
'ปลอดประสพ'ยันทดสอบระบายน้ำ5,7ก.ย.
'ปลอดประสพ'ลั่นทดสอบระบบระบายน้ำกทม.ฝั่งตะวันตก และตะวันออก 5 , 7 ก.ย.นี้ ไม่ได้ใช้น้ำในเขื่อน 'สุขุมพันธุ์'ค้าน'กบอ.'ซ้อมปล่อยน้ำเข้ากรุง ด้าน'กบอ.'ร่อนเเถลงการณ์เเจงทดสอบระบายน้ำเเค่ร้อยละสามสิบ
30 ส.ค.55 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทย์ศาสตร์ ได้ให้ผ่านทาง รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางสถานีโทรทัศน์สปริงนิวส์ ถึงกรณีที่ กบอ.เตรียมปล่อยน้ำเพื่อทดสอบระบบการระบายน้ำในพื้นที่กทม.ทั้งในฝั่งตะวันตก และตะวันออก ในช่วงวันที่ 5 และ 7 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ว่ากรณีดังกล่าวถือว่าเป็นการทดสอบระบบการระบายน้ำทั้งระบบที่รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด เรื่องนี้ตนขอยันว่าไม่ได้ตั้งใจว่าจะตรวจสอบอะไร เพียงแต่มีความต้องการทราบว่าระบบที่เรามีการจัดเตรียมป้องน้ำท่วมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคูคลอง การซ่อมแซมประตูระบายน้ำ ระบบเครื่องสูบน้ำ และเส้นทางการเดินของน้ำในจุดต่างๆ มีความคล่องตัวมากน้อยแค่ไหน ตรงจุดใดมีปัญหาบ้าง ส่วนที่มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า ทำไมจึงต้องมาการทำทดสอบในช่วงนี้ ก็มาจากพื้นที่ของกทม.คือพื้นที่ปลายน้ำ ที่จะต้องทำหน้าที่ระบายน้ำก่อนลงสู่ทะเล โดยโครงการเตรียมความพร้อมในการแผนการป้องกันน้ำท่วมที่รัฐบาลได้วางเอาไว้ ได้กำหนดใหเทุกอย่างแล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ ดังนั้นการทดสอบจึงจะต้องมาทดสอบในเดือนกันยายน ส่วนวิธีการและแผนการทดสอบในครั้งนี้ ได้มีการหารือพูดกันของทุกงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กทม. , สำนักงานระบายน้ำ , กรมอุทกศาสตร์ , กรมอุตนิยมฯ , กรมชลประทาน เป็นต้น โดยการทดสอบเราได้แบ่งออกเป็น 2 วัน โดยแยกเป็นกทม.ฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก คือ วันที่ 5 ก.ย.จะเริ่มที่ฝั่งตะวันตก โดยน้ำต้นมาจากใต้เขื่อนชัยนาท ลงมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเราจะบังคับน้ำเข้าคลองมหาสวัสดิ์ และเข้ามายังทวีวัฒนา ต่อจากนั้นเราจะแบ่งน้ำออกเป็นสองทาง คือ ทางที่หนึ่งน้ำจะวิ่งเข้างบางเชือกหนัง แล้วไปออกคลองราชมนตรี บางกอกใหญ่ ส่วนอีกทางจะเข้าคลองภาษีเจริญ อย่างไรก็ตามการปล่อยน้ำครั้งนี้่คำนวณจากขีดความสามารถการระบายน้ำในคลองมหาสวัสดิ์สามารถระบายน้ำได้สูงสุดที่ 60 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่การทดสอบของเราจะเริ่มต้นที่ 10 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แต่จะไม่ให้เกิน 20 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ดังนั้นเรื่องของการที่จะเกิดระดับน้ำล้นออกจากแนวคลองระบายน้ำจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
"สำหรับคำถามที่เกิดขึ้นว่าน้ำที่จะใช้ในการทำการสอบในครั้งนี้จะเอามาจากที่ไหน เรื่องนี้ตนขอชี้แจงว่าน้ำที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้เอามาเขื่อนชัยนาท ซึ่งน้ำดังกล่าวได้มีการเตรียมเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งน้ำทั้งหมดนี้ทางกรมชลประทานได้มีการจัดเตรียมสำรองเอาทั้งหมดแล้ว โดยน้ำทั้งหมดเป็นใต้เขื่อน ไม่ได้เป็นเหนือเขื่อนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามในการทดสอบครั้งนี้จะทำการทดสอบสองแบบ คือ 1. ทดสอบแบบเปลือยๆ โดยให้น้ำไหลเองตามธรรมชาติ ส่วนแบบที่ 2. คือจะใช้เรือ และเครื่องผลัดดันน้ำมาช่วยผลักดัน ซึ่งจุดที่น้ำไหลผ่านมาจะมีการติดตั้งเครื่องอุปกรณ์ในการวัดการไหลของน้ำ รวมทั้งจะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีคลองต่างๆ เพื่อด้วย" นายปลอดประสพ กล่าว
นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า การทดสอบในพื้นที่กทม.ฝั่งตะวันออก คือ วันที่ 7 ก.ย. นั้น ก็จะใช้วิธีการทดสอบเช่นเดียวกันกับการทดสอบในครั้งแรก ซึ่งการทดสอบจุดนี้จะเริ่มจากคลองระพีพัฒน์แยกตก มาเข้ารังสิตคลองสอง ต่อจากนั้นเข้าคลองลาดพร้าว ต่อจากนั้นจะเข้าสู่บึงมักกะสัน ส่วนอีกเส้นทางหนึ่ง คือ การผันเข้าสู่คลองพระองค์เจ้าฯ และบีบให้เข้าสู่คลองด่าน การดำเนินการทดสอบครั้งนี้เราจะทำการทดสอบอย่างระมัดระวัง ซึ่งหากมีเหตุการณ์อะไรที่อาจจะทำให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น เราจะสั่งหยุดการทดสอบในทันที
" การทดสอบครั้งนี้เราต้องการทดสอบระบบอย่างแท้จริง ผมไม่ได้ต้องการที่จะมาตรวจสอบใคร ทั้งหมดเป็นเรื่องของการดูเส้นทางการระบายน้ำ " นายปลอดประสพ กล่าว
เมื่อถามว่า ที่มีคำถามจากรองผู้ว่าธีรชนม์ ว่า การปล่อยน้ำครั้งนี้ได้มีการดูน้ำในเขื่อนบ้างหรือยังว่าจะมีปริมาณพอใช้ในหน้าแล้งหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ เรื่องนี้เกี่ยวข้องเฉพาะเขื่อนชัยนาทเท่านั้น โดยน้ำที่ใช้นั้นเป็นน้ำที่อยู่ใต้เขื่อนชัยนาท และล่าสุดในขณะนี้ยังไม่มีรายงานใต้เขื่อนชัยนาทได้เกิดน้ำแล้ง การดำเนินการในเรื่องนี้เราได้ดำเนินการประสานกับทุกฝ่าย โดยกรมชลประทาน เมื่อถามว่า ในการดำเนินการครั้งนี้ได้มีการนำน้ำในเขื่อนป่าสักฯมาใช้หรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่มีการน้ำในเขื่อนดังกล่าวมาใช้แต่อย่างใด
เมื่อถามว่า นอกจากนี้นายธีรชนม์ยังตั้งคำถามว่า ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาได้มีการนำสิ่งกีดขวางไปขวางคลองระพีระพัฒน์เอาไว้ และถึงตอนนี้ได้มีการนำสิ่งกีกขวางดังกล่าวออกไปแล้วหรือยัง นายปลอดประสพ กล่าวว่า และในการดำเนินการในครั้งนี้ตนก็จะดูอยู่เหมือนกันว่า ที่มีการเบิกงบประมาณเอาไว้แล้ว ได้มีการดำเนินการกันหรือไม่อย่างไร
เมื่อถามว่า ประตูน้ำ 14 บาน เขื่อนอีกกว่า 20 จุด สถานีสูบน้ำ 3 แห่ง ได้มีการซ่อมแซมแล้วหรือยัง นายปลอดประสพ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณลงไปให้หมดแล้วตามที่มีการขอมา ดังนั้นในพื้นที่ปลายน้ำในเขตกทม.นั้นทุกอย่างจะต้องดำเนินการเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ และนี่ยังต่อไปให้อีก 4 วัน ดังนั้นขออย่ามาถามตน เพราะหลังจากนี้ตนจะเป็นคนดูว่าทุกอย่างมันเสร็จแล้วหรือยัง งานนี้ไม่มีลูบหน้าปัดจมูก ใครไม่เสร็จสิ้นก็ต้องรับผิดชอบ
"สุขุมพันธุ์"ค้าน"กบอ."ซ้อมปล่อยน้ำเข้ากรุง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวภายหลังหารือกับผู้บริหารสำนักการระบายน้ำ (สนน.) ถึงความพร้อมแผนการทดลองระบบป้องกันน้ำท่วมของกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ในวันที่ 5 และ 7 ก.ย.ว่า ในการทดสอบเป็นช่วงเวลาที่การพยากรณ์มีความชัดเจนว่าในเดือนก.ย.ของทุกปีจะมีฝนตกหนัก และในวันที่ 5 - 7 ก.ย. นี้ ก็มีโอกาสที่ฝนจะตกลงมามีถึง 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อมูลนี้ไม่ได้มาจากกทม.เท่านั้น แต่มาจากต่างประเทศด้วย ขณะเดียวกันในวันนี้ทราบว่าจะมีพายุก่อตัวที่ประเทศฟิลิปปินส์ และจะมาถึงประเทศไทยในวันที่ 5 หรือ 7 ก.ย. พอดี ถึงแม้แนวโน้มจะไม่มีผลกระทบต่อกรุงเทพฯโดยตรง แต่ที่ได้รับผลกระทบแน่นอนคือภาคกลาง ตนจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อม หากเกิดอะไรขึ้นต้องปฏิบัติการทันที โดยที่ไม่ต้องรอคำสั่งจากกบอ. แต่ให้ฟังคำสั่งจากตนคนเพียงเดียว ถึงแม้ระบบบริหารจัดการน้ำของกทม.มีความพร้อมที่ดีแต่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุ กบอ.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า สำหรับวันที่ 5 ก.ย.ที่จะมีการทดลองปล่อยน้ำมาฝั่งตะวันตก เข้าสู่คลองมหาสวัสดิ์ คลองบางกอกน้อย แม่น้ำเจ้าพระยาและไหลออกแม่น้ำนครชัยศรี กทม.จะควบคุมระดับน้ำอย่างเข้มงวด เพราะการก่อสร้างคันกั้นน้ำของกทม.ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งกทม.ได้มีมาตรการชั่วคราว โดยใช้กระสอบทรายตั้งเป็นแนวป้องกัน รวมทั้งเตรียมความพร้อมพื้นที่วัดปรุณาวาส ไว้รองรับหากมีปัญหาเกิดขึ้น ส่วนในวันที่ 7 ก.ย.จะมีการปล่อยน้ำมาฝั่งตะวันออกไปยังพื้นที่คันกั้นน้ำ (ฟลัดเวย์) และอาจเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน บริเวณคลองลาดพร้าวและคลองสองด้วย ตนยังเป็นห่วงมาก เพราะคลองลาดพร้าวที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ยังไม่ได้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง อีกทั้งคลองลาดพร้าวและคลองสอง มีจำนวนบ้านเรือนประชาชนพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนตัวเลขของปริมาณน้ำที่จะปล่อยมานั้น กทม.สามารรถรับได้ไม่มีปัญหา แต่เหตุการณ์จริงจะตรงกับตัวเลขแค่ไหน ซึ่งการทดสอบครั้งนี้มีบ้านประชาชน และพื้นที่กรุงเทพฯเป็นเดิมพัน ดังนั้นหากกบอ.จะทำการทดสอบจริงๆ ก็ขอให้ทำด้วยความระมัดระวัง ถ้าจะเกิดอัตราความเสี่ยงขอให้เกิดน้อยที่สุด หากมีการส่อเค้าว่าจะเกิดปัญหาขอให้ดำเนินการปิดประตูระบายน้ำทันที อย่างไรก็ตามกทม.ไม่ได้เห็นด้วยกับเรื่องนี้ หากกบอ.จะทำการทดสอบควรจะทำการทดสอบในช่วงเดือน ต.ค.จะดีกว่าเป็นเดือน ก.ย. แต่เมื่อเป็นเจตนาของรัฐบาลที่ดี กทม.ก็ร่วมมือ แต่จะให้ กทม.รับผิดชอบอย่างเดียวคงลำบาก
" เข้าใจว่า กบอ.อยากทดสอบระบบ แต่หากเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุจะสามารถเปิดปิดน้ำได้เช่นเดียวกับน้ำก๊อกหรือไม่และเร็วเพียงใด เพราะถ้ามีฝนก็จะตกลงมาจากธรรมชาติ คำถามเหล่านี้อยู่กับหัวใจของประชาชนคน กทม. ไม่ได้เป็นคำถามเรื่องการเมือง ดังนั้นเราเป็นเจ้าบ้านเราก็ต้องเป็นห่วง" ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ขณะที่นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า ขอเตือนกบอ.ด้วยความหวังดีว่าการทดลองแผนระบายน้ำในวันนั้นจะต้องทำด้วยความรอบคอบ โดยเฉพาะพื้นที่ฝั่งตะวันออก เนื่องจากระบบป้องกันน้ำฝนของกทม. ยังอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นประมาณ 7 จุด ประกอบด้วย คลอง 8 -12 และคลองแสนแสบกับคลองลาดพร้าว ซึ่งเมื่อปลายปี 2554 ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ รัฐบาลได้ขอให้กทม. พังประตูระบายน้ำทั้ง 7 จุด เพื่อให้การระบายน้ำไหลเร็วขึ้น แต่ขณะนี้พบว่าการซ่อมแซม ประตูระบายน้ำทั้ง 7 จุดยังไม่แล้วเสร็จ
“ อยากฝากถึงการทดลองครั้งนี้ให้ทำด้วยความรอบคอบจริงๆ เพราะเกรงว่าในวันที่ 5 และ 7 ก.ย. นี้ จะมีน้ำทะเลหนุนสูง และหากในวันนั้นมีพายุเข้า มารวมกับปริมาณที่จะมีการมทดลอง ซึ่งยังไม่ทราบว่าจำนวนเท่าใด จะทำให้เกิดปรากฎการณ์ 3 น้ำ จึงอยากให้กบอ.พิจารณาให้ดี เพราะถ้ามีพายุหรือน้ำทะเลหนุนเข้ามา ขอให้เลื่อนการทดลองในวันอื่น” รองผู้ว่าฯกทม. กล่าว
"กบอ."ร่อนเเถลงการณ์เเจงทดสอบระบายน้ำเเค่ร้อยละสามสิบ
น.ส.ศันศนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า กบอ.ได้แจกแถลงการณ์เรื่องการทดสอบการระบายน้ำใน กทม.นั้น ขอเรียนว่าการทดสอบไม่การทดลอง หาก กทม.มีน้ำมาก โครงการต่างๆจะระบายน้ำได้ตรงตามที่ต้องการและมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยใจความของเเถลงการณ์กบอ.ระบุว่าการดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมาในพื้นที่ปลายน้ำ ได้มีการขุดลอกคูคลอง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำหรือเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมในจุดที่น้ำท่วมขัง โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ อย่างไรก็ตามเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจจึงควรมีการทดสอบประสิทธิภาพการระบายน้ำที่แท้จริงในเส้นทางระบายน้ำที่เคยเป็นปัญหาในปีที่ผ่านมา โดยในวันที่ 5 ก.ย.จะทดสอบฝั่งตะวันตกที่ระบบคลองทวีวัฒนา วันที่ 7 ก.ย.จะทดสอบที่ระบบคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตและคลองลาดพร้าว เพื่อประเมินประสิทธิภาพการระบายน้ำในปัจจุบัน เพื่อบันทึกเป็นข้อมูลและนำไปแก้ไขสำหรับการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาแบบจำลองการระบายน้ำต่อไปในครั้งนี้จะทดสอบระบายน้ำร้อยละสามสิบขอศักยภาพลำน้ำเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมมีระบบตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำแบบอัตโนมัติตามเวลาที่แท้จริง
"เพราะการทดสอบครั้งนี้สามองค์กรร่วมกันโดยอนุกรรมการกบอ. กทม.กองทัพเรือ รัฐ,บาลใช้เงินกว่าหนึ่งล้านสองแสนบาทนั้นประชาชนควรมาติดตามชมเพราะรัฐบาลใช้โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใช้ เรื่องนี้เป็นประโยชน์กับฝ่ายต่างๆที่มีประสบการณ์และได้รับผลกระทบน้ำท่วมเมื่อปีที่แล้ว จึงขอเชิญประชาชนและฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปชมนิทรรศการนี้เพื่อให้เกิดความเข้าใจและมั่นใจแนวทางของรัฐบาลในเรื่อง" น.ส.ศันศนีย์ กล่าว



