ข่าว

หนุนของดี เกษตรพึ่ง(ภา)เพื่อชุมชน

หนุนของดี เกษตรพึ่ง(ภา)เพื่อชุมชน

03 ก.ย. 2555

หนุนของดี เกษตรพึ่ง(ภา)เพื่อชุมชน

          หลังจากการฟื้นฟู พัฒนาอาชีพ เเละช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง จนมีผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมดีๆ ออกมาพัฒนาสังคม ชุมชนมากมาย มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดงาน "เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) เกษตรแฟร์" ประจำปี 2555  ซึ่งจัดต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 2 เพื่อนำรายได้กระจายสู่ผู้ประสบภัยที่รอรับการช่วยเหลืออีกทั่วประเทศ งานนี้ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ไปเมื่อวันก่อนอีกด้วย
 
          ภายในงานมีการเผยแพร่นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตประชาชน ที่ประสบอุทกภัยให้ดีมากขึ้น พร้อมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์คุณภาพให้แก่ประชาชนทั่วไป ทั้งสิ่งของเครื่องใช้ งานศิลปะ ผลิตผลเกษตรออร์แกนิก ในบรรยากาศการจำลองตลาดน้ำชื่อดังในประเทศไทย อีกทั้งยังมีนิทรรศการสาธิตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางด้านความเป็นอยู่ต่างๆ ให้ผู้มาร่วมงานได้ศึกษาอีกด้วย โดยงานจะจัดถึงวันที่ 8 กันยายนนี้ เท่านั้น 
 
          ไฮไลท์อยู่ที่นิทรรศการผลพลอยได้ของพอเพียง ที่แสดงนวัตกรรมผลิตถ่านอนามัยที่ ผศ.ดร.นิคม แหลมสัก ผู้ช่วยอธิบดีฝ่ายบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า เป็นผลพลอยได้จากกิจกรรมเกษตรออร์แกนิก ที่นำผลไม้มาเผาในกระบวนการที่ปราศจากสารพิษจากน้ำมันดิน ทำให้ถ่านมีคุณสมบัติในการติดเชื้อไฟได้ 3 ชั่วโมง ปราศจากสารก่อมะเร็ง มีประจุลบสูงสามารถฟอกอากาศได้อย่างดี และในกระบวนการผลิตถ่าน จะได้กรดน้ำส้มควันไม้คุณภาพดี เป็นเหมือนสารจากธรรมชาติ สามารถใช้ไล่แมลงภายในบ้านได้อย่างดี เป็นผลพลอยได้ที่สามารถไปพัฒนาต่อยอดทางเศรษฐกิจในแถบเอเชีย และนำรายได้สู่ชุมชนได้  
 
          ในส่วนของเทคโนโลยีเพื่อครัวเรือน รศ.ดร.ศักดา อินทรวิชัย อาจารย์ประจำภาควิชาเกษตรกลวิธาน คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้คิดค้น เครื่องสีข้าวขนาดจิ๋วสำหรับครัวเรือน เพื่อนำมาให้สำหรับบ้านในชุมชนสนับสนุนการปลูกข้าวกินเองภายในบ้าน ก่อให้เกิดคุณภาพของการบริโภคในครัวเรือนได้อีกทาง
 
          "เครื่องสีข้าวชนิดนี้มีน้ำหหนักเพียง 15 กิโลกรัม จุข้าวเปลือกที่จะสีได้ครั้งละ 300 กรัม จะแยกออกมาเป็นข้าวสารพร้อมหุงต่อมื้อและรำกับจมูกข้าว ซึ่งสมัยก่อนนิยมนำไปทิ้งหรือเป็นอาหารหมู แต่ปัจจุบันพบว่า เศษจากการสีข้าวเหล่านี้มีโปรตีนและวิตามิน ที่มีประโยชน์มากกว่าตัวข้าวสีขาวที่มีแต่คาร์โบไฮเดรต บางบ้านถ้าสีข้าวเองสามารถนำเศษเหล่านี้ไปปรุงอาหารต่อได้อีก หรือผสมข้าวดำ (ข้าวกล้อง)  ข้าวเหนียว และข้าวหอมมะลิด้วยกัน ในอัตราส่วน 1:1 ก็จะเสริมสร้างสุขภาพที่ดีแก่คนในครัวเรือนได้อย่างดี" รศ.ดร.ศักดา บอกถึงประโยชน์ของการสีข้าวในครัวเรือน