ข่าว

สสจ.เชียงรายจับเครื่องดื่มรังนกปลอม

สสจ.เชียงรายจับเครื่องดื่มรังนกปลอม

30 ส.ค. 2555

สสจ.เชียงราย จับเครื่องดื่มรังนกปลอม แนะตรวจสอบแหล่งผลิต-วันหมดอายุ หวั่นเกิดอัตรายต่อสุขภาพ

                           30 ส.ค.55 นายแพทย์ชำนาญ หาญสุทธิเวชกุล นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย แถลงข่าวการตรวจยึดของกลางรังนกปลอมเป็นจำนวนมาก โดยมีของกลางประกอบไปด้วยขวดพลาสติกใสฉลากสีเหลืองขนาดบรรจุ 130 มิลลิกรัม จำนวน 1,428 ขวด และสีน้ำเงินขนาดเดียวกันจำนวน 300 ขวด ภายในบรรจุวัตถุที่อ้างว่าคือเครื่องดื่มรังนก แต่ไม่ระบุตราองค์การอาหารและยา (อย.) และมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)รวมทั้งชื่อที่อยู่ผู้ผลิต วันเวลาผลิตและวันหมดอายุ แต่อย่างใด

                           การตรวจยึดมีขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและโรงพยาบาล อ.ป่าแดด สืบทราบว่าที่โรงงานอาหารแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.โรงช้าง อ.ป่าแดด มีการผลิตเพื่อเตรียมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จึงได้เข้าไปตรวจสอบพบของกลางทั้งหมดดังกล่าวจึงได้ใช้มาตรการตักเตือนให้เลิกพฤติกรรมและห้ามนำออกมาจำหน่าย โดยยังไม่มีการดำเนินคดีใดๆ แต่ได้ตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐานและนำไปตรวจสอบว่าจะมีอันตรายหรือไม่เพื่อพิจารณาดำเนินคดีต่อไป

                           นายแพทย์ชำนาญ กล่าวว่า จากการตรวจสอบวัตถุที่อยู่ในขวดดังกล่าวพบว่าไม่ใช่รังนกแท้แต่เป็นยางไม้ที่เรียกว่า "ยาคามายา" ที่มาจากต้นสุพรรณิกา ซึ่งเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย ซึ่งสามารถนำมาแช่น้ำและให้ลักษณะคล้ายรังนกและยังมีขนอ่อนคล้ายขนนกปะปนอยู่อีกด้วย สำหรับยาคามายาจะมีสีขาวเหลืองอมชมพูจนถึงสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นคล้ายน้ำส้มชายชู รูปร่างไม่แน่นอนแต่ละลายน้ำได้เมื่อถูกน้ำจะดูกซับและพองตัวคล้ายรังนก ส่วนใหญ่จะมีจำหน่ายตามตลาดชายแดนด้าน อ.แม่สาย ที่นำมาจากประเทศจีน ราคากิโลกรัมละ 3,000-4,000 บาท ทั้งนี้จากการตรวจสอบส่วนผสมอื่นๆ เบื้องต้นพบว่าส่วนใหญ่เป็นแป้งและน้ำตาลซึ่งไม่มีคุณค่าทางอาหารใดๆ โดยไม่มีโปรตีนเหมือนรังนกแท้ที่มีโปรตีนผสมอยู่

                           นายแพทย์ชำนาญ กล่าวอีกว่า วัตถุดังกล่าวอ้างว่าเป็นเครื่องดื่มรังนกแท้และจำหน่ายเพียงขวดละ 10 บาท ซึ่งแตกต่างจากตลาดในปัจจุบันซึ่งผลิตภัณฑ์รังนกแท้จะจำหน่ายแพงกว่านี้หลายเท่าตัวและรังนกแท้แห้งก็มีราคากิโลกรัมละนับแสนบาท รวมทั้งยังไม่ทราบชัดเจนว่าจะมีอันตรายต่อสุขภาพใดๆ อีกหรือไม่ ดังนั้นจึงส่งของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบในห้องแล็ปก่อนหากว่าพบอันตรายมากก็จะพิจารณาดำเนินคดีกับเจ้าของผู้ผลิตต่อไปแต่เบื้องต้นได้ทำการตักเตือนไว้ก่อน เพราะเดิมถือว่าขออนุญาตผลิตอาหารชนิดอื่นอย่างถูกต้องตามกฎหมายและหากจะผลิตรังนกจริงก็ให้ไปขออนุญาตและกระทำเสียให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีกรณีขออนุญาตตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้หากผู้รับอนุญาตยังผลิตอาหารไม่ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับอาหารก็จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับด้วย

                           สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันพบว่ามีเอกชนหลายรายพยายามจะขอเปิดกิจการเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มรังนกในพื้นที่เช่นกัน แต่ไม่ได้รับอนุญาต ส่วนจังหวัดอื่นๆ มีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์บรรจุขวดพลาสติกในลักษณะนี้เช่นกันโดยมีการปิดผนึกฉลากข้างขวด ระบุเลขสารบบอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย.อย่างแพร่หลายทั่วไป และยังระบุข้างขวดว่าเป็นรังนกแห้ง น้ำตาล ไม่ใช้วัตถุกันเสีย โปรดแช่เย็น ฯลฯ ซึ่งลักษณะดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายใช้ฉลากเพื่อลวงหรือพยายามลวงผู้ซื้อให้เข้าใจผิด มีความผิดเข้าข่ายผลิตอาหารปลอมซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี ปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาทด้วย

                           "รังนกนางแอ่นจะมีส่วนประกอบหลักเป็นโปรตีนสูง 50% และมีคาโบไฮเดรตประมาณ 22% แต่รังนกปลอมจะมีโปรตีนเพียง 2% ที่เหลือเป็นคาโบไฮเดรตกว่า 70% ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนได้ช่วยเฝ้าระวังการซื้อหาสินค้าหากพบผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ หรือกรณีซื้อหาสินค้าต่างๆ ไปบริโภคก็ควรตรวจสอบฉลากต่างๆ ให้ชัดเจนด้วย" นายแพทย์ชำนาญ กล่าว

                           รายงานข่าวแจ้งอีกว่าสำหรับผลิตภัณฑ์รังนกปลอมที่พบในครั้งนี้ระบุข้างขวดชื่อตรา "โนราห์" และมีรูปนกนางแอ่นบินสามตัวพร้อมทั้งระบุชัดเจนว่าเป็นเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป ส่วนผสมก็บอกว่าเป็นน้ำ 50% วุ้น 40% รังนกแห้ง 5% ซึ่งถือว่าระบุไว้สูงกว่ารังนกแท้ทั่วไปที่จำหน่ายตามท้องตลาดซึ่งส่วนใหญ่ระบุข้างขวาดว่ามีเพียงประมาณ 1% และมีน้ำตาลกวด 5% รวมทั้งระบุให้เก็บไว้ในอุณหภูมิ 1 - 4 องศาเซลเซียสด้วย