
'ปู'การันตีกับมะกันหยุดคอร์รัปชั่น
"ยิ่งลักษณ์" การันตีกับอเมริกา ไทยจะรักษาเสถียรภาพการเมือง ลั่นจะสร้างความโปร่งใส-หยุดปัญหาคอร์รัปชั่น แย้มจะดันอเมริกาเป็นคู่ค้าจากลำดับที่สามเป็นอันดับหนึ่ง ปธ.หอการค้าอเมริกัน เผย 700 บริษัทอเมริกันเตรียมลงทุนไทยในสิ้นปีนี้
เมื่อเวลา 18.50 น. วันที่ 31 ส.ค. น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในงานเลี้ยงอาหารค่ำขอบคุณรัฐบาลไทยซึ่งจัดโดยหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอทเอราวัณว่า ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นคู่ค้าและลงทุนในไทยเป็นลำดับที่ 3 และทราบว่าจะไม่เป็นอันดับสามต่อไป และจะทำให้เป็นอันดับหนึ่งให้ได้หวังว่าตัวเลขนี้จะพุ่งขึ้นเร็วๆนี้หากเราทำงานร่วมกัน
ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำถึงความแข็งแกร่งของประเทศไทยภายหลังจากอุทกภัยใหญ่เมื่อปีที่แล้ว พร้อมกับชี้แจงแนวทางการป้องกันอุทกภัยโดยมีการจัดนิทรรศการที่เซ็นทรัลลาดพร้าวและขอเชิญชวนไปชมงานได้ พร้อมกันนี้นายกฯยังกล่าวถึงแนวทางการเตรียมพร้อมประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียนว่ามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงการขนส่ง-โลจิสติกกับชาติสมาชิกอาเซียนด้วยโครงการต่างๆ และย้ำว่าเาเซียนเป็นตลาดที่น่าลงทุนในอนาคต ทั้งนี้ไทยได้เปรียบเรื่องเข้มแข็งหลายด้านที่จะมีการเสริมความเข้มแข็งอีก
นายกฯ ยังกล่าวอีกว่า อยากจะเน้นว่ารัฐบาลรับประกันการมีเสถียรภาพทางการเมือง โดยจะสร้างหลักนิติธรรม มีความโปร่งใส และตนจะยุติปัญหาคอร์รัปชั่น เสริมประสิทธิภาพในการบริหารงานในระบบราชการ พร้อมเปิดโอกาสให้ธุรกิจต่างๆประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และมีความรับผิดชอบต่อสังคม
ทั้งนี้ผู้สนับสนุนในงานเลี้ยงดังกล่าวนั้นเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน อาทิ Fedex , GM , Cocacola , Chevron , CITI , Ford ,Philip Morrisฯ
ปธ.หอการค้าอเมริกันเผย700บริษัทเตรียมลงทุนไทยสิ้นปีนี้
นายโจ แมนนิช ประธานหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมารัฐบาลเริ่มทำงานภายใต้สภาวะที่ยากลำบาก เนื่องจากเกิดปัญหาอุทกภัย ซึ่งสร้างความเสียหาย และความทุกข์ใจเป็นอย่างมาก แต่ประเทศไทยภายใต้ภาวะการนำของนายกรัฐมนตรีที่เข้มแข็ง สามารถทำให้ประเทศไทยฟื้นฟูได้อย่างแข็งแกร่ง ทั้งที่ประสบปัญหาอุทกภัยในปี 2554 แต่จีดีพีของประเทศในปี 2555 กลับได้รับการคาดว่าจะเติบโตในอัตราร้อยละ 5 ซึ่งพอกับการเติบโตของประเทศเพื่อนบ้าน
ประธานหอการค้าอเมริกันฯ กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ในไทยมีแผนจะไปถึง 2 ล้านคัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในประวัติการ และคาดว่าในปี 2555 จะมีนักท่องเที่ยวมากกว่า 20 ล้านคน เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งความสามารถในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นเหตุผลหลักที่บริษัทอเมริกัน ยังคงถือว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศ ที่หน้าลงทุนอันดับต้นๆ ของโลก
“แม้ว่าความท้าทายยังจะมีอยู่ แต่เสถียรภาพทางการเมืองก็กำลังกลับมา ซึ่งเป็นสัญญาณการสนับสนุนอีกประการหนึ่ง ที่บริษัทอเมริกัน พิจารณามาลงทุนในประเทศไทย และผลสำรวจภาพรวมธุรกิจอาเซียน ทางหอการค้าอเมริกันยังถือว่าอาเซียนยังเป็นตลาดเศรษฐกิจร่วม และเป็นผู้ส่งสินค้ามายังสหรัฐ ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 และผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าประเทศไทย กำลังถูกท้าทายจากประเทศเพื่อนบ้าน ในแง่ของการเป็นการลงทุนที่หน้าสนใจของภูมิภาค” ประธานหอการค้าอเมริกัน กล่าว
นายแมนนิช กล่าวว่า บริษัทสมาชิกหอการค้าอเมริกัน ยังมีความมุ่งมั่นที่จะลงทุนในไทย โดยผลสำรวจพบว่า ร้อยละ 65 ของบริษัทสมาชิก วางแผนจะขยายการลงทุนในไทย ไปจนถึงปีหน้า และภายในสิ้นปี 2555 มีกว่า 700 บริษัท จะมีการลงทุนรวมกัน มากกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และจะมีการจ้างงานที่มีค่าตอบแทนที่น่าสนใจให้กับคนไทยกว่า 2.5 แสนคน ดังนั้นหอการค้าอเมริกันยืนยันว่า ยินดีที่จะร่วมกับรัฐบาลไทย คนไทย สร้างสภาพแวดล้อมให้ไทยยังคงเป็นประเทศที่น่าทำธุรกิจมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้



