
'มาร์ค'จี้'ปู'หยุดลอยตัวเหนือปัญหาไฟใต้
"อภิสิทธิ์" จี้ นายก ฯหยุดลอยตัวเหนือปัญหาไฟใต้ อัด "ยิ่งลักษณ์" ประเมินสถานการณ์ผิดหลังบอกไม่เกี่ยวแบ่งแยกดินแดน ยัน ปชป.เสนอแนวทางแก้ปัญหามาตลอด แต่รัฐไม่เคยสนใจ ชี้เก็บ 30 บาท เปล่าประโยชน์ หลัง รพ.แห่ไม่ทำตาม แนะรัฐทบทวน "เพื่อไทย" ป้อง "นายกฯ" ไม่
วันที่ 3 ก.ย.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2555 ที่ผ่านมาว่า ประชาชนให้ข้อมูลว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นกระบวนการใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่สามารถระงับยับยั้งได้ ดังนั้นรัฐบาลไม่ควรนิ่งนอนใจ ฝ่ายนโยบายจะต้องดูแลเอาใจใส่มากขึ้นและเป็นเอกภาพ ขอเรียกร้องให้นายกฯมาสนใจปัญหานี้อย่างจริงจัง ทั้งนี้สิ่งที่พรรคท้วงติงมาโดยตลอดคือ ความไม่เป็นเอกภาพของภาครัฐ โดยเฉพาะการที่นายกฯ มอบรองนายกฯ 3 คน ดูแลปัญหาและอยู่ในศูนย์ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ ทั้งที่มีโครงสร้างตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่น่าจะเป็นผลดีในแง่ความเป็นเอกภาพในการทำงาน และที่สำคัญคืออยากให้มีฝ่ายนโยบายที่ลงไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมาพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขา สมช.ลงพื้นที่ และ รมว.คลัง ไปที่จ.นราธิวาส แต่ก็มุ่งในเรื่องของการชดเชยเยียวยามากกว่า
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายกฯ พยายามที่จะลอยตัวอยู่เหนือปัญหา คิดว่า 3รองนายกฯจะเป็นผู้รับหน้าได้แต่ขณะนี้การทำงานขาดกลไกที่จะมีฝ่ายนโยบายติดตามอย่างจริงจังมีเอกภาพ ในขณะที่ฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบก็พยายามแสดงศักยภาพของตัวเองให้เห็นว่าขยายแนวร่วมได้มากขึ้นทำให้ประชาชนมีความหวาดกลัวไม่กล้าที่จะให้ความร่วมมือกับภาครัฐจึงทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น ซึ่งหากอำนาจรัฐอ่อนแอก็จะเป็นไปตามเป้าหมายของผู้ก่อความไม่สงบ และการที่นายกรัฐมนตรีปฏิเสธความเป็นจริงว่าไม่มีเรื่องแบ่งแยกดินแดน ทำให้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และยังแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลประเมินสถานการณ์ผิดด้วย จึงเป็นจุดที่ต้องทบทวนใหม่
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในระหว่างการเปิดนิทรรศการน้ำ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยปฏิเสธที่จะพูดถึงการแก้ปัญหาภาคใต้ทั้งที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดและ ปักธงมาเลเซียถึง 102 จุด ว่า ไม่ว่านายกรัฐมนตรีจะอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อะไรก็ตาม ต้องให้ความใส่ใจกับการแก้ปัญหาภาคใต้ด้วย แต่ในขณะนี้นายกฯพยายามจะโยนไปให้คนอื่น
เมื่อถามว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ระบุว่าจะเชิญไปหารือเพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ปัญหา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ย้ำไปหลายครั้งแล้วว่าตนและส.ส.ใต้ของพรรคให้ความร่วมมือเต็มที่กับการแก้ไข แต่เรายืนยันว่าต้องมีนายกฯมารับฟัง เพราะต้องการเสนอแนะเพื่อให้นายกฯสั่งการมากกว่าที่จะเสนอรองนายกฯคนเดียว และเห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่ ร.ต.อ.เฉลิม จะใช้วิธีการบอกผ่านสื่อว่าพร้อมฟังความเห็นของตนและพรรคประชาธิปัตย์ แต่ทุกครั้งที่เสนอแนวทางแก้ปัญหารัฐบาลกลับไม่รับฟังและไม่มีการนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้หากมีความจริงใจต้องจัดเวทีทีนายกรัฐมนตรีจะมาร่วมรับฟังด้วยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างกัน
ชี้เก็บ 30 บาท เปล่าประโยชน์
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่หลายโรงพยาบาลไม่ปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้เก็บเงิน 30 บาท แทนการรักษาฟรีผ่านบัตรประชาชนว่า ตนยืนยันมาตั้งแต่วันที่รัฐบาลแถลงนโยบายแล้วว่า การที่รัฐบาลเก็บเงิน 30 บาทกับประชาชนนั้นไม่ได้ช่วยอะไร เพราะจำนวนเงินที่เก็บได้น้อยมาก สิ่งที่บอกว่าอาจจะทำให้ประชาชนไปใช้บริการน้อยลงก็ไม่จริง เพราะถ้าไม่จำเป็นประชาชนก็ไม่เดินทางไปโรงพยาบาลอยู่แล้ว เนื่องจากมีภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องการเดินทาง
"ผมคิดว่าที่รัฐบาลเก็บ 30 บาทเพราะหวังผลทางการเมืองต้องการรักษายี่ห้อทางการตลาดเอาไว้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยวิธีคิดเช่นนี้เป็นการเอาเรื่องการเมืองมาก่อนผลประโยชน์ของประชาชนเราไม่เห็นด้วย ซึ่งผมอยากให้รมว.สาธารณสุขและรัฐบาลทบทวนนโยบายนี้ และการที่โรงพยาบาลหลายแห่งสะท้อนชัดเจนว่าไม่อยากเก็บ 30 บาทเนื่องจากมีปัญหามากในการตรวจสอบแต่ละคน น่าจะทำให้รัฐบาลกลับมาทบทวนได้แล้ว" นายอภิสิทธิ์ กล่าว
"เพื่อไทย" ป้อง "นายกฯ" ไม่ได้ลอยตัวเหนือปัญหาไฟใต้
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลอยตัวเหนือปัญหาในการแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการมอบหมายให้ 3 รองนายกรัฐมนตรีเข้าไปดูแลนั้นไร้เอกภาพและล้มเหลวว่า เป็นแค่เกมการเมืองมากกว่าการจะเสนอเหตุและผลหรือวิธีในการแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ลอยตัวเหนือปัญหาหรือปล่อยให้ 3 รองนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบโดยลำพัง นายอภิสิทธิ์ก็เคยเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 ปี 8 เดือนและเคยเข้าไปแก้ไขปัญหาแต่ก็ล้มเหลวมาแล้ว ทั้งๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์เคยหาเสียงเอาไว้ว่า 99 วันจะดับไฟใต้ให้ได้แต่ก็ไม่สามารถทำได้
นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังเคยมอบหมายให้นายถาวร เสนเนียม อดีตรมช.มหาดไทย เข้าไปดูแลและแก้ไขปัญหาเพียงคนเดียวแต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้อย่างต่อเนื่องจนมาถึงรัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งนายอภิสิทธิ์ยังเคยอ้างว่าในสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเองจะกลายเป็นภาระให้กับเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาคอยรักษาความปลอดภัยให้อีกด้วย
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาความรุนแรงในภาคใต้นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องแก้ปัญหาแบบบูรณาการโดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนด้วย การที่นายอภิสิทธิ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเปิดเวทีและมารับฟังปัญหาด้วยตนเองนั้น ตนเชื่อว่านายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะรับฟังและนำข้อมูลของฝ่ายค้านไปปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะเรื่องนี้ต้องถือเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากคงไม่มีคนไทยคนไหนไม่อยากเห็นภาคใต้สงบสุข อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีก็เคยลงพื้นที่จ.ปัตตานีมาแล้วในการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่
นายพร้อมพงศ์กล่าว่วา ดังนั้นวันนี้หากฝ่ายค้านเสนอข้อมูลหรือวิธีแก้ไขปัญหาเชื่อว่านายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะรับฟังหากเสนอข้อมูลให้กับรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์ เห็นได้จากล่าสุดที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือเชิญนายอภิสิทธิ์มาร่วมหารือถึงวิธีการแก้ไขปัญหาและขอข้อมูลต่างๆ ด้วย ดังนั้นตนจึงอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์รับคำเชิญของร.ต.อ.เฉลิมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง อย่างไรก็ตาม การที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดผ่านสื่อว่าการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิงนั้นถือว่าไม่เหมาะสม แต่ควรจะมาหารือกับรัฐบาลหรือนำเสนอวิธีการแก้ไขให้กับรัฐบาลโดยตรงจะดีกว่า



