
ปัตตานีเฝ้าระวังรถจยย.-กระบะ'4คัน'
ปัตตานีสั่งเฝ้าระวังรถจักรยานยนต์ 3 คัน กระบะ 1 คัน คนร้ายประกอบระเบิดเตรียมนำเข้าก่อเหตุ เข้มย่านชุมชน- ธุรกิจ-บันเทิง สกัดป่วน มทพ.4รับจนท.หละหลวม
2ก.ย.2555 พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐ์พันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้เรียกบรรดา รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานีทั้ง 4 คน พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมพร มีสุข ผกก.สภ.เมืองปัตตานี และหัวหน้าตำรวจสายสืบในพื้นที่ มีการประชุมในการหามาตรการณ์ในการป้องกันรักษาความปลอดภัยในพื้นที่โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี เพื่อสกัดกั้นไม่ให้คนร้ายเข้ามาก่อเหตุสร้างสถานการณ์ โดยเฉพาะในย่านชุมชน แหล่งธุรกิจ แหล่งบันเทิง รวมทั้งห้างต่างๆ และ ร้านเซ่เว่น และสถานที่ราชการ โรงแรม ให้สนธิกำลังจัดกำลังดูแล พร้อมทั้งให้เข้าไปแจ้งให้ยามสังเกตผู้ก่อเหตุพร้อมดูแลความปลอดภัย และระมัดระวัง พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ เข้าไปเวียนและเสริมดูแลความปลอดภัยด้วย
ขณะเดียวกันได้แบ่งการทำงานให้ รอง ผบก.ภ.จ.ปัตตานี แต่ละคนดูแลคนละ 3 อำเภอ ซึ่งปัตตานีมีทั้งหมด 12 อำเภอ โดยเข้าสั่งการกำชับแต่ละพื้นที่ ให้มีการทำงานอย่างเข้มงวดกวดขัน พร้อมทั้งให้มีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดอย่างต่อเนื่องโดยให้กำลังผลัดเปลี่ยนเพื่อไม่ให้อ่อนล้า ขณะเดียวกันให้มีการสนธิกำลังทั้งทหารและ ฝ่ายปกครอง เข้าไปติดตามความเคลื่อนของคนร้ายที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่ เมื่อมีข่าวให้สนธิกำลังเข้าไปตรวจค้นกดดันทันที
รายงานข่าวแจ้งว่า มีรถจักรยานยนต์ ยาม่าฮ่า สปาร์ค์น้ำตาลขาว และฮอนด้าเวฟไม่ทราบ สี และทะเบียน รวม 3 คัน พร้อมด้วยรถยนต์กระบะ โตโยต้าวีโก้ ไม่ทราบสีและทะเบียน คนร้ายได้ทำการประกอบระเบิดและจะนำเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองปัตตานี จึงแจ้งให้ทุกหน่วยทราบ รวมทั้งภาคประชาชน ชุดตาสับปะรด แจ้งประกาศให้ช่วยสังเกตและติดตามรถจักรยานยนต์,รถยนต์ ที่ต้องสงสัย พบมีพิรุธให้แจ้งให้ทราบทันทีและตรวจค้นให้ละเอียด โดยจะมีหน่วยชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของ นปพ.ปัตตานี เตรียมกำลังพร้อมในที่ตั้ง พร้อมที่จะทำงานได้ทันที นอกจากนั้นในส่วนของกลางคืน จะมีรถแสงสว่างเข้าไปช่วยให้ทำงานคล่องตัวมากขึ้น
มทพ.4รับจนท.หละหลวม
พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ว่า ตอนนี้กำลังปรับมาตรการต่างๆ อยู่ เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ายังมีปัญหา พยายามที่จะแก้ไขช่องว่างที่มีอยู่ให้เกิดความรัดกุมมากที่สุด ซึ่งทางผู้ก่อเหตุเองเฝ้าจับตาอยู่ทุกวัน เมื่อเผลอหรือมีช่องว่างเขาก็อาศัยจังหวะนั้นในการก่อเหตุทันที เรื่องที่เกิดขึ้นไม่อยากแก้ตัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือไปกล่าวโทษคนโน้นคนนี้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่บางส่วนที่หละหลวม ไม่รัดกุม จนทำให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
ทหารพรานเข้ม105เขมรมุสลิมลงชายแดนใต้
เมื่อเวลา 11.00 น.พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา รองผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา สั่งการให้ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา(ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว และ พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต สวป.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว นำกำลังตั้งจุดตรวจค้นบริเวณจุดตรวจร่วมทางเข้าตลาดโรงเกลือ หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบชาวเขมรมุสลิมที่จะเดินทางไปยัง 3 จว.ชายแดนภาคใต้ของไทยอย่างเข้มงวด
ต่อมา จนท.ได้ตรวจพบชาวเขมรมุสลิมจำนวนมากเดินทางข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย เมื่อถึงจุดตรวจร่วมฯ จนท.สอบถามทราบว่าเป็นชาวเขมรมุสลิมทั้งหมดรวม 105 คน เป็นชาย 69 คน หญิง 36 คน จะเดินทางไปชายแดนภาคใต้ของไทย มีทั้งไป จ.ปัตตานี,จ.นราธิวาส และบางส่วนอ้างว่าจะเดินทางไปประเทศมาเลเซีย จนท.จึงเชิญตัวลงไปเพื่อขอตรวจค้นในกองร้อยทหารพรานบ้านคลองลึก หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว



