
'กิตติรัตน์'ขออภัยปชช.ปมโกหกสีขาว
'กิตติรัตน์'ขออภัย'ปชช.' สื่อสารผิดพลาด เหตุ 'white lie' ยันไม่มีเจตนาให้เกิดผลลบต่อ 'ศก.' วอน อย่ามองว่าเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ ลั่น ตลอดชีวิตจริงใจกับทุกเรื่องที่ทำ
3 ก.ย.55 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่สำนักวิจัยเอแบคโพล ระบุว่า ประชาชนกังวลต่อการโกหกสีขาว ของรัฐมนตรีคลัง โดยร้อยละ 83.5 เห็นว่า รัฐมนตรีคลังควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกว่า ตนมีหน้าที่อธิบายตลอดเวลาที่อยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และที่ไม่ได้ชี้แจงเนื่องจากเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศและคิดว่าสิ่งที่ได้พูดไป ไม่ได้มีเจตนาไปทำให้เกิดผลลบ ซึ่งตนทราบดีว่ามี สส.ที่ตั้งกระทู้สด ส่วนตัวตั้งใจจะตอบในสภาฯแต่ไม่อยากพูดอะไรมากเพราะเกรงว่าจะถูกกล่าวหาว่าแก้ตัว
“ผมขอเรียนว่าไม่มีเจตนาอะไร คงจำกันได้ว่าเป้าหมายการส่งออกปี 54 ได้ตั้งไว้ร้อยละ 15 ซึ่งตอน 3 ไตรมาสแรกทุกคนก็รู้สึกว่าน่าจะถึงเป้าอย่างสบาย และเป้าหมายร้อยละ 15 ก็ไม่สูงอะไรเมื่อเทียบในอดีตพอจบปี เราก็สามารถทำได้ที่เป้าหมายการขยายตัวการส่งออกร้อยละ 17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกก็ปรึกษากันว่าปี 55 ถ้าเขาจะตั้งเป้าหมายการส่งออกเท่าเดิมจะมีความเห็นเป็นอย่างไร ผมได้สำรวจหน่วยงานต่าง ๆ ทุกคนก็เห็นว่าการที่ในปี 54 การส่งออกไม่ได้ขยายตัวมากนักถ้าปี 55 การส่งออกยังเป็นอัตราเป้าหมายเดิมก็คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ผมเพียงแต่บอกว่าในความรู้สึกของผม เนื่องจากต้องติดตามภาวะต่าง ๆ ในโลกอย่างใกล้ชิดผมรู้สึกว่าจะเป็นไปได้ยาก แต่ว่าถ้าจะขอความเห็นใจในขณะที่หน่วยงานต่าง ๆ อาจจะคิดว่าพอเป็นได้แล้ว ผมรู้ว่าเป็นเรื่องยากแล้วผมจะแสดงตนคัดค้าน เป้าหมายอันนั้นมันก็จะกลายเป็นปัญหาของความเชื่อมั่น ขนาดหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังค้านเป้าหมายการขยายการส่งออกก็คิดว่าเป็นเรื่องไม่ดี” นายกิตติรัตน์ กล่าว
นายกิตติรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนยังยืนยันว่า คิดดี พูดชัดว่า 15 เปอร์เซ็นต์เป็นเป้าหมาย และปฎิบัติอย่างจริงจังว่าหากสามารถทำแล้วเกิดถึงเป้าก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเราทำมาขนาดนี้แต่ไม่เข้าไปใกล้เป้าก็ต้องยอมรับความจริง ตนอาจจะอธิบายว่าการยอมรับความจริงนั้น เป็นการไม่แสดงความจริงใจของตนแต่หวังว่าไม่ได้ถูกมองไปว่าเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ เพราะสิ่งที่ดำเนินการมาตลอดชีวิตจริงใจกับทุกเรื่องที่ทำงานและตั้งเป้าในการทำงาน
"ส่วนที่เราจะตั้งเป้าไว้สูงบ้างก็ไม่ใช่แปลกอะไร เพราะหน่วยงานต่าง ๆ ก็ตั้งเป้าไว้สูงแต่สังเกตดี ๆ ที่ตนเคยตั้งเป้าหมายทางเศรษฐกิจอันหนึ่ง ซึ่งหน่วยงานหลายหน่วยงานได้ตั้งน้อยกว่าตนก็มี แต่ก็ขยับขึ้นมา บังเอิญว่ามีปัจจัยเรื่องอื่นภายนอก ในระดับโลกเข้ามาแทรกก็ทำให้เป้าของหน่วยงานอื่นขยับขั้นหรือลงบ้าง อยากให้เรียนว่าเรื่องความจริงกับความไม่จริงเป็นอย่างนี้ ถ้าเรื่องอดีตเรื่องข้อมูลใครพูดไม่จริงก็เท่ากับเป็นการโกหก การที่ตั้งเป้าหมายการทำงานเป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นในอนาคต และไม่ได้เป็นเจตนาร้ายอะไรที่จะตั้งเป้า เพื่อหลอกให้คนหลงทางแต่เป็นการตั้งเป้าเพื่อให้คนทำงานอย่างจริงจัง เพื่อเกิดผลดีต่อประชาชนที่มีเหตุผลประกอบ หากตนจะรับคือตนก็รับว่าไม่จริงพอที่จะค้านเป้าที่ถูกกำหนดขึ้นมา ดังนั้นการที่ใครได้ฟังการชี้แจงของตน แล้วนำไปแปลความเป็นอย่างอื่น ก็ต้องขออภัยที่การสื่อสารของผมไม่ดีพอ” นายกิตติรัตน์ กล่าว



