
ทายาท'กระทิงแดง'ซิ่งเก๋งสปอร์ตหรูชนตร.ดับ
ทายาท "กระทิงแดง" ซิ่งรถพสปอร์ตหรู ชนตร. สน.ทองหล่อดับ "คำรณวิทย์" ชี้แจงเด้ง สวป.ทองหล่อ หลัง "ลูกชายบิ๊กกระทิงแดง" มอบตัวขับรถชนตำรวจดับ พร้อมตั้ง "เฉลิม"ระบุ"ลูกชายกระทิงเเดง"ชนตร.ตาย"นามสกุล"ไม่ทำคดีสะดุด ขณะที่ ลูกชาย"กระทิงแดง" ชี้แจง ตำรวจขี่รถปาด
วันที่ 3 ก.ย.55 เวลา 05.40 น. พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี พงส.(สบ3) สน.ทองหล่อ รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกรถชนเสียชีวิตระหว่างซอยสุขุมวิท47และ49 ถนนสุขุมวิทขาออก แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นถนน3 เลน ที่เลนขวาสุดพบศพ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 800/1ซอยสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา สภาพนอนหงายที่พื้นมีกองเลือดเป็นจำนวนมาก สวมเครื่องแบบตำรวจ ที่น่องข้างซ้ายฉีกขาดจนถึงกระดูก และปืนประจำกายลูกโม่ขนาด.357 ของ ด.ต.วิเชียรหายไป ใกล้ศพยังพบป้ายทะเบียนรถจยย.ตราโล่ 51511 ตกอยู่ และที่หน้าปากซอยสุขุมวิท49ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 200 เมตร ยังพบรถจยย.ยี่ห้อไทเกอร์ สีเลือดหมู ของ ด.ต.วิเชียรล้มคว่ำอยู่ด้วย
สอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า เห็นรถเก๋งคล้ายรถสปอร์ต สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับชนรถของ ด.ต.วิเชียรตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท 47 รถล้มลงไปเกี่ยวอยู่ที่ใต้ท้องรถ แล้วรถเก๋งก็ขับลากทั้งคนทั้งรถไปกับพื้น จากนั้นรถคันดังกล่าวก็พยายามขับสะบัดไปมาจนทั้งรถและ ด.ต.วิเชียรกระเด็นหลุดไปคนละทิศละทาง แล้วรถคันดังกล่าวก็ขับหนีเข้าไปในซอยสุขุมวิท53 เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบก็พบว่าที่พื้นถนนมีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางยาวตั้งแต่ปากซอยสุขุมวิท53 จนเข้าไปในหน้าบ้านเลขที่ 9 โดยบ้านดังกล่าวเป็นตึกสูงประมาณ 6 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ มีรั้วรอบขอบชิดประตูเหล็กแน่นหนา รอบบ้านเป็นกำแพงสูงเกือบ 3 เมตร ภายในตัวบ้านด้านซ้ายมีลานจอดรถและมีรถหรูจอดอยู่ประมาณ 5 คัน ส่วนด้านขวามือยังมีทางลงไปลานจอดรถด้านล่างอีก และมีคราบน้ำมันเครื่องไหลเป็นทางตามทางลงลานจอดรถชั้นใต้ดินด้วย เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังมาปิดล้อมบ้านดังกล่าวเอาไว้ แต่ รปภ.ของบ้านหลังดังกล่าวไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบด้านใน โดยให้รออยู่แค่รอบนอกเท่านั้น จากนั้นไม่นานก็มีรถโตโยต้า คัมรี่ สีบรอนซ์เงิน ทะเบีย ภฐ 1116กรุงเทพมหานคร ภายในมีคนขับเป็นชายและคนนั่งหลังเป็นชายอีก 1 คน ขับออกมาจากบ้านดังกล่าว
ต่อมาเวลา 07.10 น. พ.ต.อ.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบก.น.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อเดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านหลังดังกล่าวประมาณ 10นาที จากนั้นออกมาให้สัมภาษณ์ว่า บ้านดังกล่าวเป็นบ้านของนายเฉลิม อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง แต่ยังไม่เจอตัวเจ้าของบ้าน รวมทั้งคนขับและรถคันก่อเหตุด้วย ซึ่งในบ้านมีที่จอดรถชั้นใต้ดินด้วยแต่เจ้าของยังไม่อนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบ จึงให้คนดูแลบ้านประสานกับเจ้าของบ้านว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาขอตรวจสอบเหตุรถชนตำรวจเสียชีวิต โดยตอนเกิดเหตุ ด.ต.วิเชียรกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วย หากเจอรถแล้วก็จะนำไปตรวจพิสูจน์ ส่วนคนขับจะตรวจแอลกอฮอล์ในร่างกายด้วย และเบื้องต้นจะแจ้งข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและหลบหนี ส่วนเรื่องสวัสดิการจะดูแลทุกอย่างเต็มที่อย่างแน่นอน
จากนั้นเวลา 08.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 เดินทางมาที่บ้านดังกล่าวและเข้าไปตรวจสอบด้านในประมาณ 1 ชั่วโมง โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ออกมาให้สัมภาษณ์้วยท่าทีขึงขังว่า พบรถคันก่อเหตุแล้ว แต่ยังไม่เจอตัวคนขับ ทุกอย่างไม่มีปัญหาจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่แน่นอน ส่วนคนขับยังไม่เจอเชื่อว่ากำลังติดต่อทนายอยู่ เรื่องนี้ยอมไม่ได้ต่อให้ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กลัว ยังไงต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้เพราะตำรวจตายทั้งคน หลังจากนี้จะไปเตรียมกำลังมา 2 กองร้อย และขอหมายค้นเพื่อเข้าค้นบ้านหลังนี้ หากไม่ได้คนขับตัวจริงมาลงโทษจะขอลาออกทันที ทำให้ลูกน้องที่อยู่ด้านหน้าพากันปรบมือดังลั่น ก่อนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์จะขึ้นรถกลับไปเตรียมกำลัง จากนั้นไม่นานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานก็เดินทางเข้าไปตรวจสอบด้านในบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถยกมาจอดรออยู่ที่หน้าประตูทางเข้าอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ต่อมาเวลา 09.00 น. ได้มีทนายความเดินทางเข้าไปในบ้านนายวิทยา และรปภ.ของบ้านดังกล่าวยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินแล้ว โดยรถคันก่อเหตุพบว่าเป็นรถยี่ห้อเฟอร์รารี สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดอยู่ในช่องจอดรถที่กันชนหน้าด้านซ้ายแตก และกระจกหน้าฝั่งซ้ายแตกเป็นวงกว้างและยังมีเครื่องหมายนายดาบของ ด.ต.วิเชียรติดอยู่ที่กระจกอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบสมุดจดบันทึกของ รปภ.บ้านดังกล่าวพบว่า เมื่อเวลา 05.12 น. ได้มีการจดบันทึกไว้ว่า น้องบอส ขับรถออกไปจากบ้านดังกล่าว
ต่อมา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้นำตัวน้องบอสซึ่งอ้างตัวว่าขับรถคันดังกล่าว พร้อมทนายความส่วนตัวเดินทางไปสอบสวนที่ สน.ทองหล่อ
รวบ"บอส"ลูกชาย"เฉลิม อยู่วิทยา" เด้ง สวป.สน.ทองหล่อจับแพะมอบตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้คุมตัวบุตรชายของนายเฉลิม อยู่วิทยา ผู้บริหารเครื่องดื่มกระทิงแดง ออกจากบ้านพักเลขที่ 9 ซอยทองหล่อ 53 แล้วหลังให้การรับสภาพกับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเดินทางเข้าไปเจรจาว่า เป็นผู้ขับรถเก๋งเฟอร์รารี่ชนด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อเวลา 05.30น.ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท49
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผกก.ป.สน.ทองหล่อ กล่าวว่าคนขับเป็นลูกชายของนายเฉลิมชื่อเล่นว่า"บอส" ซึ่งขณะนี้เข้ามอบตัวแล้ว ขณะเดียวกัน ผกก.มีคำสั่งย้าย พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป. สน.ทองหล่อ ไปช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นเวลา 30 วันโทษฐานนำบุคคลอื่นมามอบตัวแทนผู้ต้องหาตัวจริง
ผบช.น.แจงเด้ง สวป.สน.ทองหล่อ
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวชี้แจงกรณีมีคำสั่งด่วนให้ พ.ต.ท.ปัณณ์ณภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ มาช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ไม่มีกำหนดมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปว่า หลังจากเกิดเหตุได้มีพฤติกรรมพยายามนำผู้ต้องสงสัยตัวปลอมมาสอบปากคำ เพื่อพยายามจะจัดฉากให้เป็นแพะรับบาป ซึ่งสำหรับตนถือว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะเป็นผู้บังคับบัญชา เห็นลูกน้องตาย กลับนิ่งเฉย ไม่สนใจไยดี ส่วนคนที่พยายามอ้างตัวว่าเป็นคนขับรถนั้น ได้สั่งการให้ตั้งข้อหาให้การเท็จกับพนักงานสอบสวนด้วย
ส่วนความคืบหน้าเหตุคนร้ายขับรถสปอร์ตหรู ชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิตนั้น ได้รับมอบตัวลูกชายของผู้บริหารระดับสูงบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดงแล้วและส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สน.ทองหล่อ โดยเจ้าตัวรับสารภาพว่า เป็นผู้ที่ขับรถคันดังกล่าวชนตำรวจเสียชีวิตจริง ซึ่งในขั้นตอนต่อจากนี้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ แจ้งข้อหาดำเนินคดีต่อไป
"คำรณวิทย์"ตั้ง " รอง ผบช.น." คุมสำนวนสอบสวนคดีลูกบิ๊กกระทิงแดง ซิ่งเฟอรารี่ชนตำรวจดับ
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวว่า ได้เซ็นต์คำสั่งโยกย้าย พ.ต.ท.ปัณณ์ภณ นามเมือง สวป.สน.ทองหล่อ ซึ่งเป็นผู้ดูแลบ้านเลขที่ 9 ซอยสุขุมวิท 53 ของนายเฉลิม อยู่วิทยา บิดาของนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ผู้ต้องหา มาช่วยราชการที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แบบไม่มีกำหนด เนื่องจากพฤติกรรมพยายามนำผู้ที่มีหน้าที่ขับรถประจำบ้านหลังดังกล่าวมาส่งพนักงานสอบสวนทั้งที่ในข้อเท็จจริงไม่ใช่ผู้ที่ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ จนเสียชีวิตเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา โดยการสอบสวนคดีนี้หลังจากลูกชายผู้บริหารกระทิงแดงเข้ามอบตัวแล้วได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รอง ผบช.น.เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนเพื่อให้สำนวนคดีมีความรัดกุมกุมมากขึ้นโดยให้ควบคมดูแลการสอบสวนสำนวนคดีอย่างใกล้ชิด
"เฉลิม"ระบุ"ลูกชายกระทิงเเดง"ชนตร.ตาย"นามสกุล"ไม่ทำคดีสะดุด
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคดี บุตรชายของนายเฉลิม อยู่วิทยา ผู้บริหารเครื่องดื่มกระทิงแดง ขบรถเก๋งเฟอร์รารี่ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิตเหตุเกิดเมื่อเวลา 05.30 น.ที่บริเวณปากซอยสุขุมวิท49 ว่า คดีนี้จะไม่สะดุดเพราะนามสกุลใหญ่แน่นอน ถ้าคนรวยทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ มีคนโทรศัพท์มาแจ้งตนว่าจะมีการเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาก็ขอให้ระวังด้วย
ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า นามสกุลอะไรนะ ผู้สื่อข่าวตอบว่า "อยู่วิทยา" ร.ต.อ.เฉลิม ยิ้มและกล่าวว่า โธ่ !นึกว่า "อยู่บำรุง" อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.เฉลิม ยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีเรื่องของนามสกุลมาทำให้สะดุดแน่นอน
ลูกชาย"กระทิงแดง" ชี้แจง ตำรวจขี่รถปาดหน้า หักหลบไม่ทัน
พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการสอบสวนในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนข้อเท็จจริงคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา บุตรชายนายเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังขับรถเฟอร์รารี่ สีดำ หมายเลขทะเบียน ญญ111 กทม. ชนเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต กล่าวถึงความคืบหน้ทางคดีว่า จาการสอบสวนผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าได้ก่อเหตุชนจริง แต่รถของผู้ตายขับปาดหน้าจึงหักหลบไม่ทัน เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมตั้งวงเงินประกัน 5 แสนบาท และไม่คัดค้านการประกันตัวโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่
"หลังสอบปากคำได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกายวัดระดับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ รพ.ตำรวจ ก่อนจะพิจารณาว่าจะมีการตั้งข้อหาเมาแล้วขับกับนายวรยุทธ อีกข้อหาหรือไม่ ส่วนพ่อบ้านดูแลรถ ที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ที่ขับรถคันเกิดเหตุ แต่จากการสอบปากคำ และตรวจร่างกายเบื้องต้น ไม่ปรากฏบาดแผล และร่องรอยจากการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งไม่สามารถให้รายละเอียดเหตุการณ์ได้ จึงเชื่อว่าไม่ใช่ผู้ต้องหาตัวจริง ตำรวจจึงแจ้งข้อหาให้การเท็จกับเจ้าพนักงาน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและนำตัวส่งศาลแขวงพระนครใต้ต่อไป" พล.ต.ต.อนุชัย กล่าว



