ข่าว

พท.ปัดจุ้นโผทหารจี้'องอาจ'เผยเอกสาร'เจ๊ ด.'

พท.ปัดจุ้นโผทหารจี้'องอาจ'เผยเอกสาร'เจ๊ ด.'

02 ก.ย. 2555

"พท." ยันไม่มีล้วงลูก โยกย้ายทหาร ท้า "ปชป." โชว์หลักฐาน เจ๊ด. ชี้ "ทักษิณ" ปลด "ยิ่งลักษณ์" ไม่ได้ ซัด "ชวนนท์" ทะลึ่งไม่รู้เรื่องประชาธิปไตย "สุริยะใส" แนะสังคมจับดีเอสไอ.เร่งคดี91ศพ

          วันที่ 2 ก.ย.55  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการจัดนิทรรศการ “มุ่งมั่นทำงาน บริหารจัดการน้ำเพื่อประชาชน” ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ว่า การจัดงานดังกล่าวได้รับความชื่นชมและพึงพอใจจากประชาชน นักธุรกิจ และทูตประเทศต่างๆ ถึงความมั่นใจในแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล แต่กรณีที่นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การทดลองปล่อยน้ำเพื่อทดสอบแผนป้องกันน้ำท่วมของรัฐบาลเป็นสิ่งไม่จำเป็นและเป็นละครฉากหนึ่งนั้น เป็นการมือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ ทั้งที่ประชาชนเห็นด้วยกับการทดสอบจะได้รู้ข้อบกพร่อง แต่พรรคประชาธิปัตย์ทำตัวเป็นไอ้เข้ขวางคลอง อยากชวนให้กทม.นำอุโมงค์ยักษ์มาร่วมทดสอบในการปล่อยน้ำครั้งนี้ด้วย เพราะประชาชนเป็นห่วงอุโมงค์ยักษ์ที่ลงทุนไปหมื่นล้านบาท แต่ไม่รู้ว่าใช้งานได้จริงหรือไม่ ทราบว่า อุโมงค์ยักษ์ดังกล่าวมีการเซ็นรับงานในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นหน้าร้อน แต่ไม่เคยมีการทดสอบว่าใช้งานได้จริงหรือไม่ ดังนั้นในวันที่ 5 ก.ย.จะลงพื้นที่ไปรอ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกทม. ที่อุโมงค์ยักษ์ จะได้ไปตรวจสอบพร้อมกันว่า อุโมงค์ดังกล่าวใช้งานได้จริงหรือไม่ หากพบว่า ใช้งานไม่ได้จริง จะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบต่อไป
 
          นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยัน "เจ๊ ด." แทรกแซงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ว่า อย่ากล่าวหาลอยๆ อย่ามาตีหัวเข้าบ้าน กุข่าวรายวัน หากมีหลักฐานให้ยื่นร้องต่อองค์กรอิสระตรวจสอบได้ทันที พรรคเพื่อไทย ยืนยันว่า ไม่มีการล้วงลูกแทรกแซงการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงกลาโหม และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ลอยตัวแก้ปัญหา เพราะพ.ร.บ.จัดระเบียบข้าราชการกระทรวงกลาโหมมีระเบียบการแต่งตั้งโยกย้ายชัดเจนอยู่แล้ว หากนายกฯเข้าไปยุ่งเกี่ยว จะถูกกล่าวหาว่าแทรกแซงได้ ที่สำคัญนายกฯให้เกียรติผู้บริหารทุกหน่วยงานในการพิจารณา จึงไม่ไปก้าวก่ายการแต่งตั้งโยกย้าย ต่างกับรัฐบาลที่ผ่านมาที่ถูกร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายมากมาย
 
          นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หยุดสร้างบาปกรรมให้ประเทศ โดยให้ปลดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งว่า นายชวนนท์อย่ามาทะลึ่งก้าวก่ายการทำงานรัฐบาล นายชวนนท์ไม่รู้เรื่องการปกครองระบอบประชาธิปไตย หากรู้คงไม่เรียกร้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ ปลดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สำคัญการเข้ามาและพ้นตำแหน่งต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ใครจะมาปลดไม่ได้ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณและพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์สอบผ่าน และพอเข้าสู่ปีที่สอง จะมีผลงานมากขึ้น ขอให้พรรคประชาธิปัตย์เก็บนายอภิสิทธิ์และนายชวนนท์เป็นหัวหน้าพรรคและโฆษกพรรคนานๆ เพราะทำให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลตลอดไป
 
          นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการประชุมพรรคเพื่อไทย วันที่ 4 ก.ย.จะหารือเรื่องการเตรียมความพร้อมที่รัฐบาลแถลงผลงานครบ 1 ปี คาด ว่า จะรวบรวมผลงานจากทุกกระทรวงเสร็จไม่เกินวันที่ 15 ก.ย.นี้ จากนั้นจะสรุปผลงานเพื่อให้นำผลงานไปเผยแพร่สู่ประชาชนต่อไป นอกจากนี้จะมีการแจ้งให้ทราบถึงเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ต่อนโยบายที่รัฐบาลดำเนินการไป 1 ปีว่า ประชาชนมีความพึงพอใจหรืออยากให้ปรับปรุงแก้ไขอย่างไร จะได้นำมาแก้ไขในการทำงานปีที่สองของรัฐบาล
 
          นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการสำรวจความเห็นของประชาชนถึงนโยบายการทำงานครบ 1 ปีของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เทียบกับการทำงาน 2 ปี 8 เดือนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พบว่า 1 ปีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีผลงานสำคัญที่ประชาชนพอใจมากที่สุด 3ลำดับแรกคือ 1.การปราบปรามยาเสพติด 2.กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี จังหวัดละ 100 ล้านบาท 3.โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และประชาชนยังให้ความพึงพอใจในอีกหลายโครงการเช่น การแจกแทปเลตเด็ก ป.1 โครงการรถคันแรก บ้านหลังแรก การขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท การขึ้นค่าแรง 300 บาท
 
          ทั้งนี้ผลงาน 2 ปี 8 เดือนของรัฐบาลประชาธิปัตย์ เมื่อนำเนื้อหาที่ได้ดำเนินการไปมาชั่งกิโลดู ยังได้ไม่ถึง 1 กิโลกรัม และมีหลายโครงการที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งการแจกเช็คช่วยชาติ 2,000 บาท ที่เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ การทุจริตแจกถุงยังชีพที่จ.พัทลุง การทุจริตโครงการชุมชนพอเพียงที่ซื้อของแพงเกินจริง การทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์การศึกษาของกรมอาชีวะศึกษาในโครงการไทยเข้มแข็ง จนกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)รับเป็นคดีพิเศษ และมีแนวโน้มโยงถึงนักการเมืองใหญ่ 2 คน การทุจริตโครงการถนนปลอดฝุ่น
 
          นอกจากนี้การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ถูกป.ป.ช.ส่งเรื่องให้ส.ว.ถอดถอนกรณีการแทรกแซงการทำงานกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งสัปดาห์หน้าจะเปิดซีรี่ส์ 2 ว่าผลงานฝ่ายค้านในปัจจุบันทำอะไรไว้บ้าง อย่ามากกล่าวหาคนอื่นไม่มีผลงาน ขอให้ไปล้างตัวให้สะอาดก่อน

"สุริยะใส"แนะสังคมจับดีเอสไอ.เร่งคดี91ศพ


              นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) กล่าวถึงการเร่งรัดคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า  ตนเห็นว่ามีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายการเมืองอาจปั้นแต่งสำนวน และผลสอบสวนกรณีเหตุการณ์การจลาจลที่สี่แยกราชประสงค์และความรุนแรงทางการเมือง จนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ ในปี พศ.2553 เพราะมีข้อพิรุธหลายประการ เช่น ทำไมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ถึงมาเร่งสอบสวนในช่วงที่มีการจัดทำโผทหาร ซึ่งมีการสอบสวนเข้มข้นวันต่อวันแบบผิดปกติ ก่อนหน้านี้กลับนิ่งเงียบ ใช้เวลาส่วนใหญ่ไล่จับทุจริตจำนำข้าวอยยู่หลายเดือน สุดท้ายจับได้แค่ปลาซิวปลาสร้อยไม่ถึงตัวการใหญ่

              "นอกจากนี้กระบวนการสอบสวนก็มีความผิดปกติ เพราะมาให้น้ำหนักกับข้อกล่าวหาที่มีต่อฝ่ายกองทัพ และฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเป็นพิเศษในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสไนป์เปอร์ พลแม่นปืน คำสั่ง ศอฉ. แต่กลับไม่มีความคืบหน้ากรณีการสังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม กรณีชายชุดดำ หรือกรณีการยิงเอ็ม 79 ใส่สถานที่สำคัญในหลายๆ จุด ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ แต่ไม่มีการขยายผลใดๆ เหมือนจงใจแช่แข็งการสอบสวนไว้" นายสุริยะใส กล่าว

              ตนเริ่มเห็นเค้าลางของดราม่า 91 ศพ และรอยร้าวระหว่าง รมว.กับปลัดกระทรวงกลาโหม แม้เป็นหนังคนละม้วน แต่บทจบมีปลายทางบางอย่างร่วมกันและถูกออกแบบให้จบเพราะฉายในเทศกาลเดียวกัน โดยไม่สนใจเหตุผลและข้อเท็จจริงใดๆ สังคมจึงต้องจับตาทั้งพฤติกรรมของกองทัพและฝ่ายการเมืองว่าจะเอาเงื่อนไขเรื่องผลสอบจราจล 91 ศพ มาเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อจัดสูตรจัดสรรผลประโยชน์กันอย่างลงตัว หรือ Win-Win ปล่อยให้ความจริง 91 ศพ เป็นเพียงโกหกสีขาวที่รัฐบาลของคนเสื้อแดง จัดให้คนเสื้อแดงเท่านั้น

แดงโคราชต้านเปิดเวทีเสวนาเครือข่ายปชป.


              ที่บริเวณถนนมิตรภาพ หน้าโรงแรมราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีกลุ่มเสื้อแดงประมาณ 30 คนมาจาก อ.ปากช่อง อ.สีคิ้ว และ อ.เมืองนครราชสีมา ยืนถือป้ายชุมนุมต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้จัดเวทีเสาวนาเครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์โคราช อยู่ที่ห้องประชุมแกรนด์บอลรูม ชั้น 2 ของโรงแรม โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา กว่า 30 นายคอยดูแลความสงบเรียบร้อย
   
              ขณะที่เวทีเสาวนาเครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้  มีเครือข่ายพรรคประชาธิปัตย์โคราช ร่วมเสวนากว่า 100 คน โดยมีแกนนำพรรคฯ เดินทางมาร่วมบรรยายพิเศษ 3 คน ได้แก่ ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชย์ อดีต รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.พิจิตร และ พ.อ.วินัย สมพงษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งหัวข้อในการบรรยายพิเศษในครั้งนี้ คือ “การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายปรองดอง ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ประชาชนได้อะไร” พร้อมกันนี้ก็ยังได้มีการแจกคู่มือ “10 ฐานราก พิมพ์เขียวประเทศไทย” ให้กับผู้มาร่วมเสวนา