
ลุ้น!9โมงเช้า31ส.ค.ศาลตัดสินคดี'สาวซีวิค'
9โมงเช้า 31 ส.ค. ศาลเยาวชนฯ นัดพิพากษาคดี สาวซีวิค ซิ่งชนรถตู้ ตาย 9 ศพปี 53 ด้าน ครอบครัวเหยื่อ พร้อมไป ศาล ลุ้น คำตัดสิน
30ส.ค.2555 นางทองพูน พานทอง มารดาของ น.ส.นฤมล ปิตาทานัง คนขับรถตู้ ซึ่งเป็น 1 ใน ครอบครัวผู้เสียหาย จากเหตุเยาวชนสาว ขับรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค เฉี่ยวชนรถตู้ บนทางยกระดับโทลล์เวย์จนมีผู้เสียชีวิต 9 ราย เปิดเผยว่า ขณะนี้ทนายความได้แจ้งให้ทราบว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางนัดฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าวในวันที่ 31 ส.ค. เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 5 โดยตนจะเดินทางไปร่วมฟังคำพิพากษาด้วย ซึ่งใจหนึ่งก็เกรงว่าศาลจะได้มีคำตัดสินเลยหรือไม่ ส่วนตัวจะขอไปลุ้นฟังคำพิพากษา ซึ่งผลจะออกมาอย่างไรจะปรึกษาทนายความอีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ บิดาของน.ส.ชุติพร นิลวรรณ นักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ อีก 1 ในครอบครัวที่เสียชีวิต กล่าวว่า พร้อมจะเดินทางไปรับฟังคำพิพากษาเช่นกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางจากต่างจังหวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้อัยการฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องน.ส.แพรวพราว ( นามสมมุติ)เป็นจำเลย ในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาท จนเป็นเหตุในผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับอันตรายต่อร่างกายบาดเจ็บสาหัส และทรัพย์สินเสียหาย และใช้โทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ ต่อศาลเยาวชน ฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2554 โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2553 เวลากลางคืน จำเลยซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 17 ปี ขับรถยนต์ยฮอนด้า ซีวิค หมายเลขทะเบียน ฎว-8461 กรุงเทพมหานคร ขึ้นบนทางยกระดับโทลล์เวย์ ขาเข้ามุ่งหน้า ถนนดินแดงด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจำเลยได้กระทำประมาทโดยปราศจากความระมัดระวัง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บุคคลในภาวะปกติจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์และจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นได้ แต่หาได้ใช้เพียงพอไม่ โดยจำเลยไม่ขับรถในช่องทางซ้าย เมื่อมาถึงบริเวณแยกทางลงบางเขน ช่วงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปลี่ยนช่องทางไปมา เปลี่ยนช่องทางจากช่องทางขวาสุดเพื่อมาทางซ้ายถัดมา และยังเปลี่ยนกลับไปยังช่องทางขวาอีกครั้ง เป็นเหตุให้รถยนต์ซีวิคของจำเลย พุ่งเข้าชนรถยนต์ตู้โดยสารทะเบียน 13-7795 กรุงเทพ ที่วิ่งระหว่างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งมีนางนฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปี เป็นคนขับทำให้รถยนต์ตู้เสียหลักหมุนไปชนขอบกั้นทางโทลล์เวย์ พลิกคว่ำพังเสียหาย คนขับรถตู้โดยสารและผู้โดยสารภายในรถตู้ กระเด็นออกจากตัวรถตกจากทางด่วนเสียชีวิตรวม 9 คน และบาดเจ็บสาหัสจำนวนหนึ่ง
ส่วนรถยนต์ของจำเลยแฉลบ เลยจากรถยนต์ตู้ประมาณ 50 เมตร นอกจากนี้ก่อนเกิดเหตุจำเลยยังได้ใช้โทรศัพท์มือถือ ขณะขับรถยนต์ โดยมีหลักฐานเป็นรายงานการใช้โทรศัพท์มือถือของจำเลย ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธทั้ง 2 ข้อหา ซึ่งระหว่างพิจารณาคดี จำเลยได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยศาลตีราคาประกัน 100,000 บาท
โดยคดีนี้ศาลเยาวชน ฯ เคยนัดฟังคำพิพากษามาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2555ที่ผ่านมา แต่ศาลได้มีข้อเสนอแนะให้คู่ความทั้งสองฝ่าย ได้ร่วมประชุมกลุ่มสหวิชาชีพ ที่จะให้ครอบครัวผู้เสียหาย นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ร่วมกันประเมินและหารือ เพื่อวางแผนการเยียวยา และบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่ ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำและประสานการประชุมเพื่อแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็ก เยาวชนและครอบครัว
ทั้งนี้เป็นไปตามพรบ.ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัวกลาง พ.ศ.2553 มาตรา132 ซึ่งต่อมาได้มีการนัดประชุมกลุ่มครอบครับเรื่อยมาตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. จนกระทั่งวันที่ 30 ก.ค. กลุ่มครอบครัวผู้เสียหาย ได้ประชุมร่วมกับจำเลยและทนายความ ซึ่งได้มีการกล่าวขออภัยกัน โดยฝ่ายญาติผู้เสียหายยังยืนยันที่จะให้ศาลมีคำพิพากษาคดีนี้ จึงได้มีการนัดฟังคำตัดสินในวันที่ 31 ส.ค.ดังกล่าว



