
เชือกผูกโป๊ะ6ตันขาดไหลชนคอสะพาน
เกิดเหตุโป๊ะขนาดใหญ่ หนักกว่า 6 ตัน ที่ผูกมัดไว้ในคลองบางริ้น ขาดลอยกระแทกเสาสะพานบางริ้นเสียหาย ด้าน อุตุฯเตือนเหนือ-อีสานระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขณะที่หลายจังหวัดเจอฝนตกหนัก น้ำป่าพัดคอสะพานขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 55 เกิดเหตุโป๊ะเรือดูดทรายขนาดใหญ่ หนักกว่า 6 ตัน ที่ผูกโยงไว้ในลำคลองบางริ้น ได้หลุดลอยมากระแทกกับเสาซีเมนต์ค้ำท่อประปา ที่ตั้งอยู่ภายในลำคลองจนได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะลอยมากระแทกกับเสาสะพานบริเวณคอสะพานอย่างแรง จนสร้างความวิตกให้กับชาวบ้านว่า อาจจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของสะพานบางริ้น ซึ่งเป็นสะพานสำคัญ ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม เส้นทางระนอง-พังงา
นายเชาวลิต เทพประดิษฐ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางริ้น จ.ระนอง กล่าวว่า ก่อนหน้าที่ทางเทศบาลได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ระบายน้ำออกจากบริเวณคลองบางริ้น ผ่านทางเขื่อนโดยเปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนทั้ง 4 บาน หลังจากพบว่าระดับน้ำในลำคลองที่เก็บกักไว้มีปริมาณสูงกว่าที่กำหนด
โดยในขณะที่มีการระบายพบว่าน้ำในลำคลองได้ไหลแรง และเชี่ยวทำให้สายผูกยึดของโป๊ะดูดทราย ซึ่งผูกไว้บริเวณเหนือคลองบางริ้นขาด ซึ่งมาจากความแรงของน้ำ จนทำให้โป๊ะดูดทรายขนาดใหญ่ดังกล่าว ซึ่งเป็นเหล็กขนาดกว้างกว่า 20 ม.ไหลลอยมาตามกระแสน้ำ ก่อนไปกระแทกกับเสาซีเมนต์ค้ำท่อประปาจนขาด จากนั้นได้ลอยมากระแทกกับเสาสะพานบางริ้นอย่างแรง จนเกิดความวิตกว่าอาจจะส่งกระทบต่อโครงสร้างของสะพานบางริ้น
ทั้งนี้จากการตรวจสอบในเบื้องต้นยังไม่พบร่องรอบความเสียหาย แต่จะให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องวิศวกรรมโครงสร้างเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง โดยขณะนี้ทางเทศบาลได้ประสานเจ้าของโป๊ะให้มาเร่งกู้โป๊ะออกจากลำคลอง ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลา 1-2 วันกว่าจะกู้สำเร็จ
อุตุฯเตือนเหนือ-อีสานระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
นางสาว สมศรี ฮั่นตระกูล อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 03 กันยายน 2555 เตือนเรื่อง ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่มของจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 3-6 กันยายน 2555 นี้ไว้ด้วย
สำหรับภาคใต้และอ่าวไทย จะมีคลื่นกระแสลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้เคลื่อนเข้ามาปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้
พิษณุโลก - เขื่อนแควน้อยยังรองรับน้ำได้
นายสมหวัง ปารสุขสาร ผู้อำนวยการโครงการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ในช่วงนี้ได้มีฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวันส่งผลให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ได้ปรับขึ้น เนื่องจากปริมาณฝนตกหัวเขื่อน หรือในพื้นที่ อ.ชาติตระการ อ.นครไทย ไหลเข้าเขื่อน 21.74 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่งผลให้น้ำในเขื่อนที่กักเก็บในขณะนี้มีถึง 382.29 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 40.71% ของความจุของเขื่อนแควน้อย แล้ว ซึ่งถือว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนมาก แต่ก็ยังไม่เท่ากับปริมาณน้ำในปี 2554 ส่วนการระบายน้ำของเขื่อนนั้นอยู่ในปริมาณ 1.728 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อเป็นการพร่องน้ำใช้เหลือในพื้นที่ทางการเกษตรในพื้นที่เป้าหมายของเขื่อนแควน้อย
ทั้งนี้ เขื่อนแควน้อยยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 556.71 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 59.29% ของความจุของเขื่อน ถึงแม้ว่าจะมีฝนตกลงมามาก ทางเขื่อนแควน้อย ก็ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก และเราคาดการณ์ว่าในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงปลายฝน เขื่อนแควน้อยจะสามารถกักเก็บน้ำ 90-95% เท่านั้น โดยในช่วงนี้ทางเขื่อนแควน้อยก็จะระบายน้ำช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ อ.วัดโบสถ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ พื้นที่ จ.พิจิตร ส่วนพื้นที่ราบลุ่มภาคกลาง ในปีนี้ทางเขื่อนแควน้อยอาจจะปล่อยน้ำช่วยเหลือน้อยกว่าปกติ เนื่องจากปริมาณน้ำฝนในช่วงนี้ยังมีมาก
เชียงใหม่ - ฝนถล่ม อ.แม่ออน คอสะพานเชื่อมหมู่บ้านขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีฝนตกหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่ออน ส่งผลให้น้ำจากลำห้วยสาขา ไหลลงมาที่น้ำแม่ทา ทำให้เอ่อล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่ 4 บ้านห้วยทราย และหมู่ที่ 5 บ้านป่านอด ส่งผลให้ข้าวของเครื่องใช้ของชาวบ้านได้รับความเสียหาย รวมทั้งกำแพงบ้านที่ถูกน้ำเอ่อล้นได้พังลงมา นอกจากนี้พื้นที่การเกษตรในพื้นที่หมู่ที่ 2 บ้านท่าข้าม หมู่ที่ 3 บ้านคลองกลาง หมู่ที่ 4 บ้าน ห้วยทราย และหมู่ที่ 5 บ้านป่านอด ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง
นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา กล่าวว่า ในช่วงกลางดึกในพื้นที่อำเภอแม่ออนมีฝนตกหนักติดต่อกันนานกว่า 4 ชั่วโมง ส่งให้น้ำจากลำห้วย ไหลงลงมาสู่น้ำแม่ทา ส่งผลให้คอสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 2 ขาดรวมทั้งถนนสายรองที่ประชาชนได้พื้นที่ใช้สัญจร ขาดเป็นช่วงๆ โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แจ้งไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้าน ทุกพื้นที่ สำรวจความเสียหาย พร้อมทั้งได้แจ้งไปยังอำเภอแม่ออนเพื่อให้ทำการตรวจสอบและช่วยเหลือต่อไป โดยจะมีการจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือของทางอำเภอด้วยงบทดลองราชการในการช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหาย แต่เนื่องจากในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสำรวจพื้นที่เสียหายทั้งหมด จึงยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ ขณะที่สภาพอากาศในพื้นที่ตอนนี้ไม่มีฝน แต่ท้องฟ้ายังมึดครึ้ม
ด้านข้อมูลระบบเตือนภัยของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงแจ้งเตือนพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝนสูงกว่า 50 มิลลิเมตร ในหลายพื้นที่ ทั้งที่บ้านสันติสุข หมู่ที่ 11 ตำบลท่าตอน วัดปริมาณน้ำฝนได้ 130.20 มิลลิเมตร บ้านมะผ่า หมู่ที่ 9 ตำบลท่าตอน 87.80 มิลลิเมตร ที่วัดศรีเขต หมู่ที่ 4 อำเภอหางดง วัดปริมาณน้ำฝนได้ 51.40 มิลลิเมตร ขณะที่ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือยังคงประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่ใกล้ทางน้ำ และที่ราบเชิงเขาให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มในระยะนี้ เนื่องจากมีร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านพื้นที่ภาคเหนือ ส่งผลให้ในช่วงระยะนี้ภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนอง และมีปริมาณฝนอยู่ที่ร้อย 70 - 90 ของพื้นที่
อุตุฯ ลำพูน เตือนประชาชนฝนตกหนัก-น้ำป่าไหลหลาก
นายวิชัย ตินโนเวช ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาลำพูน เปิดเผยว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือออกประกาศ ฉบับที่ 1 เรื่อง ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก แจ้งว่าร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 3-6 กันยายน 2555 พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 10.00 น.วันนี้ (3 ก.ย.) จนถึงเวลา 10.00 น. วันพรุ่งนี้ (4 ก.ย.) ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส บริเวณจังหวัดลำพูน มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่
ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 3-6 กันยายน ซึ่งจะสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตร สำหรับประชาชนและผู้ขับขี่ยานพาหนะบริเวณที่มีฝนตกหนักให้ระมัดระวังอันตราย และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด พร้อมระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสาร โทรศัพท์มือถือกลางที่โล่งแจ้งในขณะเกิดฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
น่าน - เผยฝนตกหนัก คอสะพานชำรุด 3 จุด
นายเอกกฤต จิตตางกูร หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน เปิดเผยสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอท่าวังผา ว่าในขณะนี้สถานการณ์เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว และอยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายจากองค์การท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือตามหลักการของทางราชการต่อไป นอกจากนี้ยังมีรายงานแจ้งว่าในพื้นที่อำเภอปัว ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา (2 ก.ย.) ส่งผลให้คอสะพานชำรุดในพื้นที่ตำบลอวน ในหมู่ที่ 1,4,9 รวม 3 จุด ได้รับความเสียหาย
เบื้องต้นทางปภ. ได้มีการสั่งการให้ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกพื้นที่เร่งสำรวจหมู่บ้านของตนเอง เพื่อรายงานมายังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทางอำเภอ ตลอดจนได้มีการสั่งการให้มีซ่อมแซมคอสะพานเป็นการชั่วคราว เพื่อให้ใช้งานก่อนที่จะมีการซ่อมแซมถาวรต่อไป ส่วนพื้นที่การเกษตรได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า ยังไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากน้ำที่เอ่อล้นตลิ่งไม่ได้นำเศษตะกอนหิน หรือทราย มาด้วย แต่ทั้งนี้ได้มีการให้เร่งสำรวจความเสียหายอย่างแท้จริง ล่าสุดตนได้มีการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความเสียหายแล้ว
นายเอกกฤต กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดน่านมีแม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำน่าน และมีลำน้ำสาขากว่า 9 เส้นทาง จึงได้มีการประกาศแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ที่อยู่ติดกับลุ่มน้ำ และพื้นที่รายลุ่ม ให้ระมัดระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มในช่วงระยะนี้ และหากเผชิญเหตุให้แจ้งมายังสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเพื่อให้การช่วยเหลือและระดมกำลังพลเข้าช่วยเหลือทันที พร้อมกันนี้ทางปภ.ได้มีการเปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจอุทกภัยของจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์และการแจ้งเตือนภัย ตลอดจนเป็นศูนย์รวมในการให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนด้วย ขณะที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ได้คำสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกพื้นที่เฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามข่าวสารจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เพื่อค่อยแจ้งเตือนไปยังลูกบ้านของตนเอง เพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
อุตรดิตถ์ - ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์หลายจุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่หมู่ 7 บ้านไฮ่ฮา ตำบลบ้านด่านนาขาม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ เร่งทำความสะอาดบ้านเรือน ตัดโคลนที่ไหลมาจากภูเขา ฉีดน้ำ แต่ยังคงเก็บสิ่งของ ทรัพย์สินไว้บนที่สูง เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ หลังฝนที่ตกหนักต่อเนื่องพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำให้น้ำป่าจากเขาพลึงไหลลงสู่ห้วยโป่ง ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน หมู่ 7 อย่างรวดเร็วความสูงกว่า 1 เมตร ในเวลาเพียง 30 นาที ระดับน้ำก็ลดลง แต่ทิ้งร่องรอยความเสียไว้ ทั้งนี้ฝนที่ตกหนัก ยังทำให้ตลอดเส้นทางเข้าหมู่ 12 บ้านหนองน้ำเขียว ตำบลบ้านด่านนาขาม เกิดดินถล่มหลายจุด ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการนำจอบ ขุดดินออกเพื่อให้รถสามารถสัญจรได้
ขณะที่นายมงคล ขอร้อง ปลัดอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ นำกำลัง อส.จำนวน 10 นาย ตะเวนไปตามพื้นที่ต.บ้านด่านนาขาม เพื่อสำรวจความเสียหายและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวัง และกล่าวว่า ฝนที่ตกหนักทั้งบริเวณเขาพลึง ทำให้น้ำป่าหลากลงสู่ลำห้วยโป่ง ห้วยป่าว่าน ของตำบลบ้านด่านนาขาม ทะลักท่วมบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ริมลำห้วย หมู่ 7 จำนวนกว่า 20 หลัง
"น้ำป่ายังได้กัดเซาะคอสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ 13 ตำบลบ้านด่านนาขาม เป็นหลุมขนาดใหญ่ ประกาศให้ประชาชนสัญจรด้วยความระมัดระวัง ขณะที่น้ำจากเขาพลึงที่ไหลเชียว มีสีแดงขุ่น ไหลลงลำห้วยโป่ง ห้วยป่าว่าน และจะไหลไปรวมกันที่คลองน้ำริด ก่อนจะลงสู่แม่น้ำน่าน จึงประกาศเตือนให้ประชาชน ต.บ้านด่านนาขาม ตำบลน้ำริด อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ติดตามและระวังน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงดินโคลนถล่มระดับสูงของจังหวัดอุตรดิตถ์ และเคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้วเมื่อปี 2549 และได้รับแจ้งจาก ปภ.จ.อุตรดิตถ์ จะมีฝนตกหนักและต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ 6 กันยายน"
ระนอง - เฝ้าระวัง 84 หมู่บ้านเสี่ยงภัยรับมือน้ำท่วมฉับพลัน
นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะ 84 หมู่บ้านเสี่ยงภัยในเขตพื้นที่ จ.ระนอง ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หลังกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักจากอิทธิพลของคลื่นกระแสลมที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามันส่งผลให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ฝั่งตะวันตก ประเทศไทย และอ่าวไทย
ลักษณะเช่นนี้ทำให้เกิดฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในจังหวัดระนองช่วงระหว่างวันที่ 3 ก.ย. - 6 ก.ย. 2555 นี้ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ลมพัดแรงกระโชกบางช่วง สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ ส่วนเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
นายเชาวลิต กล่าวอีกว่า เพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงในทะเล อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย ทาง ปภ.จึงเร่งประสานขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการดังนี้ ติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศโดยใกล้ชิดและให้แจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ และพร้อมเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที โดยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุการณ์ เฝ้าระวังเด็กตกน้ำ สำรองปัจจัย4 รวมทั้งการติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนของทางราชการอย่างต่อเนื่องในระยะนี้
พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.ในช่วงระยะวันแจ้งเตือนดังกล่าว สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม พร้อมขอให้เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรด้านต่างๆ เพื่อเป็นการเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น สามารถประสานการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ และแผนเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยฯ รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางอพยพ พื้นที่รองรับการอพยพ การจัดวางระบบที่เกี่ยวข้อง เช่น การสื่อสาร การรายงานได้ทันที และขอให้กำจัดวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ และหากเกิดสถานการณ์ขึ้นให้รายงานอำเภอ จังหวัดทราบทันที
แพร่ - ฝนตกหนักเซาะทางรถไฟสายเหนือขาด-สะพานพัง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนักในเขตพื้นที่ จ.แพร่ ส่งผลให้เกิดมีน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ อ.เมืองแพร่ ที่ หมู่ 1-9 ต.บ้านถิ่น อ.เมือง จ.แพร่ และ 1 หมู่ 2 หมู่ 3 หมู่ 6 และ หมู่ 9 ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ โดยเฉพาะ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ น้ำป่าทะลักเข้าเซาะดินหนุนรางรถไฟจนเป็นโพรงกว้าง 10 เมตร ลึก 4 เมตร ที่บริเวณ หมู่ 2 ต.ห้วยไร่ หลักกิโลเมตรที่ 518-520 ระหว่างสถานีรถไฟห้วยไร่ กับสถานีรถไฟเขาพลึง การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้ได้หยุดการเดินทางรถไฟสายเหนือทั้งหมด
นายเฉลิมวุฒิ รักขติวงศ์ นายอำเภอเด่นชัย เปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งเหตุทางรถไฟถูกน้ำป่าเซาะดินใต้รางรถไฟบริเวณ หมู่ 2 ต.ห้วยไร่ จึงได้ประสานให้การทางการรถไฟแห่งประเทศไทย เร่งซ่อมแซมทางรถไฟโดยขนก้อนหินเข้าไปถมใต้รางรถไฟทันที ซึ่งได้รับแจ้งว่าจะเสร็จไม่เกิน 20.00 น.ของวันนี้
ส่วนการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งนี้ ได้มอบหมายให้ อบต.ห้วยไร่นำข้าวกล่องและน้ำดื่มไปแจกจ่ายที่วัดห้วยไร่ และเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อรายงานให้จังหวัดทราบ นอกจากนี้ ทางอำเภอเด่นชัยได้สั่งการให้ดำเนินการซ่อมสะพานแบริ่ง ที่ หมู่ 6 ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ที่ถูกน้ำป่าทะลักท่วมจนประชาชนไม่สามารถใช้ในการสัญจรไปมาได้
ลำปาง - ปภ.เขต 10 เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบภาคเหนือตอนบน 4 จังหวัดได้แก่ ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน แจ้งว่า จากที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีประกาศ "ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก" ในช่วงนี้ ดังนั้น ขอให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและรับมือ น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ที่เกิดจากสภาวะฝนฟ้าคะนองลมกระโชกแรงและฝนตกหนัก ซึ่งอาจจะจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินและพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะผู้ขับขี่ยานพาหนะบริเวณที่มีฝนตกหนักให้เพิ่มความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ระมัดระวังการใช้เครื่องมือสื่อสารทุกชนิดในที่โล่งแจ้งในขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง
ด้านศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง ได้เตรียมพร้อม เจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักกล เฝ้าระวังและพร้อมช่วยเหลือประชาชน ในทันที 24 ชม. ประชาชนที่ประสบภัย ต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วนหมายเลข 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
--------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



