
'ทายาทกระทิงแดง'ได้ประกันตัว
"ทายาทกระทิงแดง"ได้ประกันตัวแล้วหลังยื่นหลักทรัพย์ 5 แสนบาท แจงตำรวจขี่รถปาดหน้าหักหลบไม่ทัน ขณะที่อดีตเมียดาบตำรวจสน.ทองหล่อ จวกยับควรมีจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อการกระทำด้วย
3 ก.ย.55 เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา พล.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบก.น.5 พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ นำหมายค้นศาลอาญา พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และรถยกเข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว เบื้องต้นพบหลักฐานเป็นรอยคราบน้ำมันเครื่องจากข้างนอกบ้านเป็นทางยาวเข้าไปในบ้านอย่างชัดเจน นอกจากนี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ ปจ.บก.น.5 จำนวน 2 กองร้อย ตรึงกำลังล้อมประตูทางเข้าบ้านเอาไว้
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ กล่าวก่อนเข้าตรวจค้นว่า หลังเกิดเหตุมี สวป.สน.ทองหล่อ คนหนึ่งที่รู้จักสนิทสนมกับคนในบ้านหลังนี้ เข้าไปนำคนในบ้านขึ้นรถไปมอบตัวที่ สน.ทองหล่อ แต่ไม่ใช่คนขับรถตัวจริง เพราะอ้างแต่ว่าเป็นคนขับรถคันก่อเหตุดังกล่าว แต่นอกนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทำให้ต้องดำเนินคดีให้การเท็จกับชายคนดังกล่าว นอกจากนี้ตนได้เซ็นคำสั่งให้ สวป.คนดังกล่าว ไปช่วยราชการอย่างไม่มีกำหนด ไม่ต้องมาสัมผัสใกล้ชิดกับประชาชนอีกต่อไป คดีนี้ตำรวจเสียชีวิต แต่ยังไปเข้าข้างผู้ต้องหา
จากนั้น พล.ต.ต.อนุชัย พล.ต.ต.วรศักดิ์ พ.ต.อ.จิรพัฒน์ และพ.ต.อ.ชุมพล ได้เข้าไปเจรจากับคนในบ้านโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที จนกระทั่งนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา อายุ 27 ปี จึงยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเจ้าตัวเดินออกมาจากบ้านพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจขนาบข้าง โดยมีสีหน้าเรียบเฉย สวมหมวกแก๊ปสีน้ำเงิน สวมเสื้อโปโลสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนสีดำ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวขึ้นรถเดินทางมา สน.ทองหล่อทันที ซึ่งเมื่อมาถึงนายวรยุทธ มีอาการเดินเซเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงรีบนำตัวเข้าไปสอบปากคำภายในห้องทำงานของ พ.ต.อ.ชุมพล ทันที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพแต่อย่างใด
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ประสานรถยกให้เข้าไปทำการยกรถเก๋งสปอร์ต 2 ประตู ยี่ห้อเฟอร์รารี่ รุ่นพินินฟารีน่า สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน ญญ-1111 กทม. ซึ่งอยู่ในสภาพกระจกหน้าแตก กันชนหน้าพังยุบ ถุงลมนิรภัยแตก ออกจากบ้านเลขที่ 9 มาไว้ที่ สน.ทองหล่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ และตรวจเก็บดีเอ็นเอรอบคัน พร้อมนำรถจยย.หมายเลขทะเบียน ตราโล่ 51511 มาจำลองเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุถูกชนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ สวป.สน.ทองหล่อ ที่นำตัวชายในบ้านเลขที่ 9 ไปสน.ทองหล่อ เพื่อรับผิดว่าเป็นคนขับรถเก๋งสปอร์ตชน ดต.วิเชียร จนเสียชีวิต แทนนายวรยุทธ อยู่วิทยา คือ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ซึ่งหลังเกิดเหตุถูก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เซ็นคำสั่งย้ายด่วนให้ไปช่วยราชการอย่างไม่มีกำหนด ส่วนชายคนที่ยอมรับผิดแทนนายวรยุทธ นั้นคือ นายสุเวศ หอมอุบล อายุ 45 ปี เป็นพ่อบ้านของบ้านหลังดังกล่าว มีหน้าที่คอยดูแลรถทุกคันภายในบ้าน และคอยสตาร์ทรถเพื่ออุ่นเครื่องรถก่อนให้เจ้านายนำออกไปขับ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นคนขับรถสปอร์ตคันก่อเหตุ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบสวนกลับไม่สามารถให้รายละเอียดของเหตุการณ์ได้ อีกทั้งจากการตรวจร่องรอยคาดเข็มขัดนิรภัย และร่องรอยที่ถูกแรงอัดกระแทก กลับไม่พบแต่อย่างใด ทำให้เจ้าตัวยอมจำนนด้วยหลักฐานว่า ไม่ใช่คนขับรถที่แท้จริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาแจ้งถ้อยคำอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงานก่อนนำตัวไปดำเนินคดีต่อไป
ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก ผบช.น. ให้เข้ามาดูแลคดีนี้ ซึ่งหลังจากนายวรยุทธ อยู่วิทยา ได้มอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นำตัวมาให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำที่สน.ทองหล่อ โดยเบื้องต้นเจ้าตัวให้การภาคเสธว่า เป็นคนขับรถชนจริง ส่วนรายละเอียดอื่นๆนั้น อยู่ระหว่างรอพนักงานสอบสวนสอบปากคำให้แล้วเสร็จก่อน เบื้องต้นจะแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต และหลบหนีไม่อยู่ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุไว้ก่อน ส่วนเรื่องที่ว่าผู้ต้องหาจะมึนเมาสุราหรือไม่นั้น จากการพูดคุยเบื้องต้นก็ยังพูดจารู้เรื่องอยู่ แต่หลังสอบปากคำจะส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ในร่างกายหรือไม่ ส่วนเรื่องการประกันตัวนั้นอยู่ในดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน ต้องรอให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำเสร็จสิ้นเสียก่อน จึงพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่
ต่อมา น.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยาของ ดต.วิเชียร เดินทางมาที่ สน.ทองหล่อ โดยอยู่ในอาการโศกเศร้าและร่ำไห้ตลอดเวลา โดย น.ส.นงนุช เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า แต่งงานอยู่กินกับ ด.ต.วิเชียร ตั้งแต่ปี 47 ต่อมาได้เลิกรากันไปเมื่อปี 48 แต่ก็ยังติดต่อโทรศัพท์พูดคุย หรือพบเจอหน้ากันอยู่ทุกวัน แม้จะไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ล่าสุดที่เจอหน้า ดต.วิเชียร ครั้งสุดท้าย คือ เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา โดย ดต.วิเชียร เพิ่งกลับมาจากไปร่วมงานศพ จากนั้นก็เข้านอนพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าเวรในเวลาเที่ยงคืน จนกระทั่งตนมาทราบว่า ดต.วิเชียร ถูกชนตายเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา ที่ผ่านมาซึ่งตนรู้สึกช็อกและเสียใจมาก ปกติอดีตสามีก็เป็นคนนิสัยดี เรียบร้อย ไม่ค่อยพูดเท่าไร แต่ก็เป็นคนที่ตนรักที่สุด ส่วนคนที่ก่อเหตุแล้วหนี ตนอยากฝากบอกคนที่ก่อเหตุด้วยว่า ควรมีจิตสำนึก ให้รับผิดชอบในสิ่งที่ก่อขึ้นด้วย
ด้าน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.วิเชียร ซึ่งเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ สายตรวจ ตั้งแต่เวลา 00.00 น.-08.00 น. กำลังจะขับขี่รถจยย.ไปเข้าจุดเฝ้าระวังภายในซอยสุขุมวิท 53 เพื่อป้องกันเหตุวิ่งราวทรัพย์ เนื่องจากในซอยดังกล่าวมีเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็มาถูกชนเสียชีวิตเสียก่อน สำหรับศพของ ด.ต.วิเชียรนั้น หลังจากทำการชันสูตรที่สถาบันนิติเวชเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำไปทำพิธีรดน้ำศพในเวลา 17.00 น. ที่วัดธาตุทอง ศาลา 10
รับศพด.ต.เหยื่อเฟอรารี่ทายาทกระทิงเเดง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ก.ย.ที่สถาบันนิติเวชวิทยา นายพรอนันต์ กลั่นประเสริฐ อายุ 58 ปี พี่ชาย และน.ส.นงนุช แสงประพาฬ อายุ 31 ปี อดีตภรรยา พร้อมด้วย
ญาติ และเพื่อนร่วมงาน เดินทางมารับศพ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ซึ่งถูกนายวรยุทธ์ อยู่วิทยา อายุ 27 ปี ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิม อยู่วิทยา ประธานบริษัท เรด บูล คอมปานี ลิมิเต็ด ขับรถเก๋งเฟอรารี่ ชนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก โดยทันทีที่ น.ส.นงนุช เห็นศพ ด.ต.วิเชียร ได้ตรงเข้ากอดพร้อมร่ำไห้อย่างเศร้าสลด ทั้งนี้ ผลการชันสูตรของแพทย์นิติเวช ระบุสาเหตุการเสียชีวิต ว่า กระดูกสันหลังส่วนคอหักเคลื่อน เนื่องจากถูกของแข็งไม่มีคมกระแทก โดยหลังจากรับศพทางญาติจะได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 10 วัดธาตุทอง เป็นเวลา 5 วัน โดยในเวลา 16.30 น.พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น.จะเป็นประธานในพิธีรดน้ำศพ
นายพรอนันต์ กล่าวว่า ผู้ตายน้องชายคนสุดท้อง ตอนเด็กใฝ่ฝันอยากเป็นตำรวจ จึงได้มาสอบ ร.ร.พลตำรวจนครบาล หลังเรียนจบเริ่มรับราชการเป็นตำรวจ โดยบรรจุครั้งแรกที่ สน.ทองหล่อ ตั้งแต่ปี 2534 และประจำอยู่ที่นี่มาโดยตลอดไม่ได้ย้ายไปที่อื่น โดยปกติน้องชายเป็นคนสุภาพเรียบร้อย อัธยาศัยดี และตั้งใจทำงาน จึงเป็นที่รักใคร่ชอบคอของเพื่อนร่วมงาน รวมถึงบุคคลใกล้ชิด เมื่อช่วงเช้าตนทราบจากข่าวทางโทรทัศน์ และต่อมามีคนโทรมาบอก รู้สึกตกใจมากจึงรีบเดินทางมาทันที ส่วนเรื่องคดีตนไม่ขอให้ความเห็น ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ทางฝ่ายที่ขับรถชนน้องชายของตนยังไม่มีการติดต่อมาเพื่อแสดงความรับผิดชอบแต่อย่างใด
"เรื่องนี้ผมรู้สึกรับไม่ได้ และถือเป็นเรื่องที่โหดร้ายมาก ที่คนก่อเหตุขับรถชนน้องชายแล้วขับรถหนี มีการลากศพไปไกล เพราะหากชนแล้วหยุด น้องชายผมคงมีโอกาสรอด อาจจะไม่ตายแต่อยากฝากถึงคนที่ก่อเหตุว่าเมื่อขับรถชนแล้ว ควรจะมีความรับผิดชอบ อย่างน้อยก็น่าจะลงมาดูศพ ไม่ใช่ขับรถหลบหนีไปแบบนี้ พอรู้ว่าเป็นลูกคนมีชื่อเสียง อยากให้ฝากถึงคนที่เลี้ยงดูเขา อยากให้อบรมลูกให้มีความรับผิดชอบ ทำผิดควรลงมาช่วยไม่ใช่หนีไปแบบนี้"นายพรอนันต์ กล่าว
นายพรอนันต์ กล่าวต่อว่า กรณีแบบนี้ตนเห็นมาหลายกรณีแล้วที่ลูกคนมีเงินขับรถชนคนตาย จึงไม่อยากคาดหวังอะไร แต่หากเป็นไปได้อยากให้คนก่อเหตุมาขอขมาหน้าศพ
ด้านนางประนอม แสงประพาฬ อายุ 53 ปี กล่าวว่า แม้ผู้ตายเป็นอดีตลูกเขย แต่ตนก็รักผูกพันเสมือนลูกตัวเอง ที่ผ่านมาก็ดูแลกันมาโดยตลอด ผู้ตายมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้างจึงเป็นที่รักของทุกคน ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ตนได้ขึ้นไปที่ห้องพักของผู้ตาย เพื่อสอบถามว่ากินข้าวหรือยัง แต่เห็นเขาแต่งตัวกำลังไปเข้าเวร จึงไม่ได้พูดอะไรกัน ทั้งนี้ อยากให้คนที่ขับรถชนมาแสดงความรับผิดชอบ แม้ชีวิตของ ด.ต.วิเชียร จะไม่สามารถเรียกคืนมาได้แล้ว แต่อยากเขาให้สำนึกผิด มาขอขมาศพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ญาติกำลังติดต่อรับศพ ด.ต.วิเชียร ได้มีชายซึ่งเป็นตัวแทนของฝ่ายผู้ก่อเหตุเดินทางมาสังเกตการณ์ แต่ไม่ได้มีการพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิต หรือ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด
รดน้ำศพ'ดต.เหยื่อลูกกระทิงเเดง'ที่วัดธาตุทอง
เวลา 16.00 น. ที่ศาลา 10 วัดธาตุทอง ถ.สุขุมวิท ภายหลังญาติ รวมถึงผู้บังคับบัญชาและเพื่อนตำรวจของ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อายุ 47 ปี ผบ.หมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ซึ่งถูกนายวรยุทธ์ อยู่วิทยา อายุ 27 ปี ลูกชายคนเล็กของนายเฉลิม อยู่วิทยา ประธานบริษัท เรด บูล คอมปานี ลิมิเต็ด ขับรถเก๋งเฟอรารี่ ชนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา รับศพจากนิติเวช รพ.ตำรวจ จากนั้นนำมาตั้งสวดอภิธรรศพที่วัดธาตุทอง โดยมีพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบข.น. เดินทางมารดน้ำศพ รวมถึงผู้บังคับบัญชาของ บ.ช.น. บก.น.5 สน.ทองหล่อ และเพื่อนร่วมรุ่นตำรวจของ ด.ต.วิเชียร เดินทางมารดน้ำศพ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ซึ่งเพื่อนตำรวจบางนายถึงกับร้องไห้กับการเสียชีวิตของ ด.ต.วิเชียรในครั้งนี้ และในวันนี้ พล.ต.ต.ปริญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. จะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพ
ลูกชาย"กระทิงแดง" ชี้แจง ตำรวจขี่รถปาดหน้า หักหลบไม่ทัน
พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการสอบสวนในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา บุตรชายนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังขับรถเฟอร์รารี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ญญ111 กทม. ชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต กล่าวถึงความคืบหน้ทางคดีว่า จาการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าได้ก่อเหตุชนจริง แต่รถของผู้ตายขับปาดหน้าจึงหักหลบไม่ทัน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมตั้งวงเงินประกัน 5 แสนบาท และไม่คัดค้านการประกันตัวโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่
"หลังสอบปากคำได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ รพ.ตำรวจ ก่อนจะพิจารณาว่าจะมีการตั้งข้อหาเมาแล้วขับกับนายวรยุทธ อีกข้อหาหรือไม่ ส่วนพ่อบ้านดูแลรถ ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ที่ขับรถคันเกิดเหตุ แต่จากการสอบปากคำ และตรวจร่างกายเบื้องต้น ไม่ปรากฏบาดแผล และร่องรอยจากการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งไม่สามารถให้รายละเอียดเหตุการณ์ได้ จึงเชื่อว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาตัวจริง ตำรวจจึงแจ้งข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและนำตัวส่งศาลแขวงพระนครใต้ต่อไป" พล.ต.ต.อนุชัย กล่าว
ตร.สอบทายาทกระทิงแดงนาน 6 ชม.
เมื่อเวลา 15.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสอบปากคำนานประมาณเกือบ 6 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา ลงมาจากห้องสอบปากคำ ก่อนนำตัวขึ้นรถตู้ออกจาก สน.ทองหล่อ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลสมิติเวชทันที โดยที่ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อแต่อย่างใด
นายสมัคร เชาวภานันท์ ทนายความประจำตระกูล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุนายเฉลิม ได้ติดต่อให้ตนมาพบที่บ้านพักเพื่อปรึกษาด่วน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นเรื่องอะไร เมื่อมาถึงบ้านจึงได้ทราบเรื่องนายวรยุทธ ตนจึงแนะนำไปว่าให้นายวรยุทธเข้ามอบตัวไม่ว่าจะถูกหรือผิด ส่วนสาเหตุที่นายวรยุทธ ขับรถกลับเข้าบ้านพักไปทันทีหลังเกิดเหตุนั้นก็เพราะเป็นความตกใจของเด็กจึงรีบกลับเข้าไปปรึกษากับผู้ใหญ่ไม่ได้หลบหนีและไม่ได้มีการดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนหน้านี้แต่อย่างใด ส่วนเรื่องจะผิดจะถูกนั้นก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนเป็นผู้พิจารณา แต่ไม่ว่าผลจะออกมาว่านายวรยุทธจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูกนั้น ฝ่ายตนก็ยินดีจะชดใช้ค่าเสียหายให้ทั้งหมด และจะเป็นเจ้าภาพงานศพของ ดต.วิเชียร ทุกคืน โดยคืนนี้เป็นคืนแรก ซึ่งทางนายเฉลิม อยู่วิทยา พ่อของนายวรยุทธ ก็จะเดินทางไปร่วมงานศพด้วย แต่ตัวนายวรยุทธ คงยังไม่ไปในวันนี้ เนื่องจากยังทำใจไม่ได้ เจ้าตัวยังเสียใจว่าไม่น่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ส่วนเรื่องที่ก่อนเกิดเหตุนายวรยุทธไปไหนมาก่อนนั้นตนไม่ทราบ
นายสมัคร กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องการขอประกันตัวนั้น ตนได้นำหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 500,000 บาท ยืนขอประกันตัวไปแล้ว ซึ่งทางพนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้นัดว่าจะต้องมาพบอีกเมื่อไหร่ ส่วนเรื่องที่เมื่อช่วงเช้า มี สวป.สน.ทองหล่อ นำตัวคนในบ้านไปมอบตัวแทนนายวรยุทธนั้น ตนไม่ทราบเรื่อง และนายเฉลิม ยืนยันว่า ไม่ได้สั่งให้ใครไปมอบตัวแทน และก็ไม่ได้รู้จักกับ สวป.คนดังกล่าว เป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด
ด้าน พ.ต.อ.ชุมพล กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวนายวรยุทธ ไปตรวจร่างกาย ตรวจดีเอ็นเอ และตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอลล์ที่โรงพยาบาลสมิติเวช เนื่องจากอยู่ใกล้ สน.ทองหล่อ หลังจากนั้นก็นำตัวกลับมาสอบปากคำอีกครั้ง ส่วนจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้น พนักงานสอบสวนพิจารณาอีกครั้ง ส่วนเรื่องมีคำสั่งให้ พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ไปช่วยราชการนั้น ก็เป็นไปตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งการลงมา อย่างไรก็ตามได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว เนื่องจากพบหลักฐานว่ามีการลงบันทึกจับกุมคนนายสุเวศ พ่อบ้านของนายวรยุทธจริง
ต่อมาเวลา 16.30 น.เจ้าหน้าที่คุมตัวนายวรยุทธ กลับมาสอบปากคำที่สน.ทองหล่ออีกครั้ง โดยมีนายเฉลิม อยู่วิทยา ผู้เป็นพ่อเดินทางมาด้วย ซึ่งนายเฉลิม เปิดเผยสั้นๆว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายได้นำรถออกจากบ้านเพื่อไปวอร์มเครื่องและทดลองขับบนถนนในช่วงเช้ามืดเท่านั้น และไม่คิดว่าจะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจ ตัวลูกชายเองก็รู้สึกเสียใจ อย่างไรก็ตามจะดูแลรับผิดชอบให้ดีที่สุด
"ทายาทกระทิงแดง"ได้ประกัน
จนกระทั้งเวลา 17.30 น. พ.ต.อ.ชุมพล เปิดเผยว่าได้อนุญาตให้นายวรยุทธประกันตัวไปแล้ว เนื่องจากไม่มีเหตุผลใดที่จะคัดค้านการประกันตัว เพราะนายวรยุทธได้เข้ามอบตัวเองและไม่มีเจตนาหลบหนี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังได้รับการประกันตัวนายวรยุทธพร้อมญาติและทนายก็เดินทางกลับบ้าน ซึ่งมีรายงาว่าทางครอบครัวอยู่วิทยาจะเดินทางไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพ ด.ต.วิเชียรที่วัดธาตุทองด้วย สำหรับนายวรยุทธผู้ก่อเหตุนั้นคงไม่ได้ไปร่วมงานแต่อย่างใด



