
2ตร.3พันปชช.ล้างอาชญากรรม'คอหงส์6'
2ตร.กับ3พันชาวบ้าน ล้างอาชญากรรม'คอหงส์6' : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์
ชุมชนคอหงส์ 6 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นหนึ่งในหลายชุมชนของ จ.สงขลา ที่มีปัญหาหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด คดีอาชญากรรมโดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ ทั้ง ฉก ชิง วิ่ง ราว ไปจนถึงลักเล็กขโมยน้อย แถมยังมีปัญหาด้านอุบัติเหตุจราจรที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน
ที่ผ่านมา ทั้งตำรวจ สภ.เมืองหาดใหญ่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของ จ.สงขลา พยายามเข้าไปแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชนแห่งนี้เพื่อให้กลายเป็นชุมชนน่าอยู่ แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากติดปัญหาที่ชาวชุมชนหวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐโดยเฉพาะตำรวจ จึงไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ปัญหาจึงคาราคาซัง และนับวันยิ่งลุกลาม
กระทั่งเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา พ.ต.ท.บรรพต เดชมา สว.ส.ทล.3 กก.7 บก.ทล. จึงเลือกที่จะเข้าไปดำเนินการโครงการ "คืนชุมชนสีขาวให้สังคมโดยตำรวจทางหลวง" โดยนำหลักการตามทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ตามนโยบายของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ไปใช้หวังแก้ปัญหาที่หมักหมมมาเป็นเวลานาน
"เราเข้าไปพบผู้นำชุมชน ไปบอกว่าเราเข้ามาอยู่ในชุมชนเพื่อช่วยชาวบ้านทำให้ชุมชนคอหงส์ 6 เป็นชุมชนน่าอยู่ หลังจากนั้นก็ได้เดินพบกับชาวบ้านทุกหลังคาเรือนเพื่อรับฟังปัญหาและสิ่งที่ชาวชุมชนต้องการ ระยะแรกประชาชนไม่ค่อยให้ความร่วมมือเพราะเขาไม่ไว้ใจ เราก็เข้าไปพบเรื่อยๆ กระทั่งเขายอมเปิดใจรับเรา" พ.ต.ท.บรรพต บอกถึงวิธีการทำงานของตำรวจ
ชุมชนคอหงส์ 6 มีประชากรอาศัยอยู่ 1,221 ครัวเรือน รวม 3,058 คน ซึ่งถือเป็นชุมชนใหญ่ พ.ต.ท.บรรพต จึงส่ง ร.ต.ต.จรัส สุวรรณมณี และ ด.ต.จรัส สุวรรณมณี สองนายตำรวจสังกัด สทล.3 กก.7 บก.ทล. เข้าไปเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ร่วมกับชาวชุมชนคอหงส์ พร้อมกับเปิดเป็นสำนักงานคอยประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนในทุกๆ เรื่อง ที่เกิดขึ้น
"ตำรวจเราช่วยกันแก้ปัญหาให้หมด ทำหน้าที่เป็นตัวประสานระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัญหาขยะ ชาวบ้านเขาบอกว่าไม่ไหวแล้วเราก็ไปประสานกับเทศบาลให้เข้ามาจัดการ กำลังเจ้าหน้าที่ไม่พอเราก็กลับมาบอกชาวบ้านเขาก็รวมตัวกันมาช่วยกันคนละไม้คนละมือจนขยะหมดไปจากพื้นที่ ปัญหาวัยรุ่นเข้ามามั่วสุมยาเสพติดเราก็ได้ชาวบ้านเป็นกำลังสำคัญ มีการจัดเวรยามเฝ้าระวังพื้นที่เรามีตำรวจแค่ 2 คน แต่มีชาวบ้านกว่า 3,000 คนที่ช่วยกันสอดส่องดูแล ช่วยกันแจ้งเบาะแส เราก็ประสานตำรวจท้องที่ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าไปดำเนินการปรากฏว่าทุกวันนี้ปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด" พ.ต.ท.บรรพต ขยายความ
ตำรวจทั้ง 2 นายที่เข้าไปปฏิบัติงานตามโครงการ "คืนชุมชนสีขาวให้สังคมโดยตำรวจทางหลวง" ไม่ได้เน้นเข้าไปจับกุมผู้ทำผิดกฎหมาย มีเป้าหมายสำคัญในการประสานความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่เพื่อปลุกจิตสำนึกของคนในชุมชนให้มีความรักความผูกพันกับถิ่นที่อยู่อาศัย และทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้ประชาชนร่วมกันคิดหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนในทุกๆ เรื่อง
"เราไม่ได้เน้นเข้าไปจับกุมพวกเขา แต่เข้าไปเพื่อแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน โดยระดมความคิดเห็นจากพวกเขาว่ามีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นในชุมชนที่ต้องเร่งแก้ไขบ้าง เมื่อทราบแล้วจะหาทางออกกันอย่างไร เราเพียงให้คำปรึกษาและคอยสนับสนุน ส่วนการแก้ไขปัญหาชาวบ้านจะคิดเองว่าจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างเช่นเมื่อก่อนเกิดอุบัติเหตุบ่อยปัญหาคือวัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความเร็วสูง ชาวบ้านก็ระดมความคิดกันว่าต้องสร้างคันสะดุด เขาเข้ามาปรึกษาเราว่าจะทำอย่างไรกันดี เราก็ไปประสานกับเทศบาลให้ช่วยดำเนินการให้" พ.ต.ท.บรรพต บอก
สอดคล้องกับ ร.ต.ต.พิทักษ์ เพชรกล้า อดีตตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ซึ่งพักอาศัยอยู่ในชุมชนคอหงส์ 6 ที่บอกว่า ชาวชุมชนคอหงส์ให้ความร่วมมือกับตำรวจทางหลวงอย่างดี ตั้งแต่ตำรวจนำแนวทางตามทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ประชาชนมาใช้ เนื่องจากชาวชุมชนเห็นว่าตำรวจเข้ามาในพื้นที่เพื่อช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน เพื่อทำให้ชุมชนคอหงส์ 6 น่าอยู่ อย่างแท้จริง ไม่ได้เข้ามาจับ หรือเข้ามาข่มเหงรังแกแต่อย่างใด
"ผมเคยคิดว่าทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชนไม่แตกต่างจากตำรวจชุมชนสัมพันธ์ แต่เมื่อเข้ามาสัมผัสปรากฏว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การปฏิบัติตามแนวทางตำรวจชุมชนสัมพันธ์ชาวบ้านก็คิดว่าตำรวจเข้ามาขอให้ตำรวจช่วยเพื่อผลงานของตำรวจเอง แต่วิธีการทำงานของตำรวจตามแนวคิดตำรวจผู้รับใช้ชุมชนแตกต่างไป เนื่องจากตำรวจปฏิบัติกับชาวบ้านเสมือนเครือญาติ ความเป็นอยู่ก็ไม่ได้แตกต่างจากชาวบ้าน แถมการแก้ปัญหาต่างๆ ในชุมชนก็เป็นคนคิดเองทำกันเองโดยตำรวจเป็นเพียงพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือ ชาวบ้านเขารู้สึกว่าเขากำลังทำให้ชุมชนของเขาสงบสุขไม่ใช่ทำผลงานให้แก่ตำรวจ เขาทำเพื่อบ้านของเขาจะได้อยู่อย่างสงบสุข" ร.ต.ต.พิทักษ์ ขยายความ
โครงการ "คืนชุมชนสีขาวให้สังคมโดยตำรวจทางหลวง" ตามหลักทฤษฎีตำรวจผู้รับใช้ชุมชน แม้จะเริ่มดำเนินการที่ชุมชนคอหงส์ 6 เพียงไม่กี่เดือน และที่สำคัญใช้กำลังตำรวจเพียง 2 นาย ก็สามารถลดปัญหาด้านอาชญากรรมต่างๆ ทั้งยาเสพติด และคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ ที่เคยเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันลงได้อย่างมาก เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชนกว่า 3,000 คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้เป็นอย่างดี ถือเป็นโครงการต้นแบบที่ตำรวจทั่วประเทศน่าจะนำไปปฏิบัติ
.........
(หมายเหตุ : 2ตร.กับ3พันชาวบ้าน ล้างอาชญากรรม'คอหงส์6' : สารพันตำรวจ โดยทัศชยันต์ วาหะรักษ์)



