ข่าว

'สำรวย วิริยะ'เล็งสร้างพนัง-ประตูฯรับน้ำท่วม

'สำรวย วิริยะ'เล็งสร้างพนัง-ประตูฯรับน้ำท่วม

01 ก.ย. 2555

'สำรวย วิริยะ' เล็งสร้างพนัง-ประตูฯรับน้ำท่วมเมือง : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น

                 นับว่า "เทศบาลตำบลท่าสายลวด" อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่หน้าด่านการค้าชายแดนที่สำคัญของไทยอีกแห่งที่เชื่อมโยงพรมแดนกับ จ.เมียวดี ประเทศพม่า แต่ด้วยข้อจำกัดของบประมาณ และเป็นพื้นที่รับน้ำจากที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเมย ทำให้การบริหารจัดการปัญหาใกล้ตัวอย่างอุทกภัยล่าช้า ส่งให้เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อให้เกิดความเสียหายทางการค้าชายแดนหลักร้อยล้านบาท

                "สำรวย วิริยะ" นายกเทศบาลตำบลท่าสายลวด ยอมรับว่าปัญหาภัยธรรมชาติไม่เข้าใครออกใคร แต่เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วม สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนประชาชน และย่านเศรษฐกิจการค้า ทำให้เงินหมุนเวียนด้านการค้าสูญหายไป ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องมีการทบทวนและหาแนวทางการแก้ไขอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ รวมถึงการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 ในฐานะที่เป็นหัวเมืองชายแดนสำคัญของภาคเหนือ

                ส่วนการแก้ปัญหานับจากนี้ คงต้องรอให้ระดับน้ำลดลง โดยจะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงได้จัดเตรียมกระสอบทรายป้องกันตลาดริมเมยตลาดการค้าที่สำคัญ เพื่อไม่ให้น้ำรอบใหม่เข้าในพื้นที่ได้อีก พร้อมเร่งฟื้นฟูตลาดให้กลับมาค้าขายได้ดังเดิม นอกจากนี้ เทศบาลได้ประสานขอความร่วมมือไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้เคียงให้ร่วมกันฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อเรียกความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุนที่จะเดินทางเข้ามาเพื่อค้าขายกับผู้ประกอบการในพื้นที่

              นายกสำรวยยังบอกถึงแผนฟื้นฟูระยะยาวว่า สิ่งที่จะต้องทำเร่งด่วน คือสร้างพนังป้องกัน และแนวป้องกันน้ำท่วม ณ ต้นเหตุของปัญหาที่ลำน้ำตาว และลำน้ำห้วยม่วง อีกทั้งได้มีแผนจัดทำพนังและประตูระบายน้ำอย่างถาวรเพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร โดยได้มีการศึกษา ออกแบบ และจัดของบประมาณไปแล้วกว่า 600 ล้านบาท ทว่า เทศบาลยังไม่มั่นใจจะได้รับการอนุมัติตามที่ขอไป เนื่องจากที่ผ่านเทศบาลได้รับงบพัฒนาท้องถิ่นเพียงปีละประมาณ 10 ล้านบาท

            อีกจุดที่สำคัญ คือการแก้ไขลำห้วยม่วง ซึ่งทางเทศบาลได้วางแผนว่าจะทำหลังจากดำเนินการสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมที่ลำน้ำแม่ตาวแล้ว ทว่า เทศบาลประสบปัญหาเรื่องของบประมาณในการศึกษา วิจัย และการออกแบบ จึงทำให้โครงการดังกล่าวยังอยู่ในรูปของแผ่นกระดาษที่รอวันจะขยับขึ้นมาเป็นโครงการที่สามารถลงมือปฏิบัติได้ อย่างไรก็ตาม เทศบาลก็ไม่หยุดนิ่งได้หาทางป้องกัน ด้วยเตรียมจัดงบฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย โดยหวังว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะไม่เกิดขึ้นกับในพื้นที่อีก 

             นอกจากปัญหาเรื่องน้ำท่วมแล้ว เทศบาลตำบลท่าสายลวดถือเป็นหนึ่งเขตเศรษฐกิจการค้าที่สำคัญของไทย ที่จะสามารถทำให้มีการค้าการลงทุน ตลอดจนเป็นเส้นทางผ่านในการขนส่ง ลำเลียงสินค้าไปยังประเทศพม่า เนื่องจาก อ.แม่สอด ถือเป็นเส้นทางเศรษฐกิจตะวันออกสู่ตะวันตก (East West Economic Corridor : EWEC) เชื่อมไปยังเวียดนาม ลาว ไทย พม่า ซึ่งทางเทศบาลมีความพร้อมที่เป็นจุดเชื่อมต่อด้านการค้า หากแต่ยังขาดงบปรับปรุงภูมิทัศน์ เส้นทาง ที่รอทางแขวงการทางที่ 2 จ.ตาก ถ่ายโอนอำนาจให้แก่เทศบาลดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาต่อ รวมระยะทาง 4 กิโลเมตร จากตัว อ.แม่สอดเข้ามายังเทศบาลเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต

             "เทศบาลถือเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ประเทศ เนื่องจากเป็นเขตติดต่อกับพม่า และถือเป็นพื้นที่เขตการค้าชายแดนที่สร้างเงินหมุนเวียนให้แก่ประเทศปีละหลายพันล้านบาท แต่ที่ผ่านมากลับไม่ได้รับงบในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ เชื่อมั่นว่าหากได้รับงบอย่างเพียงพอจะสามารถปรับปรุงแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปรับปรุงภูมิทัศน์เส้นทางคมนาคม รองรับการเปิดการค้าเสรีที่จะถึงได้เป็นอย่างดี" นายกสำรวยกล่าว

             เช่นเดียวกับที่ทางเทศบาลมีความพร้อมที่จะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากจะส่งผลดีต่อการค้าขายของประชาชน เป็นอิสระในการจัดการบริหารตนเอง เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม และพัฒนาด้านการค้าการลงทุนให้แก่ จ.ตากให้มากขึ้น

              อย่างไรก็ตาม นายกเทศบาลตำบลท่าสายลวด ยังคงที่จะเดินหน้าแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อรักษาพื้นที่เขตเศรษฐกิจที่สำคัญเอาไว้ แม้จะยังไม่ได้รับงบพัฒนาพื้นที่ก็ตาม!  

..................................................
('สำรวย วิริยะ' เล็งสร้างพนัง-ประตูฯรับน้ำท่วมเมือง : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)