
กฎ กติกา ต้องชัดเจน
กฎ กติกา ต้องชัดเจน : เลียบค่าย โดยชัยกร ใบเงิน
คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้ประชุมพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้บังคับการไปถึงรองผู้บัญชาการ เสร็จสิ้นไปแล้ว
รายชื่อส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ขี้เหร่ แม้บางหน่วยงานแทบเรียกได้ว่าล้างบาง แต่นายตำรวจที่สลับสับเปลี่ยนเข้ามาเสียงจากระดับปฏิบัติก็ยังพอรับกันไหว
แต่การโยกย้ายครั้งนี้ยังมีปัญหาให้วิพากษ์วิจารณ์กันอีก เพราะมี ก.ตร.หลายคนวอล์กเอาท์จากห้องประชุม เหตุจากไม่พอใจการทำบัญชีแต่งตั้งในบางตำแหน่ง
โดยเฉพาะหลักเกณฑ์เรื่องอาวุโส ความเหมาะสมในการเลื่อนขั้น เนื่องจากนายตำรวจบางคนที่อาวุโสน้อยกลับได้รับการพิจารณา
ส่วนนายตำรวจอาวุโสที่เข้าหลักเกณฑ์ 33 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีการเสนอย้ายไปขึ้นข้ามหน่วย ก็ไม่น่าเกลียด
ต้องยอมรับว่าในการทำงานผู้นำหน่วยควรมีสิทธิ์เลือกคนของตัวเอง ความไว้เนื้อเชื่อใจ การทำงานที่ต้องได้ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เข้าใจ และสานนโยบายได้ทันที
ที่ผ่านมาการแต่งตั้งระดับนายพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติถูกวิจารณ์มาทุกครั้ง ฝ่ายการเมืองที่เข้ามาแทรกแซงอย่างหนักจนบางครั้งระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้นำสูงสุดและผู้บัญชาการ ในระดับปฏิบัติจริง ต้องอึดอัด ได้คนไม่เหมาะกับงาน ทำให้เกิดปัญหาตามมากมาย
ยังไม่นับรวมถึงการซื้อขายตำแหน่งที่ทำกันจนชาชินทั้งนักการเมืองและนายตำรวจใหญ่กันเอง
ประเด็นสำคัญของการแต่งตั้งทุกครั้งคือ กฎ ระเบียบ กติกา ตาม พ.ร.บ.ตำรวจ ปี 2547 ถูกบิดหรือปรับตามการชี้นำของผู้มีอำนาจ
เช่นครั้งนี้มีบางส่วนพูดถึงหลักเกณฑ์อาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์ ที่นับภาพรวมของทั้งสตช.หรือควรพิจารณาเฉพาะในหน่วย ก็ยังถกเถียงกันอยู่
ปัญหาการยกเว้นหลักเกณฑ์ก็ทำกันในวงแคบ ไม่ได้ชี้แจงสู่สาธารณะ ซึ่งความจริง ถ้าจะให้การพิจารณาโยกย้ายนายตำรวจอย่างเป็นธรรมหรือข้าราชการทั้งหมด ควรนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย
แม้จะเป็นเรื่องการบริหารงานภายในก็ตาม แต่หากรายชื่อแต่งตั้งสามารถชี้แจงถึงความเหมาะสมได้ก็จะเกิดความโปร่งใส ข้าราชการก็จะเชื่อมั่นต่อระบบคุณธรรม ซึ่งที่ผ่านมาข้าราชการที่ไม่มีเส้น วิ่งเต้นไม่เป็นก็จะไม่ก้าวหน้า
ถ้าวางกฎ กติกา หลักเกณฑ์และใช้อย่างถูกต้องโปร่งใสจะลดปัญหาไปได้เยอะ ทั้งทางการเมืองและทุจริตคอรัปชั่น



