
'คุณชาย'ลั่นระงับแน่หากทดสอบระบายน้ำมีปัญหา
'สุขุมพันธุ์'ลั่นพร้อมออกคำสั่งระงับทันทีหากเห็นท่าไม่ดีระหว่างกบอ.ทำการทดสอบปล่อยน้ำเข้ากทม. ยันทำตามอำนาจหน้าที่ ด้าน'มาร์ค'อัดนโยบายบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลยังสับสน
31 ส.ค.55 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงการเตรียมการรองรับแผนซ้อมการระบายน้ำ ในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและตะวันตกของคณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ในวันที่ 5 ก.ย. และ 7 ก.ย. เพื่อทดสอบความพร้อมในการรับมือกับน้ำเหนือที่จะลงมากรุงเทพฯ ในเดือนต.ค. ว่า กทม.พร้อมร่วมมือกับรัฐบาลในทุกเรื่องที่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่มีข้อกังวลเพราะในเดือนก.ย.ของทุกปีจะมีฝนตกหนัก ขณะเดียวกันยังมีพายุฝนก่อตัวที่ประเทศฟิลิปปินส์ และจะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 5 หรือ 7 ก.ย. พอดี แต่อาจจะไม่มีผลกระทบต่อกทม.โดยตรง นอกจากนี้ยังมีความเป็นห่วงคลองลาดพร้าวที่ยังไม่ได้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งนี้คลองลาดพร้าว มีจำนวนบ้านเรือนประชาชนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นตนจะเข้าพบรมว.มหาดไทย เพื่อสะท้อนข้อกังวลให้รับทราบเป็นข้อมูล หากมีความเสี่ยง ตนจะสั่งระงับทันที โดยจะใช้อำนาจหน้าที่ในการสั่งการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมถึงไม่หารือข้อกังวลกับนายกรัฐมนตรี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี มีภารกิจจำนวนมาก ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็มีผู้ดูแลในคณะกรรมการกบอ. คือนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ก็มั่นใจนายปลอดประสพและเข้าใจว่าเป็นความหวังดี ตนไม่อยากทะเลาะกับใครและจะไม่โทษกัน แต่ในเบื้องต้นได้รับรายงานว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ ยังหาผู้รับเหมาเข้ามาดำเนินการไม่ได้ โดยที่ผ่านมามีผู้รับเหมาเข้ามารับดำเนินการแล้ว แต่เกิดความไม่พอใจ จึงทำให้เลิกดำเนินการไปในที่สุด
"ตนขอยืนยันให้ประชาชนมั่นใจว่า ถ้าเห็นท่าไม่ดีในการทดสอบดังกล่าวจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของตน และไม่ฟังทั้งนั้น เพื่อจะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันตนไม่มองว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้น แต่เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของกทม.เตรียมความพร้อมทุกจุด" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทดสอบดังกล่าวในพื้นที่กทม. เป็นการดิสเครดิตผู้ว่าฯกทม. หรือไม่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่าไม่ถือเป็นการดิสเครดิต ทั้งนี้ตนไม่อยากมองในแง่ลบ
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในเวลา 13.30 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะเดินไปตรวจประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา เพื่อตรวจความพร้อมและความเรียบร้อยก่อนที่กบอ.จะทำการทดลองในวันที่ 5 และ 7 ก.ย. นี้
“มาร์ค”ระบุนโยบายบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลยังสับสน
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมซ้อมแผนรับมือน้ำท่วมในวันที่ 5-6 กันยายนนี้ว่า นโยบายการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลในขณะนี้ยังมีปัญหาความสับสน หากตรวจสอบการลงทุนใช้จ่ายในช่วงปีที่ผ่านมาจะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของตัวโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นระบบการบริหารจัดการน้ำจริง ๆ น้อยมาก เพราะตรวจสอบจากการใช้งบประมาณ ขณะเดียวกันบุคคลซึ่งรัฐบาลแต่งตั้งเอง เช่นนายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.)ก็มีความเห็นสวนทางกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ในเรื่องการบริหารน้ำในเขื่อนอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าการบริหารน้ำที่ทำอยู่ คือการปล่อยน้ำทิ้งในขณะนี้ จะมีปัญหาภัยแล้งตามมา และการที่จะทดสอบการบริหารจัดการน้ำ ก็ควรจะต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำว่าจะมาถึงจุดไหน ใช้เวลาเท่าไหร่ โครงสร้างพื้นฐานที่ต้องรองรับการทดสอบคืออะไร หากทำเช่นนี้จะเป็นประโยชน์มากกว่าในปัจจุบันที่ไม่มีคำอธิบายจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์จนอาจจะกลายเป็นความขัดแย้ง นอกจากนี้ผู้บริหารกทม.เป็นห่วงว่า หากน้ำมาถึงกทม.แล้วมีฝนตกหนักจะเป็นปัญหาหรือไม่ เนื่องจากระบบที่จัดการเรื่องปริมาณน้ำฝนได้ถูกรื้อทิ้งไปแล้ว เมื่อรัฐบาลประสงค์ที่จะให้ปรับเพื่อรองรับกับน้ำท่วมใหญ่ในตอนนั้น ดังนั้นสิ่งที่ไม่อยากจะเห็นในปีนี้คือ การที่หน่วยงานต่าง ๆ มีความเห็นไม่ตรงกัน หรือมีความขัดแย้งกัน ซึ่งตรงนั้นน่าจะเป็นบทเรียนที่สำคัญตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่เมื่อปีที่แล้ว
“เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าถ้าจะเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบจะต้องได้รับรู้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด เหมือนที่เราเรียกร้องมาตลอดว่าตรงไหนเป็นพื้นที่รับน้ำ น้ำจะไปทางไหน ก็ควรที่จะมีการเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า กรณีที่หอการค้าแคนาดา-ไทยระบุว่ามีความไม่โปร่งใสในโครงสร้างบริหารจัดการน้ำและกังวลกับงบประมาณ 350,000 ล้านบาท นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า งบประมาณในส่วนนี้มีปัญหาเรื่องกติกาที่ให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งพรรคติดตามอยู่และได้ให้ข้อสังเกตไปแล้ว จึงอยากจะเห็นรัฐบาลทบทวนและแก้ไข เพราะถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการจัดการภัยพิบัติมากกว่าให้ความสำคัญกับโอกาสที่จะได้ประมูลเมกกะโปรเจคต์ และเห็นว่าหากรูปแบบการใช้งบประมาณ 350,000 ล้านบาทถ้ายังเป็นแบบนี้ ก็คงเรียกความเชื่อมั่นได้ยาก และยืนยันว่าไม่ควรจะใช้วิธีโกหกสีขาวเพื่อแลกความเชื่อมั่นแบบที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทำ



