ข่าว

เล็งเพิ่ม'โซนนิ่ง'จัดระเบียบสถานบริการเถื่อน

เล็งเพิ่ม'โซนนิ่ง'จัดระเบียบสถานบริการเถื่อน

02 ก.ย. 2555

เล็งเพิ่ม'โซนนิ่ง' จัดระเบียบสถานบริการเถื่อน : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์

              ย้อนหลังไปเมื่อปี พ.ศ.2548 สมัย ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย เดินหน้าจัดระเบียบสังคมอย่างแข็งขัน ซึ่งนโยบายการจัดระเบียบสังคมที่ว่านั้น กลายเป็นที่มาของมาตรการการจัดโซนนิ่ง โดยหวังควบคุมสถานบริการและสถานบันเทิง ที่ตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจายให้มาอยู่รวมกันในพื้นที่ที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
 
              ในกรุงเทพฯ มีพื้นที่ 3 แห่ง ที่ถูกจัดให้เป็นโซนนิ่งสถานบริการ คือ โซนพัฒน์พงศ์ โซนรัชดาฯ และโซนอาร์ซีเอ ซึ่งยังคงบังคับใช้มาถึงทุกวันนี้ แต่ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เร็วๆ นี้ คณะกรรมการจัดระเบียบสังคมในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะมีการพิจารณาขยายพื้นที่โซนนิ่งเพิ่มเติม เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง และความเหมาะสมในการเอื้ออำนวยต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยว
 
              ความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร และทำไมต้องมีการพิจารณาเพิ่มพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ซึ่งเพิ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ให้ทำหน้าที่หัวหน้าชุดตรวจสอบการดำเนินกิจการสถานบริการและสถานประกอบการ บช.น. มาหมาดๆ พร้อมตอบทุกคำถาม

มีกระแสข่าวว่าเร็วๆ นี้จะมีการเพิ่มจำนวนโซนนิ่งสถานบริการ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
 
              มีการพูดคุยกันในส่วนของคณะกรรมการจัดระเบียบสังคมในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงตำรวจ ถึงความเป็นไปได้ในการจัดเพิ่มพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการในเขตกรุงเทพฯ เนื่องจากความเจริญทางเศรษฐกิจส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ต่างๆ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะเป็นพื้นที่ไหน อย่างไรบ้าง ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลข้อดีข้อเสีย รวมถึงผลกระทบต่างๆ
 
              ตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา กระทรวงมหาดไทยได้กำหนดให้กรุงเทพฯ มีพื้นที่โซนนิ่ง 3 แห่ง คือ โซนพัฒน์พงศ์ ด้านเหนือเริ่มจากแนวกึ่งกลาง ถ.สุรวงศ์ ออกมาจดเส้นขนานที่ระยะ 100 เมตร ด้านใต้เริ่มจากแนวกึ่งกลาง ถ.สีลม ออกมาจดเส้นขนานระยะ 100 เมตร ด้านตะวันออกจด ถ.พระราม 4 ฟากตะวันตก ด้านตะวันตกจด ถ.สุรศักดิ์ ฟากตะวันออก, ถ.มเหสักข์ ฟากตะวันออก และถนนเหนือ-ใต้ ฟากตะวันออก
 
              2.โซนรัชดาภิเษก ด้านเหนือจด ถ.ลาดพร้าว ด้านใต้จด ถ.อโศก-ดินแดง และ ถ.พระราม 9 ด้านตะวันออกจดเส้นขนานระยะ 300 เมตร กับแนวกึ่งกลาง ถ.รัชดาภิเษก ด้านตะวันตกจดเส้นขนานระยะ 300 เมตร กับแนวกึ่งกลาง ถ.รัชดาภิเษก
 
              3.โซนเพชรบุรีตัดใหม่ ด้านเหนือเริ่มจากจุดลงทางด่วนพระราม 9 จดถนนใต้ทางด่วน ด้านใต้จดคลองแสนแสบฝั่งเหนือ ด้านตะวันออกจดคลองแสนแสบฝั่งตะวันตก ด้านตะวันตกจดสามแยก อ.ส.ม.ท. ตัด ถ.เพชรบุรี
 
              แต่ขณะนี้สภาพสังคมเปลี่ยนไปมาก ผนวกกับเหตุผลด้านการท่องเที่ยวมีการเรียกร้องให้ปรับเพิ่มจำนวนโซนนิ่งสถานบริการ คณะกรรมการจึงต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกันถึง 2 พื้นที่ คือ ย่านเกษตร-นวมินทร์ และย่านรัชดา-ท่าพระ เนื่องจากทั้งสองแห่งมีการพิจารณามาแล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่มีการพิจารณาจัดโซนนิ่งสถานบริการ แต่ตกไปในช่วงโค้งสุดท้าย ในการพิจารณาปรับเพิ่มโซนนิ่งที่จะมีขึ้นจะหยิบยกทั้ง 2 พื้นที่มาหารือกันอีกครั้ง
 
              อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่ม 2 พื้นที่นี้เลย เพราะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมอย่างละเอียด ซึ่งพื้นที่อื่นก็ต้องพิจารณาด้วย ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมหลายๆ อย่าง ซึ่งมีรายละเอียดกำหนดชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งนี้เมื่อมีความชัดเจนอย่างไรจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

ช่วงระหว่างการพิจารณาปรับเพิ่มโซนนิ่งสถานบริการมีแนวทางควบคุมสถานบริการที่มีอยู่เดิมอย่างไร
 
              สถานบริการ และกิจการที่มีลักษณะใกล้เคียงสถานบริการ เพิ่มจำนวนขึ้นจากเดิมอย่างมาก โดยเราได้แบ่งแยกเป็น 2 ส่วน คือสถานบริการที่อยู่ในโซนนิ่ง และสถานบริการนอกโซนนิ่ง
 
              สถานบริการที่ตั้งอยู่ในโซนนิ่ง ตามกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่จะต้องพิจารณาออกใบอนุญาตให้ แต่ปัจจุบันพบว่ายังมีอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีใบอนุญาต
 
              ขณะที่อีกส่วนเป็นสถานบริการนอกพื้นที่โซนนิ่ง บางส่วนที่เปิดก่อนปี 2548 มีใบอนุญาตถูกต้อง นอกเหนือจากนั้นถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมดเพราะไม่สามารถเปิดให้บริการได้
 
              ภายในเดือนกันยายนนี้ ชุดปฏิบัติการตรวจสอบการดำเนินกิจการสถานบริการและสถานประกอบการ บช.น. ของผมจะออกตรวจสอบสถานบริการทุกแห่งทั่วกรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบใบอนุญาต ซึ่งหากสถานบริการรายใดไม่มีใบอนุญาตก็จะดำเนินการไปตามกฎหมายทันที

นอกจากใบอนุญาตแล้วจำเป็นต้องพิจารณาความผิดอื่นๆ ด้วยหรือไม่
 
              มันมีกติกาอยู่แล้วว่าสถานบริการต่างๆ ต้องทำอย่างไรบ้าง ซึ่งชุดตรวจสอบของเราจะยึดหลักของกฎหมาย โดยมีหลักในการตรวจสอบคือ 1.ทำผิดกฎหมายพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2545 รวมทั้ง กฎกระทรวง ประกาศ และคำสั่ง ที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ถูกต้องหรือไม่ 2.สถานบริการที่ได้แจ้งเปลี่ยนแปลงและเลิกกิจการ หรือไม่ยื่นคำร้องขอต่อใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการประจำปี ได้ดำเนินกิจการถูกต้อง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ 3.สถานบริการที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร มีการเปิดดำเนินกิจการเป็นสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และหรือมีการดำเนินกิจการที่ฝ่าฝืนกฎหมายอื่นๆ หรือไม่ 4.ร้านจำหน่ายสุรา อาหาร มีการดำเนินการที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าผิดตาม 4 ข้อนี้ จะต้องถูกดำเนินคดีทันที
 
              สถานบริการที่ต้องถูกดำเนินการแน่ๆ คือ เปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ปล่อยให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ มีปัญหาเรื่องยาเสพติด กลายเป็นแหล่งมั่วสุม ลุกลามไปสู่ปัญหาการทะเลาะวิวาท ซึ่งหากตรวจสอบแล้วพบมีปัญหาอย่างที่ว่า ผมบอกได้เลยว่าอยู่ไม่ได้แน่

มาตรการในการเอาผิดสถานบริการที่ไม่ทำตามกฎหมายเป็นอย่างไร
 
              เร็วๆ นี้ ผมจะเชิญผู้ประกอบการสถานบริการทุกแห่งพูดคุยทำความเข้าใจและขอความร่วมมือให้ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โซนนิ่งใบอนุญาตใกล้หมดแล้วก็ให้เร่งต่ออายุให้แล้วเสร็จเสีย รายใดที่ไม่มีใบอนุญาตก็เร่งดำเนินการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง ขณะที่ในพื้นที่นอกโซนนิ่งรายที่มีใบอนุญาตเพราะเปิดก่อนปี 2548 ใบอนุญาตใกล้หมดอายุก็ให้เร่งต่อเสีย ขณะที่รายที่ไม่มีใบอนุญาตไม่สามารถเปิดกิจการได้ต้องเลิกกิจการไป
 
              ต่อไปนี้สถานบริการทุกแห่งจะต้องมีการควบคุมที่เข้มแข็ง ซึ่งตำรวจเองก็อยากได้รับความร่วมมือที่ดีจากบรรดาผู้ประกอบการ ซึ่งหากทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายก็ไม่มีปัญหา ส่วนรายที่เกิดปัญหาเราจะทำบันทึกไว้ทั้งหมด อย่างเช่นพื้นที่ในโซนนิ่งหากทำผิดกฎหมายปิดเกินเวลา ปล่อยให้เด็กเข้า มีปัญหายาเสพติด และเกิดเรื่องทะเลาะวิวาท เมื่อใบอนุญาตหมดอายุแน่นอนไม่สามารถต่อได้แน่ ส่วนรายใดที่ไม่มีใบอนุญาตผมยืนยันเลยว่านับจากนี้ไปจะไม่สามารถเปิดกิจการได้
 
เน้นเอาจริงเอาจังกับสถานบริการที่มีปัญหาเรื่องใดเป็นพิเศษหรือไม่ 
 
              ไม่เน้นครับ หากมีปัญหาทุกเรื่องจะถูกดำเนินการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยาเสพติด ปัญหาการทะเลาะวิวาท และยิ่งเป็นเรื่องของการปล่อยให้เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชนแล้วผมจะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะผมรับผิดชอบงานเรื่องเด็กและเยาวชนด้วย ทุกวันนี้เด็กและเยาวชนของเราอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงมาก สถานบริการเป็นสถานที่ลำดับต้นๆ ที่เด็กจะเข้าไปมั่วสุม ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะต้องช่วยกันสอดส่องดูแล แน่นอนหากผมไปตรวจสอบแล้วพบว่าที่ใดปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการผมดำเนินการสถานหนัก และตำรวจเจ้าของพื้นที่เตรียมตัวไว้ด้วย หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นความหละหลวมของท่าน ไม่ได้ดูแลเอาใจใส่ ปล่อยปละละเลยไม่ควบคุมสถานบริการ จะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัยและทางปกครอง ไม่มีการยกเว้น

.....

(หมายเหตุ : เล็งเพิ่ม'โซนนิ่ง' จัดระเบียบสถานบริการเถื่อน : สัมภาษณ์พิเศษ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น.โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)