ข่าว

3เงื่อนไข...รูดปื๊ด'เครดิตชาวนา'

3เงื่อนไข...รูดปื๊ด'เครดิตชาวนา'

29 ส.ค. 2555

3เงื่อนไข...รูดปื๊ด'เครดิตชาวนา' : ทีมข่าวรายงานพิเศษรายงาน

                "รูดปื๊ด รูดปื๊ดๆๆ..." วลียอดฮิต...แซวคนชอบใช้บัตรพลาสติก หรือ “เครดิตการ์ด” แทนเงินสดไปรูดซื้อสินค้าหรือบริการ จนทำให้บางรายกลายเป็นหนี้ท่วมตัว!!
 
                หลายคนอาจสงสัยใคร่รู้ว่า ใครเป็นคนช่างคิดทำบัตรเครดิตขึ้นมาแทนเงินสด!!
 
                คงต้องนับย้อนกลับไปเมื่อ 100 ปีก่อน...ในปี 2457 “เครดิตการ์ด” หรือบัตรเครดิต ถือกำเนิดจากนักธุรกิจฝรั่งชื่อแฟรงค์ แมคนามารา ออกไปกินข้าวเย็นในภัตตาคารหรูกลางกรุงนิวยอร์ก หลังจากอิ่มหนำสำราญ เขาเรียกบริกรมาคิดเงิน สักพักก็หน้าซีดเพราะลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ที่ไหนไม่รู้ ทำได้ทางเดียวคือขอให้ภรรยารีบนั่งรถไปเอาเงินมาจ่ายแทน หลังเหตุการณ์หน้าแตกวันนั้น เขานั่งคิดนอนคิดหาวิธีปรึกษาเพื่อนๆ ว่า ทำยังไงถึงไม่ต้องพกเงินสดเป็นฟ่อนๆ ติดตัวให้น่ารำคาญ
 
                ผ่านไป 1 ปี แฟรงค์กับหุ้นส่วน ริเริ่มสร้างบัตรเครดิตใบแรกขึ้นมาในโลก คือ “บัตรไดเนอร์สคลับ" ช่วงแรกเฉพาะพวกเศรษฐีคนมีเงินเท่านั้น ที่สถาบันการเงินจะอนุมัติบัตรเครดิตให้ แต่ปัจจุบันบัตรเครดิตขยายตัวสู่คนทุกชนชั้น สามารถรูดได้เกือบทุกหนทุกแห่งในโลก คนทำงานทั่วไปพกติดตัวอย่างน้อย 1-2 ใบ จนกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดา

                ล่าสุด “ชาวนาไทย” มีโอกาสสัมผัสบัตรเครดิตเป็นครั้งแรกในชีวิต จาก "โครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร" ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยหวังว่าบัตรพลาสติกนี้จะช่วยให้เกษตรกรนำไปซื้อปัจจัยการผลิตได้ง่ายขึ้น วงเงินขึ้นอยู่กับผลผลิต และความจำเป็นของชาวนาแต่ละราย แต่ให้ไม่เกินคนละ 5 หมื่นบาท ไม่คิดดอกเบี้ย 5 เดือนแรกของรอบการปลูกข้าวจนได้ผลผลิต ถ้าหลังจากนั้นคิดดอกเบี้ยอัตราลูกหนี้ชั้นดีร้อยละ 7 ต่อปี ต่างจากบัตรเครดิตทั่วไป ที่อาจต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 20 ต่อปี แม้ชื่อว่าบัตรสินเชื่อเกษตรกร แต่ผู้ที่มีสิทธิได้รูดปื๊ดมีเงื่อนไข 3 ประการคือ 1.เป็นชาวนาเท่านั้น 2.ไม่มีหนี้สินติดค้างกับ ธ.ก.ส. และ 3.เข้าสู่โครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล
 
                ทั้งนี้ "เครดิตการ์ดชาวนา" แตกต่างจากบัตรทั่วไปตรงที่ไม่สามารถเลือกซื้อสินค้าได้ทุกอย่างตามใจต้องการ ซื้อได้เฉพาะสินค้า 4 อย่างเท่านั้น ได้แก่ เมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง และ น้ำมัน  ธ.ก.ส.มอบบัตรเครดิตไปแล้ว 8 แสนใบ ก่อนสิ้นปี 2555 นี้จะแจกเพิ่มอีก 2 ล้านใบ มีร้านค้าเครือข่ายติดตั้งเครื่องรูดบัตร "อีดีซี" (Electric Data Capture : EDC) แล้ว 3,000 แห่งทั่วประเทศ
 
                ปัญหาที่เป็นห่วงขณะนี้ คือชาวนาบางกลุ่มแอบไปร่วมมือกับเถ้าแก่ร้านค้าขอเบิกเงินสด แล้วให้รูดปื๊ดอ้างว่าซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง หรือทำหัวใสเอาสินค้าที่ซื้อมาไปขายต่อราคาถูกแลกเงินสด ถ้าใครถูกจับได้จะถูกขึ้นบัญชีดำทันทีพร้อมแจ้งดำเนินคดีอาญา
 
                หลังจากบัตรเครดิตชาวนาถูกแจกจ่ายออกไป ชาวนาที่มีโอกาสใช้บัตรเครดิตให้สัมภาษณ์นักข่าวคล้ายๆ กันว่า “สะดวก” “มีเงินหมุนเวียน” “ไม่ต้องรอทำเอกสารวุ่นวาย” ฯลฯ แต่บางคนกังวลว่าจะก่อหนี้สินเพิ่มแบบไม่รู้ตัว!!
 
                "ดิลก พวงภู่" เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติอาชีพทำนา ปี 2551 แสดงความเห็นอีกมุมหนึ่งว่า สินค้า 4 ประเภทที่อนุญาตให้ซื้อนั้น อาจไม่ตรงตามความต้องการ เช่น พันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ชาวนาแต่ละท้องที่ใช้ไม่เหมือนกัน ร้านค้าขายสินค้าที่ไม่อยากซื้อ นอกจากนี้ถ้าไร่นาปีนั้นไม่ได้ผลิตผลตามคาดหวังไว้ ชาวนาจะมีหนี้สินจากบัตรเครดิตเพิ่ม ส่วนตัวแล้วคัดค้านรัฐบาลทุกยุคสมัยที่มีนโยบายช่วยเหลือแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ และโครงการจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
  
                “วิธีดีที่สุด คือส่งคนไปศึกษาว่าชาวนาแต่ละชุมชนมีปัญหาลึกๆ อะไร เช่น บางพื้นที่น้ำแล้ง บางหมู่บ้านน้ำท่วม บางแห่งโรงสีโกง ฯลฯ แล้วค่อยๆ คิดหาวิธีแก้ในแต่ละส่วน ควรเป็นเพื่อนให้คำปรึกษาระยะยาว เป็นคู่คิดซึ่งกันและกัน เมื่อรู้ปัญหาแท้จริงของชาวนาแต่ละคนแล้ว มาร่วมมือร่วมใจแก้ไขให้ตรงจุด ในอนาคตทุกคนจะพึ่งตัวเองได้อย่างแท้จริง ไม่ก่อหนี้สินเพิ่มพูนสะสมไปเรื่อยๆ" เกษตรกรดีเด่น แนะนำจากประสบการณ์จริง


บัตรเครดิตชาวนามี 6 ระดับ 

1.ปลูกข้าวน้อยกว่า 10 ไร่ อนุมัติ 5,000 บาท 
2. 10-20 ไร่ อนุมัติ 1 หมื่นบาท
3.  30-40 ไร่ อนุมัติ 3 หมื่นบาท
4.  40-50 ไร่ อนุมัติ 4 หมื่นบาท
5.  50 ไร่ อนุมัติ 5 หมื่นบาท

...........

(หมายเหตุ : 3เงื่อนไข...รูดปื๊ด'เครดิตชาวนา'  : ทีมข่าวรายงานพิเศษรายงาน)