
นายกฯเตรียมแผนใช้แผนกระตุ้นศก.รอบ 2 ขอใช้น้ำพรมแดน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่ง ในที่ประชุมระหว่างประเทศระดับรัฐมนตรีว่าด้วยเรื่อง การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการน้ำพรมแดนในมิติของความมยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค
ทรัพยากรน้ำ ถือเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่ผลักดันการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนได้ ทำให้ต้องมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นน้ำพรมแดน มีประชากรจาก 6 ประเทศกว่า 80 ล้านคนต้องใช้แม่น้ำโขง ที่ต้องรองรับประชาชรกที่จะเพิ่มขึ้นถึง 100 ล้านคนในปี 2568 ดังนั้นจึงอยากเห็นความร่วมมือของประเทศในเขตแม่น้ำโขง วางกลยุทธจัดการน้ำบนดินและใต้ดิน ซึ่งอาจมีความเสียงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการใช้ทรัพยากรน้ำ เพื่อลดความขัดแย้งจากการแย่งใช้น้ำพรมแดน ซึ่งต้องอาศัยความจริงใจ การเจรจาความเชื่อใจ และการเข้าใจ ซึ่งกันและกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้รัฐบาลได้เตรียมผลักดันแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นวาระหนึ่งในการแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ รอบที่ 2 เนื่องจากน้ำพรมแดนจะต้องถูกนำมาใช้เป็นทรัพยากรที่ ใช้ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยถือว่าการจัดการน้ำข้ามพรมแดนเป็นวาระที่สำคัญของรัฐบาลไทย แม้จะมีเผชิญความยุ่งยากทั้งปัญหาการเมืองภายในประเทศ ปัญหาเศรษฐกิจโลกก็ตาม แต่การดำเนินการใช้น้ำพรมแดนต่างๆประเทศต้นน้ำและท้ายน้ำต้องได้รับการจัดสรรประโยชน์ เท่าเทียมกัน และต้องพิจารณาถึงผลงผกกระทบด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่การใช้น้ำที่มีอยู่เท่านั้น แต่จะหาวิธีการอย่างไรเพื่อเพิ่มทรัพยาพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ คือการบำบัดน้ำใช้แล้วสามารถนำ กลับมาใช้ใหม่ โดยเฉพาะเพราประเทศกำลังพัฒนาที่ประสบปัญหาการเงิน การนำน้ำมาใช้ก็อาจใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีง่ายๆช่วย บำบัดน้ำเสียีกลับมาใช้ใหม่
ด้านนาย ศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ นอกจากการจัดการน้ำบนดินแล้ว ที่ประชุมยังให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำใต้ดินอย่างเท่าเทียมกันด้วย โดย UNEP ได้เสนอ ให้มี แต่ละประเทศมีการจัดการเรื่องน้ำบาดาลไร้พรมแดน ในรูปแบบของอนุสัญญาร่วมระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ และค่อนข้างจะจัดการยากมาก เพราะไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้มาก่อนในโลก และคงจะต้องศึกษากันอย่างจริงจัง เพราะเรื่องน้ำบาดาล ไร้พรมแดนสำคัญอย่างยิ่ง และคงมีความละเอียดอ่อนในเรื่องการบริหารจัดการมาก เพราะหากประเทศหนึ่งจัดการไม่ดี ปล่อยให้มีมลพิษสะสมก็จะส่งผลต่อประเทศข้างเคียง ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ไขยาก และส่วนใหญ่อาจจะหาสาเหตุไม่เจอ



