ข่าว

เด้ง!อุตสาหกรรมแปดริ้วเซ่นบ่อขยะเคมี

เด้ง!อุตสาหกรรมแปดริ้วเซ่นบ่อขยะเคมี

01 ก.ย. 2555

สั่งเด้งอุตสาหกรรมฉะเชิงเทราเข้ากระทรวง เซ่นปัญหาบ่อขยะเคมีโผล่เต็มพื้นที่ หลังชาวบ้านหนองแหนแห่ รุมร้องเรียนทุกหน่วยงาน "พงษ์สวัสดิ์" เผยใช้มาตรฐานเดียวกับตำรวจ หากพบความผิดในพื้นที่ใด เจ้าของพื้นที่และผู้เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ

             เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 กันยายน ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวระหว่างเดินทางเข้ามาพบปะกลุ่มชาวบ้าน ที่มาจับกลุ่มตั้งเต็นท์รวมตัวชุมนุมเพื่อเฝ้าคอยติดตามการแก้ไขปัญหา การลักลอบนำขยะเคมีอุตสาหกรรม และน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาทิ้งในพื้นที่ ต.หนองแหน และ ต.เกาะขนุน บริเวณลานด้านหน้า สภ.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ขณะนี้นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกคำสั่งย้ายนายสุรพล สุทธจินดา อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เข้าไปช่วยราชการในกระทรวงแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา
   
              ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า โดยการสั่งย้ายนั้นได้ใช้มาตรฐานเดียวกันกับตำรวจ ซึ่งหากพบท้องที่ใดปล่อยให้มีการกระทำผิดกฎหมาย เช่น มีบ่อนตั้งอยู่ในพื้นที่ ก็จะสั่งย้ายผู้รับผิดชอบพื้นที่ออกไป ทั้ง ผกก. และสารวัตร ทางกระทรวงอุตสาหกรรม ก็เช่นเดียวกัน เมื่อพบว่าพื้นที่ใดมีการปล่อยให้มีการกระทำผิดในพื้นที่ ก็จะสั่งย้ายอุตสาหกรรมจังหวัด และผู้เกี่ยวข้องออกไปจากพื้นที่เช่นเดียวกัน ส่วนการแก้ไขปัญหา หรือเยียวยาพื้นที่นั้น จะให้กรมโรงงานใช้เคมีมาทำการบำบัด เพื่อให้เกิดการตกตะกอน ก่อนที่จะนำตะกอนจากการบำบัดไปตรวจวัดค่าทางเคมี หากพบว่ามีการปนเปื้อนก็จะนำเอาตะกอนนั้นไปทำลาย ซึ่งกระบวนการบำบัดนี้จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน โดยในทุกสัปดาห์ผู้อำนวยการที่ดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของกรม ก็จะส่งวิศวกรเข้ามากำกับการดำเนินการอย่างใกล้ชิด
   
              ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในพื้นที่ที่สารเคมีถูกปล่อยรั่วไหลไปตามลำราง หรือลำธารนั้น จะเริ่มตรวจที่จุดเกิดเหตุก่อน ด้วยการไปเก็บตัวอย่างดินนำไปตรวจสอบว่ามีสารปนเปื้อนมากน้อยแค่ไหน และจะไปตรวจสอบตลอดสายธารว่ามีการกระจายไปมากน้อยแค่ไหน และไปกระทบอะไรบ้าง หากจะแก้ที่จุดใดจะได้แก้ให้ถูกจุด โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะแก้ไขปัญหาที่รับผิดชอบให้ลุล่วงไปทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก และจะมีมาตรการที่จะต้องทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เริ่มตั้งแต่การกำกับดูแลไม่ให้มีของเสียออกมาจากโรงงานก่อน ด้วยการตรวจสอบดูปริมาณ และกำกับรถขนส่ง ไม่ให้เอาไปทิ้งกลางทางโดยให้ระบบจีพีเอสสอบทางการวิ่ง หลังจากนั้นของเสียเมื่อนำไปบำบัดก็จะต้องมีกระบวนการรับโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการกำกับดูแลไม่ให้ของเสียเหล่านี้รั่วไหลออกไปหรือเกิดขึ้นแบบเดียวกันนี้อีก

              "ขอยืนยันว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยอมไม่ได้ ที่จะให้เกิดขึ้นซ้ำซากอีก หากจังหวัดใดเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาอีก อุตสาหกรรมจังหวัดนั้นๆ จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบก่อนคนแรกโดยจะเข้มงวดเรื่องนี้มากขึ้น พร้อมจะปรับระบบ ปรับกลไกในการกำกับดูแลและจะมีผู้รับผิดชอบคอยติดตามเอาจริงเอาจังกับปัญหาเรื่องนี้อย่างเต็มที่" ม.ร.ว.พงษ์สวัสดิ์กล่าว