ข่าว

'ปู'กังวลชมนิทรรศการน้ำน้อย

'ปู'กังวลชมนิทรรศการน้ำน้อย

02 ก.ย. 2555

"ยิ่งลักษณ์" หวั่นใจคนชมนิทรรศการน้ำน้อย อ้างเหตุอาจทำให้ปชช.รับรู้ข้อมูลไม่ทั่วถึง รัฐบาลเล็งจัดนิทรรศการน้ำต่างจังหวัด โคราช11อำเภอมีพื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วจากฝนทิ้งช่วงเกือบ 1 ล้านไร่แล้ว

              2ก.ย.2555 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีว่า ในช่วงเช้านายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว ที่บ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 โดยบุคคลใกล้ชิดเปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีภารกิจที่ใดๆ เพราะจะใช้เวลาช่วงวันหยุดพักผ่อน และเตรียมงานในสัปดาห์ต่อไป    ขณะที่บรรยากาศบริเวณบ้านพักยังคงมีบรรดาสื่อมวลชนมาปักหลักเฝ้าติดตามทำข่าวตามปกติ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัย ก็ยังมาสังเกตการณ์ตามปกติ

              ทั้งนี้บุคคลใกล้ชิดแจ้งว่าในช่วงบ่ายนายกฯอาจจะเดินทางมาเยี่ยมชมการจัดนิทรรศการน้ำที่เซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งจัดขึ้นเป็นวันที่สาม ซึ่งเดิมได้ครบกำหนดจัดงานในที่ 2 ก.ย. แต่ล่าสุดได้ขยายเวลาไปจนถึงวันที่ 3 ก.ย.นี้ แต่ได้ยกเลิกกะทันหัน และเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่อื่นเป็นการส่วนตัว

              อย่างไรก็ตามรายงานข่าวแจ้งว่านายกฯมีความกังวลกับจำนวนประชาชนที่จะเข้าชมงานอย่างมาก กลัวว่าคนเข้าชมงานน้อย และว่าประชาชนจะรับทราบข้อมูลไม่ทั่วถึง นอกจากนี้เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ในช่วงเย็นนายกฯห่วงใยทีมงานที่ประจำที่นิทรรศการ จึงได้สั่งแฮมเบอร์เกอร์จากแมคโดนัลมาเลี้ยงทีมงานทุกคนด้วย

 


รัฐบาลเล็งจัดนิทรรศการน้ำต่างจังหวัด



              แหล่งข่าวจากสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ  (สบอช.) เปิดเผยว่าวันที่ 3 ก.ย. นายกรัฐมนตรีจะมามอบนโยบาย และชี้แจง การบริหารจัดการน้ำ เพื่อป้องกันอุทกภัยให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ในเวลา 10.00 น. ที่ชั้น 5 ห้องคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว และในเวลา 14.00 น. จะเป็นรอบของปลัดกระทรวงทุกกระทรวง อธิบดี และหัวหน้าส่วนราชการมารับฟังนโยบาย

              แหล่งข่าวยังเปิดเผยด้วยว่าเพื่อความทั่วถึง รัฐบาลมีแนวคิดว่าจะยกนิทรรศการไปจัดตามต่างจังหวัดและขณะนี้กำลังคัดเลือกจังหวัดที่เป็นตัวแทนของแต่ละภูมิภาค

 

เอ็นจีโออัดการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล


              เมื่อเวลา 14.00 น. ในงานนิทรรศการ "การมุ่งมั่นทำงานบริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน" ได้จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยมีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา นายสุรชัย ฉัตรภิญญษคุปต์ นายกสมาคมเครือข่ายอาสาพัฒนาประเทศ นายสมศักดิ์ สนธินาค ประธานอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายฉันทัศ เพียรธรรม  อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร นายปรเมศวร์ มินศิริ แกนนำเครือข่ายไทยฟลัด

              นายฉันทัศ กล่าวว่า รัฐเข้ามาช่วยเหลือล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาตรงนี้หน่วยงานรัฐมีขั้นตอนโครงสร้างหน้าที่จึงทำให้ระบบล่าช้า ทั้งนี้การบริหารจัดการด้วยซิงเกิล คอมมานด์ถือเป็นดาบสองคม เพราะมีการตัดสินใจเพียงแค่จุดเดียว ดังนั้นหากการตัดสินใจอยู่ที่คน ๆเดียวการทำงานก็ต้องมีส่วนร่วมร่วมมือกันเพื่อแก้ปัญหา



สำนักชลประทานที่ 8 สั่งทุกเขื่อนปรับลดการระบายน้ำ

              เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง ได้รับคำสั่งจากทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ให้เริ่มปรับลดการระบายน้ำเพื่อการเกษตรให้กับพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำจากวันละ 4 แสน ลบ.ม. เหลือเพียงวันละ 1 แสน ลบ.ม. หลังจากที่มีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องส่งผลให้พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวที่เริ่มได้รับน้ำจากฝนที่ตกลงมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้เองบ้างแล้ว ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิงจึงต้องลดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรลงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งของปีถัดไป
   
              นอกจากนี้ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังส่งผลดีต่อปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงที่เริ่มปรับระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
   
              ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ย.  มีฝนตกลงมาในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงและทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำประมาณ 2.5 แสน ลบ.ม. ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูงขึ้นจาก 11.34 ล้าน ลบ.ม. เป็น 11.59 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 10.57 ของความจุทั้งหมด ที่ 109.63 ล้าน ลบ.ม.     เช่นเดียวกับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมาอีก 3 แห่ง ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว , อ่างเก็บน้ำลำมูลบนและอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี ที่ขณะนี้ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เริ่มมีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำและส่งผลให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเริ่มทรงตัวเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30 ของความจุ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทางอ่างเก็บน้ำทุกแห่งจำเป็นที่จะต้องส่งน้ำเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรที่ประสบกับปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าปกติในห้วงที่ผ่านมา
    
              จากรายงานของทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อยู่ที่ 82.21 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งสิ้น 314.49 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 26.14 ของความจุ  , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน  ปริมาณน้ำอยู่ที่ 33.12 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่ 141 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 23.49 ของความจุ และอ่างเก็บน้ำลำแชะ ปริมาณน้ำอยู่ที่ 102.18 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่ 275 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 37.16 ของความจุอ่าง
   
              หม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ได้เน้นย้ำให้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำน้ำทุกแห่งเริ่มทำการปรับลดการส่งน้ำเพื่อการเกษตรให้กับพื้นที่ชลประทานลงตามความเหมาะสมกับปริมาณฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ได้ทันที เพื่อให้เริ่มกักเก็บปริมาณน้ำภายในอ่างไว้ใช้ในฤดูแล้งปีหน้าแล้ว ซึ่งขณะนี้อ่างเก็บน้ำทุกแห่งได้ปรับลดการระบายน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ลงแล้วครึ่งหนึ่งจากการส่งน้ำปกติ


โคราช11อำเภอมีพื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วจากฝนทิ้งช่วงเกือบ1ล้านไร่


              จากภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้ชาวนานอกเขตชลประทานในพื้นที่ตำบลท่าช้าง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ส่วนหนึ่งต้องเร่งนำต้นกล้าพันธุ์ข้าวไปปลูกชดเชยต้นข้าวที่ยืนต้นตายเสียหายจากสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานเกือบ 3 เดือน  แต่เริ่มมีฝนตกตลอดสัปดาหืที่ผ่านมา ทำให้มีน้ำขังในแปลงนาและฟื้นคืนต้นข้าวบางส่วน เช่นเดียวกันกับอีกหลายอำเภอที่ได้รับผลดีจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้และนาข้าวได้ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
    
              ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ทางสำนักงานเกษตรอำเภอรวม 11 อำเภอจากทั้งหมด 32 อำเภอของจังหวัด ได้ทำการสำรวจความเสียหายของพืชผลทางการเกษตรและรวบรวมข้อมูลส่งมาทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) จากปัญหาฝนทิ้งช่วงพบว่ามีพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายรวม 72 ตำบล ของ 11 อำเภอ ประกอบด้วย อ.โชคชัย , บ้านเหลื่อม , สีดา , เสิงสาง , หนองบุญมาก , แก้งสนามนาง , คง , ขามสะแกแสง , โนนแดง , ปากช่อง และบัวใหญ่ พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 9 แสนไร่ สาวนใหญ่เป็นข้าวนาปีนอกเขตชลประทาน ได้รับความเสียหายกว่า 5 แสนไร่ ส่วนที่เหลือเป็นพืชไร่ อาทิมันสำปะหลัง ข้าวโพด และอ้อย เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม
   
              หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ทำให้ผลผลิตบางส่วนเริ่มฟื้นตัวกลับมาบ้าง ทางจังหวัดนครราชสีมาจึงได้สั่งการให้แต่ละอำเภอกลับไปสำรวจความเสียหายของพื้นที่การเกษตรใหม่อีกครั้ง เพื่อดูว่าพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายแท้จริงอีกครั้งเพื่อที่จะพิจารณาประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยได้อย่างถูกต้องตามความเป็นจริงมากที่สุด และได้ทุกอำเภอรายงานความเสียหายกลับมายังทางจังหวัดเพื่ออนุมัติประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน ( ภัยแล้ง ) ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเยียวยาให้ความช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป