
เตือน!2วันน้ำยมจากสุโขทัยถึงพิษณุโลก
พิษณุโลก แจ้งเตือน อ.พรหมพิราม อ.เมือง อ.บางระกำ อีก 2 วัน น้ำยมจากสุโขทัย ระบายถึงพิษณุโลก ขณะที่บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ ยังแล้ง ด้านลำพูน กรุงเก่า เร่งขุดลอกคูคลอง ส่วนน้ำเขื่อนลำตะคอง สูงขึ้นหลังฝนตก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 55 นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก เปิดเผยถึงสถารณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกว่า ในขณะนี้ ในเขตลุ่มน้ำน่านสถานการณ์น้ำยังคงอยู่ในภาวะปกติดี ส่วนเขตลุ่มน้ำยมมีการระบายน้ำจากประตูน้ำหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ผ่านคลองหกบาท และลงสู่แม่น้ำยมสายเก่า ในอีก 2 วัน น้ำที่ระบายมาจะถึงเขตอ.พรหมพิราม ต.บ้านกร่าง อ.เมืองพิษณุโลก และ อ.บางระกำ แต่ชลประทาน ก็ได้เตรียมการพร่องน้ำในแม่น้ำยมสายเก่าและคลองสาขาออกไปมากแล้ว สถานการณ์ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก อีกทั้งในเขตพื้นที่พิษณุโลก ส่วนใหญ่ชาวนาจะเก็บเกี่ยวข้าวกันหมดแล้ว แม้จะมีน้ำท่วมแต่ก็ไม่สร้างความเสียหายมากเหมือนปีที่ผ่านมา
นายบรรดิษฐ์ เผยต่อว่า สำหรับสถานการณ์แม่น้ำน่านในจังหวัดพิษณุโลกขณะนี้ไม่น่าห่วงเหมือนปี 2554 ขณะนี้เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีน้ำกักเก็บ 55% ของความจุอ่าง มีน้ำไหลเข้าวันละ 43 ล้าน ลบ.ม. ระบายออกวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำกักเก็บ 32 % ของความจุอ่าง หรือ 340 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำไหลเข้าวันละ 12 ล้าน ลบ.ม. ระบายออกวันละ 1.7 ล้าน ลบ.ม. ทั้งสองเขื่อนระบายน้ำตามแผนของมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการติดตามน้ำ ที่วิเคราะห์แผนการระบายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงของอุทกภัยและเตรียมน้ำสำหรับไว้ใช้ฤดูแล้งปีหน้า ที่คาดการณ์ว่ายังเหลือเวลาอีก 2 เดือน ในการเก็บสำรองปริมาณน้ำฝน ในวันนี้ แม่น้ำน่านเมืองพิษณุโลก มีน้ำไหลผ่าน 286 ลบ.ม.ต่อวินาที อยู่ในเกณฑ์ปกติ เมื่อเทียบกับปี 2554 ต่างกันมาก ช่วงนั้นแม่น้ำน่านเกือบล้นตลิ่ง มีน้ำไหลผ่าน 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำยม วันที่ 29 สิงหาคม มีอุทกภัยท่วมพื้นที่ ต.แม่ปลิก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย น้ำจำนวนน้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำยม ขณะนี้สถานีวัดระดับน้ำ Y16 ที่ อ.ศรีสัชนาลัย มีน้ำไหลผ่าน 730 ลบ.ม.ต่อวินาที ตามแผนการระบายน้ำ จะผันน้ำเข้าคลองหกบาท 150 ลบ.ม.ต่อวินาที ลงสู่แม่น้ำยมสายเก่า หรือคลองเมมเข้าสู่อ.พรหมพิรามจ.พิษณุโลก 100 ลบ.ม.ต่อวินาที คาดการณ์ว่าจะถึงในอีก 2 วันข้างหน้า
บุรีรัมย์ - งดปล่อยน้ำทำนาหวั่นขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
นายยงศักดิ์ ประภาพันธ์ศักดิ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ และขนาดกลาง 22 อ่างทั้งจังหวัด พบว่าขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บเพียงร้อยละ 45 ของปริมาณความจุทั้งหมดกว่า 298 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ ทางโครงการชลประทานจึงจำเป็นต้องงดปล่อยน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวนาปีแล้วจำนวน 19 อ่าง เพราะเกรงจะเกิดปัญหาน้ำดิบไม่เพียงพอในการผลิตประปาบริการประชาชน หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงทำให้มีฝนตกในพื้นที่รับน้ำน้อย
โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากที่ต้องใช้ผลิตประชาชนบริการประชาชน ในเขต อ.เมือง และ อ.ห้วยราช กว่า 20,000 ครัวเรือน ปัจจุบันมีน้ำกักเก็บอยู่เพียง 8 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ยร้อยละ 32 ของปริมาณความจุอ่างกว่า 26 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่แต่ละวันต้องใช้น้ำดิบในการผลิตประปาวันละกว่า 20,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ยเดือนละ 600,000 - 700,000 ลูกบาศก์เมตร
อย่างไรก็ตามหากปริมาณน้ำในอ่างลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางชลประทานก็ได้เตรียมแผนรองรับ โดยการสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำน้ำมาศ อ.ลำปลายมาศ ระยะทางกว่า 16 กิโลเมตร มาเติมใส่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากเพื่อสำรองไว้เป็นน้ำดิบในการผลิตประปา เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของประชาชนอย่างแน่นอน
ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ ยังระบุอีกว่า ตั้งแต่ต้นฤดูจนถึงขณะนี้มีฝนตกลงมากว่า 1,200 มิลลิเมตร แต่ตกในพื้นที่รับน้ำของอ่างเพียง 600 มิลลิเมตรเท่านั้น ดังนั้นทางชลประทาน จึงต้องงดปล่อยน้ำเพื่อการเกษตรกร ประกอบกับบางพื้นที่ก็มีฝนตกลงมาบ้าง ทำให้สามารถไถหว่านปักดำข้าวได้แล้ว
ลำพูน - คืบหน้าขุดลอกแม่น้ำกวงป้องกันน้ำท่วม-ภัยแล้ง
นายชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัญแล้ง จังหวัดลำพูนโดยหน่วยงานต่างๆ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดำเนินการ 9 หน่วยงาน รวม 95 โครงการ งบประมาณ 1,147.2 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จ 17 โครงการ งบประมาณ 61.6 ล้านบาท และอยู่ระหว่างดำเนินการ 78 โครงการ งบประมาณ 1,085.6 ล้านบาท สำหรับโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเร่งด่วนในจังหวัดลำพูนที่ดำเนินการโดยกรมทรัพยากรน้ำ 27 โครงการ เสร็จเรียบร้อยแล้ว 9 โครงการ กรมโยธาธิการและผังเมือง โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดลำพูนได้ซ่อมแซมฝายน้ำล้นในเขตอำเภอแม่ทา 5 โครงการ
ความคืบหน้ากรณีจังหวัดลำพูนขุดลอกลำน้ำกวง เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำและทำให้น้ำไหลสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ขณะนี้ที่ลำน้ำกวงได้ขุดลอกลำน้ำกวงต่อเนื่องจากที่จังหวัดเชียงใหม่ดำเนินการ 31 กิโลเมตร โดยจังหวัดลำพูนขุดลอกที่บริเวณ ตำบลต้นธง อำเภอเมืองลำพูน จนถึงบริเวณสบทาที่ลำน้ำกวงไหลสู่แม่น้ำปิง ที่อำเภอป่าซาง ระยะทาง 6 กิโลเมตร งบประมาณ 158 ล้านบาทช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัย รวมทั้งบริเวณหน้าวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ตำบลในเมือง ซึ่งขณะนี้ได้มีการนำรถเครนขุดลอกขยายด้านข้างของริมแม่น้ำกวงออกและกำจัดผักตบชวาพร้อมกันอีกด้วย
กรุงเก่า - เร่งเสริมฐานล่างโบราณสถาน ขยายล่องน้ำเจ้าพระยาเป็นทางผ่านน้ำ
นายสหภูมิ ภูมิฐิติรัตน์ ผ.อ.สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยถึงการเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม ในส่วนของการดูแลโบราณสถาน ซึ่งแนวทางในปี 2555 นี้ ได้มีการเร่งเสริมฐานล่างของโบราณสถานทังหมด ซึ่งมีอยู่จำนวน 96 แห่ง โดยเฉพาะโบราณสถานที่สำคัญเช่นวัดไชยวัฒนาราม วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดราชบูรณะ ซึ่งใช้งบประมาณ 167 ล้านบาท และขณะนี้แล้วเสร็จไปแล้ว 80 กว่าเปอร์เซ็น โดยส่วนที่ยังเร่งดำเนินการเสริมฐานล่างคือที่วัดไชยวัฒนาราม ซึ่งยังไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเดิน เนื่องจากยังมีคนงานเข้าไปทำงานทุกวันในจุดที่พบว่ามีความเสี่ยงต่อการพังทลาย ในส่วนของแนวกำแพงด้านทิศตะวันตกที่เคยเกิดพังทลายและน้ำทะลักเข้าไปนั้น ได้มีการใช้ดินไปทำแนวกั้นแทนแล้ว และมั่นใจว่ากำแพงคอนกรีตบังเกอร์ป้องกันน้ำที่จัดทำไว้ยังสามารถป้องกันน้ำท่วมโบราณสถานวัดไชยวัฒนารามได้อย่างแน่นอน หากระดับน้ำสูงไม่เกิน 2.20 เมตร
ด้านนายวิทยา ผิวผ่อง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานขนส่งทางน้ำเจ้าท่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ลงเรือตรวจการสำรวจความคืบหน้าการขุดลอกแม่น้ำ ตามโครงการขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่ท้ายวัดพนัญเชิงวรวิหาร อ.พระนครศรีอยุธยา ไปจนถึง ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน ซึ่งพบว่าขณะนี้ขุดไปได้กว่า 80 เปอร์เซ็นแล้วเช่นกัน นายวิทยา กล่าวว่า โครงการนี้ใฃ้เรือขุดขนาดใหญ่จำนวน 6 ลำ ทำการขุดช่วงสันดอนทราย และล่องน้ำลึกลงไปอีก 12 เมตร กว้าง 50 เมตร โดยจะไม่กระทบกับประชาชนหรือเรือสินค้า แต่จะเพิ่มเนื้อที่ในการพร่องน้ำได้มากขึ้นอีก จากเดิม 500 ลบ.เมตรต่อวินาที เป็น 600 ลบ.ม.ต่อวินาที และยังทำให้มีพื้นที่รับน้ำได้อีกจากเดิม 1.6 ล้านลบ.เมตร เป็น 2 ล้านลบ.เมตร โดยขณะยังเหลือระยะทางอีก 7 ก.ม.ก็จะแล้วเสร็จ คาดว่าจะเสร็จในช่วงวันที่ 15 ก.ย.นี้ ซึ่งจะสามารถพร่องน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้อีกทางหนึ่ง
กาฬสินธุ์ - ปัญหาฝนแล้งยังไม่คลี่คลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามปัญหาฝนทิ้งช่วงที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ถึงแม้ในระยะนี้เริ่มมีฝนตกลง แต่ก็ไม่ทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ยังคงเตรียมที่จะประกาศให้พื้นที่อย่างน้อย 15 อำเภอ เป็นพื้นที่เขตภัยพิบัติแล้ง เพราะพื้นที่นากว่า 6 หมื่นไร่ ประสบปัญหานาข้าวตายแล้งและทุกพื้นที่ชาวนายังต้องทำนาใหม่ถึง 3 รอบ
ด้านนายพรเทพ เหม็งประมูล ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมายังไม่สามารถเพิ่มเติมให้เขื่อนลำปาวมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ปริมาณยังมีอยู่เพียง 471 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 23 จากปริมาณกักเก็บที่ 1,980 ล้าน ลบ.ม.ในพื้นที่ชลประทานยืนยันเขื่อนลำปาวยังสามารถส่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรได้อย่างเพียงพอแต่เกษตรกรต้นน้ำไม่ควรกักน้ำไว้ใช้เนื่องจากจะทำให้พื้นที่ทายน้ำได้รับผลกระทบ และถึงแม้ว่าจะมีฝนตกลงมาเกษตรกรก็ไม่ควรประมาทเนื่องจากความแห้งแล้งที่ปกคลุมยาวนานยังคงมีอิทธิพลในทุกพื้นที่และหากไม่มีฝนก็จะยังคงทำให้พื้นที่ทางการเกษตรเดือดร้อน
น้ำเขื่อนลำตะคองเริ่มสูงขึ้นหลังฝนตกต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่อิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับการขึ้นทำฝนเทียมของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมาในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ส่งผลให้เกิดฝนตกลงมาในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว สูงเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเริ่มที่จะสมดุลกับปริมาณน้ำที่ทางอ่างเก็บน้ำลำตะคองได้ส่งน้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภคในแต่ละวัน
จากรายงานของสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา มีประมาณฝนเฉลี่ยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอยู่ที่ 4.8 ล้าน ลบ.ม. และมีปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำลำตะคองกว่า 1.1 ล้าน ลบ.ม. ในขณะที่การส่งน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตรอยู่ที่ 1 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองเพิ่มขึ้นประมาณ 1 แสน ลบ.ม. ซึ่งถือเป็นปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นครั้งแรกใน 2 เดือนที่เกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลดระดับลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำลำตะคองอยู่ที่ 84.440 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่ 314.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 26.85 ของความจุ
หม่อมหลวงอนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ระบุว่า ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีและเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่องไปอีกประมาณ 4-5 สัปดาห์ ซึ่งจะทำให้พื้นที่การเกษตรท้ายอ่างเก็บน้ำต่างๆ เริ่มชุ่มชื้นและมีปริมาณน้ำให้เกษตรกรได้ใช้ทำการเกษตรอย่างเพียงพอภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ และหากเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ทางสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ก็จะสั่งการให้ยุติการส่งน้ำเพื่อการเกษตรให้กับลุ่มน้ำลำตะคองและลุ่มน้ำต่างๆ ทันที เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีน้ำอย่างพอเพียงในช่วงฤดูแล้งของปีหน้า



