ข่าว

คุก2ปี!'สาวซีวิค'ซิ่งรถชน9ศพ

คุก2ปี!'สาวซีวิค'ซิ่งรถชน9ศพ

31 ส.ค. 2555

ศาลเยาวชนตัดสินจำคุก 2 ปี 'สาวซีวิค' ขับรถชน 9 ศพ รอลงอาญา 3 ปี พร้อมคุมประพฤติห้ามขับรถจนอายุ 25 ปี

                 31 ส.ค.55 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้นัดฟังคำพิพากษาคดีเยาวชนสาว ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้ บนทางยกระดับโทลล์เวย์จนมีผู้เสียชีวิต 9 ราย เมื่อวันที่ 27ธ.ค.2553 ที่ผ่านมา  โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่าสาวผู้ขับรถซีวิค ได้มาถึงสารพร้อมกับผู้ปกครองเมื่อเวลา 8.45น. โดยใช้ทางเข้าด้านหลัง จากนั้นบรรดาครอบครัวผู้เสียชีวิตด้านเดินทางมาถึงศาลในเวลาถัดมาเช่นกันโดยเข้าทางประตูด้านหน้า ซึ่งก่อนหน้านั้นครอบครัวผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปไหว้สักการะศาลหลักเมือง โดยขอพรให้คดีสิ้นสุดและเป็นไปอย่างยุติธรรม ก่อนเดินทางเข้าฟังการพิพากษาคดีที่ห้องพิจารณาคดี 5

                 ทั้งนี้ ศาลได้ใช้เวลาอ่านคำพิพากษาร่วม 2 ชั่วโมง โดยจากนั้นเวลา 11.00 น. นางยุวดี เยี่ยงยุกดิ์สากล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ศาลได้พิพากษาตัดสินให้จำคุก สาวผู้ขับรถซีวิค ฐานขับรถโดยประมาทเป็นเวลา 3 ปี แต่จำเลยนำสืบเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 จึงเหลือจำคุก 2 ปี และให้รอลงอาญา 3 ปี พร้อมสั่งห้ามขับรถจนกว่าจะอายุถึง 25 ปีบริบูรณ์ รวมทั้งสั่งควบคุมความประพฤติโดยบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ผู้ป่วยประกันสังคม 48 ชั่วโมงในระยะเวลา 2 ปี และให้มารายงานตัวต่อศาลทุก 3 เดือน ส่วนข้อหาใช้โทรศัพท์ขณะขับรถให้ยกฟ้อง เนื่องจากนำสืบไม่ได้ หลังจากฟังคำพิพากษาเสร็จสาวผู้ขับรถซีวิคได้เดินทางกลับทันที

                 จากนั้นครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ออกจากห้องพิจารณาคดีโดยได้ให้กำลังใจกันและกันด้วยการจับมือและสวมกอด โดย พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ บิดาของ น.ส.ชุติพร นิลวรรณ นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์  หนึ่งในครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต กล่าวว่า จากที่ตนได้พูดคุยกับญาติผู้เสียหายพอใจกับคำตัดสิน เพราะต้องการให้ศาลชี้ว่าท้ายที่สุดแล้วผิดถูกเป็นอย่างไรซึ่งศาลมีโทษให้จำคุกอยู่ รวมทั้งคุมประพฤติจำเลยและให้รายงานตัวทุก 3 เดือน เราเข้าในจดีว่าเป็นกฎหมายเยาวชนซึ่งเป็นในเรื่องของการแก้ไข การคุมประพฤติ พร้อมเชื่อว่าจำเลยจะยื่นอุทรณ์ โดยตนอยากจะขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องในการเบิกความทุกคน และในวันที่ 21 พ.ย. ศาลได้นัดสืบพยานปากแรกในการฟ้องร้องคดีแพ่ง โดยจะแบ่งเป็นรายคดีทั้งบาดเจ็บ และเสียชีวิต

                 นพ.กฤช รอดอารีย์ บิดาของนายเกียรติมัน รอดอารีย์  เจ้าหน้าที่ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หนึ่งใน ผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เราไม่ได้อยากจะมาชนะตรงนี้ แต่เมื่อสูญเสียไปแล้วก็อยากให้ได้ประโยชน์กับสังคมบ้าง และขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ

                 นพ.กฤช กล่าวต่อว่า สมัยนี้ความเป็นเยาวชนต้องมองกันใหม่ บางความผิดหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ความเป็นเยาวชนและความรับผิดชอบของผู้ปกครองนั้นต้องเพิ่มมากไปกว่านี้ เพราะว่าเมื่อกระทำผิดไปแล้วเราไปให้ผู้ปกครองรับผิดชอบ แต่ความสำนึกก่อนที่จะกระทำผิดนั้นพ่อแม่ทุกคนต้องดูลูก ทั้งนี้การฟ้องร้องดำเนินการทางแพ่งนั้นจะปรึกษาหารือกับครอบครัวผู้สูญเสียอีกครั้ง

จับตา!ศาลเยาวชนตัดสินคดี'สาวซีวิค'หลังญาติผู้ตาย-เจ็บไม่เข้ากระบวนการเยียวยา 

               ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้เวลา 09.00 น. ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ตัดสินคดี สาวซีวิค ขับรถยนตร์ฮอนด้าซีวิคชนตู้โดยสารบนโทลเวย์ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 9 คน หลังญาติผู้ตาย-เจ็บไม่เข้ากระบวนการเยียวยา ทั้งนี้สำหรับคดีนี้อัยการยื่นฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.53 เวลากลางคืน จำเลยขณะอายุ 16 ปีเศษขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค หมายเลขทะเบียน ฎว-8461 กรุงเทพมหานคร ขึ้นบนทางยกระดับโทลล์เวย์ ขาเข้ามุ่งหน้า ถ.ดินแดง ด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจำเลยได้กระทำประมาทโดยปราศจากความระมัดระวังที่บุคคลในภาวะปกติจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่

                 โดยจำเลยไม่ขับรถในช่องทางซ้าย เมื่อมาถึงบริเวณแยกทางลงบางเขน ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปลี่ยนช่องทางไปมา เปลี่ยนช่องทางจากช่องทางขวาสุดเพื่อมาทางซ้ายถัดมา และยังเปลี่ยนกลับไปยังช่องทางขวาอีกครั้ง เป็นเหตุให้รถยนต์ซีวิคของจำเลยพุ่งเข้าชนรถยนต์ตู้โดยสารทะเบียน 13-7795 กรุงเทพ ที่วิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีนางนฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปี เป็นคนขับทำให้รถยนต์ตู้เสียหลักหมุนไปชนขอบกั้นทางโทลล์เวย์ พลิกคว่ำพังเสียหาย คนขับรถตู้โดยสารและผู้โดยสารภายในรถยนต์ตู้กระเด็นออกจากตัวตกจากทางด่วนเสียชีวิตรวม 9 คน และบาดเจ็บสาหัสจำนวนหนึ่ง

                 ส่วนรถยนต์ของจำเลยแฉลบเลยจากรถยนต์ตู้ประมาณ 50 เมตร นอกจากนี้ ก่อนเกิดเหตุจำเลยยังได้ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถยนต์ โดยมีหลักฐานเป็นรายงานการใช้โทรศัพท์มือถือของจำเลย ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธทั้ง 2 ข้อหา

                ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ศาลได้มีข้อเสนอแนะให้ทั้งสองฝ่ายใช้วิธีไกล่เกลี่ยเรื่องค่าสินไหมทดแทน ตามพรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวกลาง พ.ศ.2553 มาตรา132 และหากการไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จจะมีการพิพากษาต่อไป