ข่าว

ป่วนหนัก!โจรวางบึ้มห้างดังนราฯไฟลุกโชน

ป่วนหนัก!โจรวางบึ้มห้างดังนราฯไฟลุกโชน

01 ก.ย. 2555

บึ้มกลางห้างใหญ่ดัง จ.นราธิวาส ไฟโหมวอดทั้งหลัง โชคดีไร้ตาย-เจ็บ ชาวบ้านหอบข้าวของวิ่งหนีตายจ้าละหวั่น รอพิสูจน์หลักฐานก่อนระบุสาเหตุ ด้าน'วิเชียร'เชื่อเหตุป่วนใต้ หวังสร้างความขัดแย้งไทย-มาเลเซีย เจ้าหน้าที่เร่งตรวจหาหลักฐานห้างดังที่นราธิวาส หลังถูกกลุ่

       เมื่อเวลา 22.10 น. วันที่ 31 สิงหาคม ได้เกิดระเบิดขึ้นภายในซูเปอร์ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ ซึ่งเป็นห้างดังชั้นเดียวและใหญ่ที่สุดของ จ.นราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ถนนจำรูญนรา เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณห้องเก็บของด้านหลังของห้าง และไฟได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนลามกินส่วนต่างๆ ของอาคาร ซึ่งติดกับบ้านเรือนประชาชน จนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าวต่างพากันอพยพขนข้าวของที่จำเป็นหนีไฟกันอย่างอลหม่าน 

      ต่อมา นายเถลิงศักดิ์ ยกศิริ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และเป็นผู้อำนวยการดับไฟ ได้ขอสนับสนุนรถดับเพลิงจากพื้นที่ อ.ยี่งอ อ.ตากใบ รวมทั้งสิ้นกว่า 10 คัน กระจายกำลังกันสกัดกั้นต้นเพลิง แต่ด้วยภายในห้างมีสินค้าที่ติดไฟง่าย เพลิงจึงลุกโชนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าในระยะ 1-2 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุก็ยังไม่สามารถสกัดกั้นต้นเพลิงห้างดังแห่งนี้ และคาดว่าจะวอดหมดทั้งหลัง เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บแต่อย่างใด เนื่องจากขณะเกิดเหตุห้างปิดบริการแล้ว 

     ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า เป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่แฝงตัวปะปนกับชาวบ้านทำทีเข้าไปซื้อสินค้า เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้วางระเบิดไว้ โดยซุกซ่อนไว้บริเวณข้างกองบรรจุสินค้าที่เก็บไว้เป็นสต็อก 

      ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นพื้นที่โดยรอบและตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพราะเกรงว่าอาจจะมีการลอบวางระเบิดในพื้นที่ใกล้เคียงเกิดขึ้นอีก 

     ต่อมาเมื่อเวลา 23.45 น.  นายประดิษฐ์ สุคนธ์สวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เพลิงยังไม่สงบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงจากอำเภอใกล้เคียงมาช่วยอย่างเต็มที่ ประมาณ 10-20 คัน ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว 70% โดยเจ้าหน้าที่ใช้วิธีเจาะเข้าไปด้านในของห้าง ที่บริเวณชั้น 2 เพื่อสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชน 

      ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยากาศวุ่นวายอย่างยิ่ง เพราะชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างพากันขนย้ายทรัพย์สินกันอย่างชุลมุน เพราะกลัวเพลิงจะลุกไหม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กันชาวบ้านให้ออกนอกบริเวณประมาณ 100 เมตร เพื่อให้สะดวกและง่ายต่อการตรวจสอบเหตุการณ์ ต่อมาเมื่อเวลา 00.30 น.ทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ภายในตัวห้างฯ โดยจะมีการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้งในเช้าวันนี้

 

"วิเชียร"เชื่อเหตุป่วนใต้ หวังสร้างความขัดแย้งไทย-มาเลเซีย

            พล.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า จะไปติดตามความคืบหน้า การหาสาเหตุของเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยเป็นการก่อเหตุในลักษณะเชิงสัญลักษณ์ เพราะผู้ก่อเหตุ ปักธงชาติมาเลเซียในหลายพื้นที่ เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าว น่าจะเป็นการสร้างสถานการณ์ เพื่อสร้างความขัดแย้งระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย เพราะเป็นวันครบรอบของขบวนการร่วมเพื่อเอกราชปัตตานี หรือเบอร์ซาตู และเป็นวันชาติของประเทศมาเลเซีย ซึ่งส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้องพูดคุยทำความเข้าใจกับมาเลเซีย เนื่องจากที่ผ่านมาได้ประสานความร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว

 

 กำลัง 3 ฝ่าย   ปรับแผนหวั่นกลุ่มโจรป่วนซ้ำ

             นายเจษฎา จิตรัตน์ นายอำเภอระแงะ จ.นราธิวาส พ.อ.เฉลิมชัย สุทธินวล ผบ.กรมทหารพรานที่ 45 พ.ต.อ.วรา เวชชาภินันท์ ผกก.สภ.ระแงะ ได้ร่วมสนธิกำลังสร้างจิตวิทยามวลชนตามแผนพิทักษ์ม้าเหล็ก 55 ในการเดินทางออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจประชาชนที่ใช้บริการรถไฟ เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟ เส้นทางรถไฟ รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำขบวนรถไฟในพื้นที่รับผิดชอบ หลังพบเบาะแสกลุ่มคนร้ายมีแผนเตรียมลอบก่อเหตุร้ายป่วนซ้ำ จนทำให้ขวัญและกำลังของประชาชนผู้ใช้บริการ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่เกิดความหวาดกลัวและวิตกกังวล

             โดยเจ้าหน้าที่ได้แยกกำลังออกปฏิบัติเป็น 4 ชุดปฏิบัติการในแต่ละวัน ผลัดเปลี่ยนกันปฏิบัติหน้าที่ คือ ชุดที่ 1. เป็น รปภ.สถานีรถไฟ ชุดที่ 2.เป็นชุด รปภ.เส้นทางรถไฟ ชุดที่ 3 เป็นชุดสนับสนุนให้ความปลอดภัยแก่ประชาชนและพนักงานรถไฟบนขบวนรถที่วิ่งผ่านพื้นที่รับผิดชอบ ชุดที่ 4 เจ้าหน้าที่จะแฝงตัวเป็นประชาชนปะปนใช้บริการบนขบวนรถไฟ เพื่อคอยตรวจสอบและสังเกตการณ์บุคคลต้องสงสัย ที่เชื่อว่าเป็นสายให้กับกลุ่มคนร้ายในภาคพื้นดิน ส่งสัญญาณลงมือก่อเหตุ




จนท.หาหลักฐานเพิ่มเหตุลอบบึ้มห้างดังนราฯ

 
 
          นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ นายอำเภอเมืองนราธิวาส ได้เดินทางไปเข้าสังเกตการณ์ที่จุดเกิดเหตุ และพบว่ายังมีไฟคุกรุ่นอยู่ภายในกองสินค้าเป็นจุดๆ และอาจจะเกิดลุกลามขึ้นมาได้อีกครั้ง จึงได้ขอสนับสนุนรถดับเพลิงจากสำนักงานเทศบาลเมืองนราธิวาส จำนวน 2 คัน เข้าฉีดน้ำเพื่อเคลียร์พื้นที่อีกครั้ง เพื่อง่ายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเจ้าเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ
 
          เบื้องต้นพบว่าจุดต้นเพลิงอยู่บริเวณแถบชั้นวางสินค้าประเภทแชมพูที่ใช้สำหรับทำความสะอาดภาชนะ ที่อยู่ชั้นในสุดของด้านซ้ายมือของประตูทางเข้าอาคาร และต้นเพลิงได้ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว จนไปติดแผนกจำหน่ายเสื้อผ้า และอุปกรณ์การเรียนการสอน ส่งผลทำให้การสกัดกั้นต้นเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก และสร้างความเสียหายต่ออาคารของซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนต์สโตร์ ไปถึง 95 เปอร์เซ็นต์ จนอาคารดังกล่าวไม่สามารถใช้งานได้
 
          ในส่วนของการตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุของ พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส กล่าวว่า  เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากจุดเกิดเหตุมีสินค้านานาชนิดถูกเพลิงไหม้ทับถมกันเป็นจำนวนมาก  ทั้งยังยังมีปริมาณน้ำที่ใช้ฉีดสกัดต้นเพลิงขังอยู่ ซึ่งยากต่อการตรวจพิสูจน์และต้องใช้เวลาในการหาหลักฐาน แต่จากการตรวจสอบประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้น คาดว่าเหตุที่เกิดขึ้นน่ามาถูกคนร้ายลอบวางระเบิด ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 5 ก.ก.ที่อาจจะมีน้ำมันเชื้อเพลิงผูกติดไว้ด้วย โดยคนร้ายประสงค์ที่จะให้น้ำมันเชื้อเพลิงกระเด็นไปติดกองสินค้าเวลาจุดชนวนระเบิดให้ทำงาน
 
          พ.ต.อ.สะท้านฟ้า วามะสิงห์ ผกก.สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร จ.นราธิวาส ซึ่งเป็น 1 ในผู้รับผิดชอบคดีนี้   กล่าวว่า ได้จัดทีมสืบสวนหาเบาะแสของคนร้าย ด้วยการตรวจสอบกล้องวงจรไปที่ติดไว้บริเวณเสาไฟฟ้าหน้าห้าง รวมไปถึงที่ติดไว้บริเวณจุดตรวจเซฟตี้โซนทั้ง 4 จุด เพื่อตรวจสอบยานพาหนะต้องสงสัยทุกชนิดที่ผ่านไปมา โดยเฉพาะในช่วงเวลา 18.00 น.เป็นต้นไป เพราะเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายอาจจะมีการแฝงตัวขี่รถจักรยานยนต์ผ่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่จุดตรวจเซฟตี้โซนเผลอ แล้วจอดรถหน้าห้าง เดินปะปนกับประชาชนที่เข้าไปซื้อหาสินค้า เพื่อหาโอกาสนำระเบิดไปวางและจุดชนวนดังกล่าว
 
          "พฤติกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้ น่าจะเป็นกลุ่มที่เคยแฝงตัวนำระเบิดไปก่อเหตุในลักษณะนี้ที่ร้าน ซุ่ยฮั้วพาณิชย์นราธิวาส และร้านจินไถ่จูเนียร์ เมื่อวันที่ 23 ต.ค.54 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 7 ราย บาดเจ็บ 8 ราย โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการทำลายเศรษฐกิจและความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"   พ.ต.อ.สะท้านฟ้า กล่าว
 
          รายงานข่าวข่าวแจ้งว่า ที่บริเวณหน้าซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ 4 สาขานราธิวาส  มีพนักงานของซุปเปอร์ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ 4 สาขานราธิวาส และเจ้าของผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าภายในห้าง ทั้งที่ทราบข่าวมารวมตัวกัน  โดยส่วนใหญ่มีความกังวลว่าจะตกงาน เนื่องจากห้างฯถูกเพลิงได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด ในเบื้องต้นคาดว่าความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้สูงถึง 10 ล้านบาท

 

เลขาฯสมช. เผย 31 ส.ค. เกิดเหตุป่วนใต้กว่า 400 จุด

          พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขา สมช.) พร้อมคณะ ได้เดินทางมาร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทั้งตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เพื่อรับทราบสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2555 ที่ผ่านมา

          พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนเดินทางลงมาเพื่อติดตามสถานการณ์ รวมทั้งลงมาเร่งรัดการดำเนินการเป้าหมายยุทธศาสตร์ร่วม 9 ข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาความปลอดภัยเป็นประเด็นหลัก รักษาความปลอดภัยในเขตชุมชน เขตเศรษฐกิจ สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ก็ทราบว่าส่วนใหญ่นั้นจะเกิดขึ้นนอกเขตชุมชน ค่อนข้างจะมีการทำในลักษณะขบวนการณ์ ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกว่า 400 จุด แต่เป็นเพียงเล็กๆน้อยๆ เช่นชักธงชาติ และวางระเบิดปลอม ซึ่งจากการที่ได้มารับฟังสรุป และประเมินการปฎิบัติงานเบื้องต้นโดยเฉพาะในเขตปลอดภัยหรือเซฟตี้โซน และซีซีทีวี ก็พบว่าฝ่ายความมั่นคงได้มีการบูรณาการ การทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ แต่ก็ยังพบว่ามีปัญหาในเรื่องของกำลังพล ที่บางจุดยังไม่เพียงพอ ก็เป็นเรื่องที่ทาง ศอ.บต.จะดำเนินการต่อไป

          “สำหรับกรณีกลุ่มคนร้ายนำธงชาติมาเลเซียมาปักในพื้นที่จำนวนมากนั้น คงจะไม่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เนื่องจากว่าทางมาเลเซียก็มีความร่วมมืออย่างดีกับประเทศไทยเป็นอย่างดี รวมทั้งทางประเทศมาเลเซียก็ประกาศชัดเจนว่าจะให้การสนับสนุนแนวทางสันติภาพ และจะร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ทั้งสองฝั่ง เพื่อช่วยกันไม่ให้เกิดเงื่อนไขขึ้นมา ตนมองว่าฝ่ายขบวนการที่ปฎิบัติการในครั้งนี้ที่เอาวันชาติมาเลเซีย เป็นวันปฎิบัติการ เพื่อจะให้เห็นว่าเป็นวันเบอร์ซาตู แต่บังเอิญตรงกับวันชาติมาเลเซีย จึงได้นำธงชาติมาเลเซียมาปัก เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งก็ไม่ได้มีผลอะไรในเรื่องนั้น” เลขา สมช.กล่าว

          พล.ต.อ.วิเชียร ยังกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้การข่าวความมั่นคงก็พอจะทราบข่าวแล้ว แต่ไม่ทราบว่ากลุ่มดังกล่าวจะปฎิบัติการอะไร เพราะการปฎิบัติการเช่นนี้คือการปักธงชาติ สามารถทำได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้รับฟังการรายงานของเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ก็ทราบว่าการดำเนินการชี้แจงความไม่เข้าใจในเรื่องต่างๆ ให้กับชาวบ้านในพื้นที่นั้น ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ทั้งนี้ทาง สมช.ก็ได้วิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ว่า กลุ่มที่ก่อเหตุต้องการให้ทราบว่ายังมีตัวตนอยู่ สามารถสั่งการให้แนวร่วมทำตามที่ต้องการได้

          นโยบายของ สมช. ข้อหนึ่งที่ให้มีการเจรจาเพื่อสันติภาพนั้น ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการอยู่ อาจจะมีการชะงักงันบ้าง ซึ่งจะเห็นได้ว่าฝ่ายเรานั้นมีภาพที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ในขณะที่ภาพของฝ่ายตรงข้ามที่จะไปพูดคุยด้วย ในองค์กรระดับบนของขบวนการ ที่ผ่านมาบางรายก็ไม่ได้มีบทบาทจริง ซึ่งคงจะเป็นเรื่องของเอกภาพฝ่ายตรงข้าม ที่ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม แต่ก็มีความพยายามที่จะพูดคุยกันอยู่ แต่ในระดับพื้นที่นั้นทาง ศอ.บต. ก็ดำเนินการพูดคุยหรือเยียวยาอยู่แล้ว