสนอข่าว หรือความรู้สึกของชาวมาเลเซียที่มีต่อเรื่องดังกล่าว ปรากฏว่าส่วนใหญ่ต่างรู้สึกแปลกใจและตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้น

               อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเชื่อว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศ จะมีการเจรจาหารือเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกันและนำมาสู่การแก้ปัญหาในกรณีดังกล่าว รวมถึงการสนับสนุนการแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศมาเลเซียที่จะยังคงเดินหน้าต่อไปด้วย ส่วนการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ตามแนวชายแดนของ จ.นราธิวาส จ.ยะลา และ จ.สงขลา ก็ยังพบว่านักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซีย ยังคงมีการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมากันตามปกติ ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงมีการกระจายกำลังออกไปรักษาความปลอดภัยตามจุดต่างๆตามมาตรการที่ได้มีการกำหนดไว้ในแต่ละพื้นที่อย่างเข้มงวด


มาเลย์ยันไม่หนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรงภาคใต้ของไทย

               ที่จุดตรวจร่วมไทย-มาเลเซีย หลักเขตแดนที่ 45 บ้านดีดะ ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา พ.อ.รุ่งโรจน์ ถุงเป้า รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา พร้อม พ.ท.วิริยะ รุจิวณิชย์กุล หัวหน้าส่วนปฎิบัติการ สำนักงานประสานชายแดนไทย-มาเลเซีย และคณะได้เดินทางไปพบปะและพูดคุยกับ นายอูโกซาลิม บิน โอมาร์ (Mr. Ogosalim bin omar) รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย พลจัตวา ดาโต๊ะซูลกาฟี บินลาฮาหมัด (Zulkapri bin rahamat) ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 6 รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย และคณะนายทหารมาเลเซีย

               พ.อ.รุ่งโรจน์ เปิดเผยว่า ในการเดินทางมายังจุดตรวจร่วมไทยมาเลเซียในครั้งนี้ เพื่อที่จะมาตรวจเยี่ยมการปฎิบัติหน้าที่ของหน่วยป้องกันชายแดน ที่ปฎิบัติหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยของประเทศ นอกจากนั้นพบปะและพูดคุยกับผู้นำทหารของประเทศมาเลเซีย เพื่อที่จะสอบถามและพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 55 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการปักธงชาติมาเลเซีย ซึ่งก็ได้รับคำยืนยันว่าทางมาเลเซีย ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือให้การสนับสนุนกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด

               ในที่ประชุม นายอูโกซาลิม บิน โอมาร์ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติมาเลเซีย ได้กล่าวในระหว่างประชุมร่วมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยและประเทศมาเลเซียมีความสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด มีการประชุมพูดคุยกันในหลายๆครั้ง และในครั้งนี้ก็ได้เดินทางเพื่อมาตรวจเยี่ยม และรับทราบการปฎิบัติหน้าที่ร่วมกันของทหารทั้งสองประเทศ ที่จุดตรวจร่วมแห่งนี้ นอกจากนั้น พลจัตวา ดาโต๊ะซูลกาฟี บินลาฮาหมัด ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 6 รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ได้กล่าวในที่ประชุมเช่นกันว่า ในการปฎิบัติงานร่วมกันระหว่าง 2ประเทศที่จุดตรวจร่วมแห่งนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่ได้อยู่ร่วมกัน ตนเองอยากให้ความสัมพันธ์เช่นนี้ คงอยู่ตลอดไป และในอนาคตก็จะร่วมกันพัฒนา และปรับปรุงจุดตรวจร่วมแห่งนี้เพื่อให้สามารถปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างคล่องตัว

               ทั้งนี้ในที่ประชุมยังได้ร่วมกันแสดงความเป็นถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ที่กลุ่มก่อเหตุรุนแรงออกปฎิบัติการนำธงชาติมาเลเซีย มาปักในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายร้อยจุด โดยพลจัตวา ดาโต๊ะซูลกาฟี บินลาฮาหมัด ผู้บังคับกองพลน้อยที่ 6 รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย ได้กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ก็ได้รับจดหมายจากท่าน พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 ที่ชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา

               ทางพลโท ดาโต๊ะซูลกิฟฟี บิน ฮัจยีกาซิม ผู้บัญชาการกองกำลังกองทัพบกสนาม ก็ได้ทำหนังสือตอบกลับไปว่า ทางกองทัพมาเลเซียขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยทางกองทัพได้สั่งการให้เพิ่มระดับในการดูแลรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดน และขอยืนยันว่าชาวมาเลเซียไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งให้ความมั่นใจกับท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ว่า จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยอย่างเต็มที่