ข่าว

'ปราโมทย์'สับกบอ.ทำงานไร้ยุทธศาสตร์

'ปราโมทย์'สับกบอ.ทำงานไร้ยุทธศาสตร์

03 ก.ย. 2555

'ปราโมทย์'สับกบอ.ทำงานไร้ยุทธศาสตร์ ตอบคำถามสังคมไม่ได้เลยเเม้เเต่เรื่องเดียว

����������� �2 ก.ย.55 นายปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน� ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.) กล่าวในรายการข่าวข้นรับอรุณ� ช่วงตอมแมลงวัน ว่า การทดสอบการระบายน้ำของคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ในช่วงวันที่ 5-7 ก.ย.นั้น ความเห็นของตนในกรณีนี้นั้น ตนเฉยๆว่าเห็นด้วยหรือไม่ แต่นึกในใจว่า ทำไปทำไม หากไม่มีคำตอบ การปล่อยน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ปล่อยทำไม� แม้ตอนนี้จะลดลงไปเหลือ 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันน้อยไปและยิ่งไม่รู้เรื่อง เนื่องจากความจริงนั้นน้ำในคลองมันไหลไปเรื่อย หากจะทดสอบต้อง100เปอร์เซ็นต์ แต่มันก็ไม่พร้อม เพราะตอนนี้ยังไม่ควรกระทำ กรณีนี้มันไม่มีโจทย์ที่น่าสงสัยตนจึงคิดว่า ทำไปทำไม

������������� �“ตนเป็นประชาชนและคนทั่วไปที่สงสัยนั้นย่อมมีสิทธิ เช่น ประชาชน ผู้ว่าฯกทม. ตรงนี้ กบอ.ต้องชี้แจงและตอบว่ามันคืออะไร”นายปราโทย์ กล่าว

�������������� เมื่อถามว่า คล้ายว่า กบอ.และ กยอ.ดำเนินการแบบไม่ตอบโจทย์ นายปราโมทย์ กล่าวว่า ถูกต้อง ตนทำงานด้านนี้ก็สงสัย� ตนยินดีมาทำงานกับ กยน.เพราะขาดการวางระบบ ตนไปประชุม กยน.ฟังมา 1-2 ครั้ง ก็พอรู้แล้วว่าหลงทาง� ประชุม กยน.ครั้งสุดท้าย เดือน เม.ย.ในช่วงวันสงกรานต์ ตอนนั้น นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานกยน.ไม่อยู่และมอบให้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นประธานการประชุม จากนั้นไม่มีประชุมเลย� ต่อมาเมื่อ กยน.เปลี่ยนเป็น กบอ.ที่ทำหน้าที่บริหารน้ำและอุทกภัย� กยน.เปลี่ยนฐานะเป็นที่ปรึกษา กบอ.

�������������� นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ในวันนั้นตนเสนอแนะแนวทางไปต่อที่ประชุม กยน. ตอนนั้นตนบอก นายปลอดประสพ ว่า คนของรัฐบาลต้องตอบคำถามว่า 8 แผนนี้ทำอะไร เพราะสังคมถามเยอะ แต่รัฐบาลไม่พูดเลย ควรจะสื่อกับสังคมในเรื่องนี้ นายปลอดประสพ ก็รับฟังและเห็นตามที่ตนบอกไปและนายนิวัฒน์ธำรง� บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วยกับตนและบอกกับที่ประชุมว่า สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์)ต้องทำตามที่ตนเสนอ

������������� �"หลังจากเดือน เม.ย.ตนคิดว่า ตนควรมีหน้าที่ดูแลการกระทำของ กบอ.ด้วยเพราะตามผังงานนั้นกยน.ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา กบอ. ส่วนแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5แสนล้านบาทของกบอ.นั้นเกิดมาจาก กยน.แต่มันเกิดรวดเร็วมาก ประชุม 2-3 ครั้ง ที่ถกกันด้านแนวคิด 8แผน แม้ตนไม่เห็นด้วยแต่อนุโลมเพราะมันเป็นแนวคิด�� แต่มันไม่ใช่แผนแม่บทหรือแผนยุทธศาสตร์���� สื่อมวลชนพยายามหาคำตอบจากรัฐบาลว่า 8 แผนนี้มันคืออะไร แต่รัฐบาลหลบฉากหมด� นายกฯแถลงเรื่อง8แผนนี้ต่อสื่อมวลชนแล้ว ตนรู้แล้วว่ามันไม่มีอะไร� เช่น คิดวางแผนกักเก็บน้ำในลุ่มน้ำต่างๆ จากนั้นระบุเลยว่าจะสร้างเขื่อนแม่วงก์และเขื่อนแก่งเสือเต้น� ตนโพสต์เรื่องนี้ในเฟซบุ๊คของตนว่าไม่เห็นด้วย" นายปราโมทย์ กล่าว�

��������������� นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า ตนเป็นนักสร้างเขื่อนและนักพัฒนา ตนต้องการเขื่อนแม่วงก์ แต่เรื่องนี้มันผิดขั้นตอนเพราะรัฐบาลทำไม่ถูกตามขั้นตอน เพราะไม่มีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในทุกเรื่องเลย� เขื่อนนี้อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่วงก์� มันต้องศึกษาและขออนุญาต��� ตนสงสารกรมชลประทานที่โดนบังคับให้เสนอเรื่องนี้ต่อครม. ที่ผ่านมาเขื่อนนี้ไม่ผ่านผลการศึกษาทางสิ่งแวดล้อมเลย เพราะตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย ส่วนเขื่อนแก่งเสือเต้นนั้นยิ่งไปกันใหญ่เลย เพราะมันขาดรายละเอียด กยน.คิดและศึกษาบนโต๊ะที่ยังไม่พอ เพราะต้องไปศึกษาความเหมาะสม ผลกระทบและความเป็นไปได้ในทุกด้าน ยอมเสียเวลา 2 ปีก็ต้องยอม

�������������� "หากปีนี้มีพายุเหมือนปีที่แล้วน้ำท่วมแล้ว� ส่วนความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือน้ำท่วมนั้น ตนพยายามจูนให้รัฐบาลไปในแนวทางที่ถูกต้องแล้ว เเต่ทำได้เท่านี้�� กรณีนี้มันไม่ใช่ประชาสัมพันธ์� เพราะมันเป็นของจริง ความจริงสำคัญสุด การจัดนิทรรศการยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลปี 2555 “มุ่งมั่นทำงานบริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน”ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าวในช่วงที่ผ่านมา ตนไม่รู้ว่าจัดไปทำไม แม้รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหานี้ แต่ขอให้มุ่งไป ทำงาน แต่มันไม่ใช่การแถลงผลงาน" นายปราโทย์ กล่าว

�������������� นายปราโมทย์ กล่าวต่ออีกว่า�� ปีนี้น้ำไม่ท่วมเพราะมันเป็นเรื่องธรรมชาติของปีนี้ ตนบอกเรื่องนี้เมื่อเดือนพ.ค.แล้วว่าปีนี้น้ำไม่ท่วม แต่จะมีน้ำขังในที่ลุ่มต่ำโดยเฉพาะกทม.� ตนห่วงอนาคตว่าความรุนแรงเกิดขึ้นแน่ โบราณสอนให้ศึกษาประวัติศาสตร์ กทม.และปริมณฑลนั้น ปรากฏการณ์เเบบนี้3ปีจะเกิดขึ้น1ครั้ง

������������ �เมื่อถามว่า ตอนนี้มีเสียงวิจารณ์ว่า กบอ.การเมืองเยอะ นายปราโมทย์ กล่าวว่า ตนมีความเห็นว่านักบริหารที่ดีนั้น ไม่ใช่ยึดหลักว่าตัวเองรู้และเก่งกาจ แม้มันจะเป็นสิ่งดี แต่งานจะไม่สำเร็จ แต่ควรรู้จักประสานสัมพันธ์กับฝ่ายต่างๆ งานจึงจะสำเร็จตรงนี้คือแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว