
พท.หวังทำการเมืองนิ่งยืดอายุรบ.
พท.ใช้ยุทธศาสตร์ "การเมืองนิ่ง" ยืดอายุรัฐบาล ลือเสื้อแดงเสนอปูนบำเหน็จ พ.ต.อ.ประเวศน์นั่งเลขาธิการ ปปท.
1ก.ย.2555 นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยและรัฐบาลหลังจากนี้จะต้องรักษาบรรยากาศการเมืองให้นิ่งที่สุด เพราะหากเปรียบเป็นเรือ ตอนนี้ยังโคลงอยู่ ทั้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและร่างพรบ.ปรองดอง ซึ่งทั้ง 2 เรื่องมีการเลื่อนการพิจารณาออกไป ดังนั้นเราจะต้องทำการเมืองให้นิ่ง เพื่อยืดอายุรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้แก่พี่น้องประชาชนตามที่ได้ให้นโยบายไว้
"เป้าหมายขณะนี้คือ รัฐบาลจะต้องอยู่บริหารงานให้นานที่สุด เพื่อทำตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้ให้มากที่สุด ประชาชนจะได้เห็นผลการทำงานและเปรียบเทียบกันระหว่างรัฐบาลสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กับรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าผลงานใครเป็นอย่างไร จะได้ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกใช้งานใครต่อไป เพราะเราตั้งใจอยู่นาน ต้องการปั้นผลงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่อยู่นาน เพราะต้องการหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง" นายนพดล กล่าว
เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายนพดุลระบุว่า เป็นเรื่องของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะไปหาแนวทาง ซึ่งจะต้องมีการรณรงค์ทำความเข้าใจถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนเห็นด้วย โดยหลักการใหญ่ของการแก้ไขคือ ต้องแก้ทั้งฉบับ คาดว่าในช่วงปลายปี 2555 น่าจะมีข้อสรุปออกมาว่าจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร จะทำประชามติหรือโหวตวาระ 3 หรือแก้เป็นรายมาตรา รวมถึงร่างพรบ.ปรองดอง ที่จะต้องมีการสานเสวนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นให้มากที่สุด โดยในช่วงปลายปีน่าจะมีแนวทางการดำเนินการออกมาเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หากถึงเวลาแล้วมีการต่อต้านอีกก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องทำความเข้าใจเพื่อสร้างการยอมรับและพิจารณาให้เกิดความเหมาะสมให้มากที่สุด
ลือแดงชงปูนบำเหน็จ"ประเวศน์"
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมนบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ 10 ของกระทรวงยุติธรรมเสนอเป็นวาระจรเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 4 ก.ย. นี้ เพื่อแต่งตั้งข้าราชการขึ้นทดแทนตำแหน่งที่จะว่างลงจากข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ รวม 3 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นางสุรีย์ประภา ตรัยเวช รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายเกษม เยาวรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม นายพิทยา จินาวัฒน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งคาดว่าจะมีการเสนอให้น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล จากผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม ไปเป็นอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และมีชื่อของพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา สบ. 10 มาเป็นเลขาธิการ ปปส.คนใหม่ แทนพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรมระบุว่า ตำแหน่งในระดับ 10 ที่น่าจับตาในครั้งนี้ คือ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ซึ่ง พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ ดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการ มีอาจจะถูกไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากที่ผ่านมาบทาทในการปราบปรามคดีลักลอบนำเข้ารถยนต์หรูหลบเลี่ยงภาษีและการสอบสวคดีบุกรุกออกเอกสารสิทธิ์ในจังหวัดท่องเที่ยว กระทบกับนักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล รวมถึงข้าราชการระดับสูงหลายสังกัด นอกจากนี้ยังมีแรงสนับสนุนจากการเมืองในส่วนของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ต้องการตบรางวัลให้กับพ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิต 91 ศพ ขึ้นเป็นเลขา ปปท.คนใหม่ แต่อาจจะติดขัดที่อาวุโสเนื่องจาก พ.ต.อ.ประเวศน์เพิ่งเข้ารับตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอได้ไม่ถึง 1 ปี นอกจากนี้อาจเกิดปัญหาต่อรูปคดีของคนเสื้อแดงที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า โผโยกย้ายครั้งนี้ มีการเสนอให้ย้ายนายธวัชชัย ไทยเขียว อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งครองตำแหน่งครบ 4 ปี ไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม สลับให้นายฐานิส ศรียะพันธุ์ รองเลขาศูนย์อำนวยการบริการจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อดีตรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่ถูกพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาฯ ศอ.บต.ขอตัวไปช่วยงาน กลับมารับตำแหน่งอธิบดีกรมพินิจฯแทน
ทางด้าน พ.ต.อ.ดุษฎี อารยะวุฒิ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) ปฎิเสธว่า ยังไม่ทราบข่าวว่าจะมีการโยกย้ายตนให้ไปเป็นรองปลัดฯ แต่หากเรื่องนี้เป็นจริง ก็คงต้องขอบคุณรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่สนับสนุนคนทำงาน และแสดงว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในการเดินหน้าทำนโยบายปราบปรามปัญหาทุจริตคอรัปชั่นแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาปปท.ได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลให้ตั้งศูนย์ยุทธศาสตร์ปราบปรามปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ใน 3 เรื่องสำคัญที่ถือเป็นวาระแห่งชาติ คือ การดำเนินคดีรถหรูเลี่ยงภาษี การบุกรุกที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ และคดีธนาคารพาณิชย์หลายแห่งทั้งในและต่างประเทศปล่อยกู้ให้กับ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง ส่งผลให้ธนาคารของรัฐมีมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาทและพ่วงธนาคารอื่นๆอีกมูลความเสียหายมากกว่า 30,000ล้านบาท ซึ่งปปท.ได้ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารรัฐหลายแห่งเข้าไปเกี่ยวข้อง และส่งเรื่องดังกล่าวให้ปปช.ดำเนินการต่อเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ส่วนจะมีเรื่องใดที่ทำให้ไปขัดขวางการทำงานของนักการเมืองจนทำให้ถูกโยกย้ายหรือไม่นั้น พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า นี่เป็นการให้รางวัลคนทำงานเพราะให้ตำแหน่งเป็นถึงรองปลัดกระทรวงยุติธรรม อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 เรื่องหลักที่รัฐบาลมอบหมายให้ทำและปปทได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบปัญหาทุจริตกล่าวได้เลยว่า มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องทุกเรื่อง และในวันที่ 14 ส.ค.นี้ รัฐบาลจะประกาศความสำเร็จของนโยบายปราบคอรัปชั่น ดังนั้นถือว่าตนทำงานสำเร็จแล้วรัฐบาลจึงสนับสนุนให้เลื่อนตำแหน่ง



