
เชียงรายจับอาวุธสงครามเพียบ!
'ตำรวจ-ทหาร' เชียงราย สนธิกำลัง ตั้งด่านตรวจ สกัดจับ 2 ผู้ต้องหา ลอบขนอาวุธสงคราม 68 กระบอก เผยรับค่าจ้าง 5 หมื่นบาท นำส่งกองกำลังติดอาวุธตามแนวชายแดน ไทย-พม่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 31 ส.ค. 55 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ โทปุญญานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย ได้รับแจ้งจาก พ.ต.อ.บุญวาศน์ มังคราช ผกก.สภ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ว่าได้นำกำลังตำรวจ ร่วมกับ พ.อ.ถนัดพล โกศรัยเสวี ผบ.ฉก.ม.3 กองกำลังผาเมือง นำกำลังตำรวจ-ทหาร ตั้งด่านตรวจบนถนนสายเทอดไทย-หัวแม่คำ หน้าตู้ยามเทอดไทย ม.1 ต.เทอดไทย ซึ่งเป็นทางไปชายแดนไทย-พม่า ต่อมาพบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน ผ 7433 เชียงราย มีชาย 2 คนขับและโดยสารกันไป จากเทอดไทยมุ่งหน้าจะไปทางชายแดน เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญานหยุดตรวจ โดยที่กระบะหลังรถมีการคลุมผ้าใบสีดำเอาไว้มิดชิด เมื่อเปิดดูในผ้าใบพบมีกระสอบบรรจุอาวุธสงครามจำนวนมากอยู่เต็มกระบะ จึงได้จับกุมตัวทั้ง 2 คนเอาไว้ตรวจสอบหลักฐาน ทราบชื่อ นายขวัญชัย ด่านเจริญวิทย์ อายุ 36 ปี บ้นเลขที่ 23 ม.7 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย และนายสุเมศ สิทธิวงศ์เป็ง อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 5 ม.7 ต.แม่จัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย
ส่วนของกลางทั้งหมดที่พบในกระบะประกอบไปด้วยเครื่องยิงจรวดเอ็ม 79 จำนวน 19 กระบอก อาวุธปืนเล็กยาว เอเค 47 จำนวน 28 กระบอก ปืนเอ็ม 60 จำนวน 3 กระบอก ปืนเล็กยาวซีแซด จำนวน 5 กระบอก ปืนเล็กยาวเซมิกาเซ่ จำนวน 9 กระบอก อาวุธปืนเล็กยาว ปสบ.87 คาร์บิน จำนวน 1 กระบอก รวมของกลางทั้งหมด จำนวน 68 กระบอก นอกจากนี้ยังมีซองบรรจุกระสุนอีกเป็นจำนวนมาก
สอบสวนทั้งคู่สารภาพว่า รับจ้างขนอาวุธดังกล่าวไปส่งให้กับกองกำลังติดอาวุธที่อยู่ตามแนวชายแดนหลายกลุ่ม แต่รับจ้างมาในราคาเหมารวม ครั้งละ 50,000 บาท โดยเคยทำมาแล้วถึง 4 ครั้ง ทั้งนี้อาวุธทั้งหมดได้ขนมาจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางชายแดน ซึ่งชาวบ้านใช้เป็นประจำ เพราะมีถนนที่สะดวกสบายไปส่งยังชายแดน จากนั้นจะกระจายไปส่งให้ผู้ซื้อแต่ละรายไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความต้องการของแต่ละกองกำลัง อย่างไรก็ตามขณะขนครั้งนี้ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจสกัดได้เสียก่อน
เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย



