
'นายกฯ'แจงซ้อมระบายน้ำทดสอบคลอง
'ยิ่งลักษณ์' วอนคนริมคลองอย่ากังวล กบอ. ทดสอบปล่อยน้ำ ยันหากเกิดปัญหาพร้อมสั่งหยุดทันที พร้อมรับความคิดเห็นปลด 'ปลอดประสพ' พ้นเรื่องน้ำ
30 ส.ค.55 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อห่วงใยในการทดสอบการระบายน้ำ ว่า ทั้งนี้เป็นความร่วมมือของกทม. กรมชลประทานฯ และกบอ. ที่จะทดสอบการระบายน้ำ โดยจะทดสอบความสามารถของคูคลองเพียง 30 % เท่านั้น อีกทั้งยังมีคณะกรรมการการระบายน้ำดูแลอย่างใกล้ชิด ของให้ประชาชนริมคลองมีความสบายใจ โดยจนท.จะทดสอบอย่างระมัดระวัง แต่ถ้าเกิดผลกระทบเกิดขึ้นก็จะหยุดการทดสอบในทันที อย่างไรก็ตามหากไม่มีการทดสอบเราก็จะไม่ทราบความสามารถของคูคลอง และจะได้ปรับปรุงในจุดที่ยังไม่เรียบร้อยต่อไป
เมื่อถามว่า ในขณะนี้มีการเสนอให้เปลี่ยนตัวนายปลอดประสพ ออกจากการดูแลเรื่องน้ำ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนยินดีรับฟังข้อคิดเห็น แต่ทั้งนี้การบริหารจัดการน้ำไม่ควรมองด้านใดด้านหนึ่ง ต้องมองในองค์รวม เพราะนายปลอดประสพไม่ได้ทำงานเพียงคนเดียว เพราะมีคณะกรรมการคอยดูแลอยู่ด้วย
'นายกฯ' โวโกย 8 แสนล้าน ใน 5 ปีจากการเป็นฮับทางการแพทย์
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานไทยแลนด์เมดิคัล ฮับ เอ็กซ์โป 2012(Thailand Medical Hub Expo 2012) ที่อาคารชาเลนเจอร์2-3 อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 2 กันยายนนี้
โดยภายในงานวันนี้มีไฮไลท์ที่น่าสนใจ คือการทำลายสถิติโลกบันทึกลงกินเนสบุ๊คได้สำเร็จ ด้วยการ “นวดพร้อมกันมากที่สุดในโลก (The most people being massaged at the same time)” จำนวน 641 คู่ จำนวน 19 ท่า โดยใช้เวลานวดต่อเนื่อง 12 นาที อย่างสมบูรณ์แบบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยหมอนวดไทยที่ได้ผ่านการอบรมจากหลักสูตรที่ได้รับการรับรองจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทั้งนี้จากสถิติเดิม 263 คู่ ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2553 ที่ประเทศออสเตรเลีย
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานไทยแลนด์เมดิคัล ฮับฯ ตอนหนึ่งว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสุขภาพของคนไทยอย่างยิ่ง โดยจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลที่มีการวางพื้นฐานในการให้บริหารหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิ์ 48 ล้านคน คิดเป็น 75% ของประชากร ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนจน ลดการเสียชีวิตของเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ทำให้ประชาชนเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ได้ทั้งในเมืองและชนบท และยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมทำงานเพื่อให้การแพทย์เข้าถึงชุมชน ตั้งแต่การดูแล บำบัดและรักษา โดยไม่มีการแบ่งแยก เพราะอยากเห็นการเข้าถึงอย่างท่าเทียมกัน
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยมีความสามารถด้านการแพทย์ บุคลากรแพทย์ พยาบาลที่มีความเชี่ยวขาญด้านต่างๆ มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยทั้งในเมืองและต่างจังหวัด สร้างชื่อเสียงให้ในเวทีโลก และมีชื่อเสียงงานด้านบริการที่มีคุณภาพ มีน้ำใจ มีเซอร์วิสมายด์ อีกทั้งการท่องเที่ยวที่สถานที่มีความสวยงามทำให้ต่างชาตินิยมมาเที่ยวไทยมากขึ้น และเทรนด์การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพก็สร้างรายได้เข้าประเทศนับแสนล้านบาท
“ ดังนั้นการยกระดับการทำงานด้านสาธารณสุข หรือเมดิคัลฮับ กระทรวงสาธารณสุขมีการทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ที่เราต้องร่วมใจกันเพื่อให้เป็นศูนย์กลางของสุขภาพและเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอย่างแท้จริง โดยรัฐบาลตั้งเป้าภายใน5ปีจะมีรายได้ 8 แสนล้านบาท”นายกรัฐมนตรี กล่าว



