
จับ'ขี้ยา'หลอนฆ่าพ่อค้า..นึกว่าตำรวจ
จับ'ขี้ยา'หลอนฆ่าพ่อค้า..นึกว่าตำรวจ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ
พิษภัยของยาเสพติดนอกจากบ่อนทำลายชีวิตผู้ค้าและผู้เสพแล้ว บางครั้งยังคร่าชีวิตผู้คนบริสุทธิ์ไปอีกจำนวนไม่น้อย ล่าสุดเกิดขึ้นกับเสาหลักของครอบครัว "ต๊ะเอ้ย" นายแก้วมูล ต๊ะเอ้ย พ่อค้าขายน้ำมะพร้าวอ่อนวัย 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ 1 บ้านกล้วยหลวง อ.เมือง จ.ลำปาง ถูกพบเป็นศพในป่าละเมาะข้างทาง ถนนบายพาสเลี่ยงเมือง หน้าหมู่บ้านโทกหัวช้าง หมู่ 3 ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
นายแก้วมูล ถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าบริเวณขมับขวา 1 นัด คอหอย 1 นัด และหน้าท้อง 1 นัด ใกล้เคียงกันพบอุปกรณ์จำหน่ายน้ำมะพร้าวหลายรายการ อีกทั้งตรงจุดที่เกิดเหตุพบรอยหยดเลือดและรอยล้อรถยนต์เป็นทางยาวมาถึงจุดที่พบศพ!!
กว่า 1 เดือนชุดสืบสวนใช้เวลาติดตามแกะรอยคนร้ายรายนี้ กระทั่งพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่นำไปสู่การจับกุม นายอุดมสิทธิ์ หรือบอย อินต๊ะเมา อายุ 26 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.ศาลา อ.เกาะคา จ.ลำปาง หนุ่มขี้ยาที่ชอบลักเล็กขโมยน้อย ได้ทิ้งหลักฐาน "รอยนิ้วมือ" ไว้บนถังแก๊สปิคนิค ที่เพิ่งขโมยมาก่อนที่จะมาลงมือก่อเหตุสยองกับ นายแก้วมูล เพียงเพราะเสพยามาจนประสาทหลอนคิดว่าเป็น "ตำรวจ" !?!
หลังจาก พล.ต.ต.พรชัย พักตร์ผ่องศรี ผบก.ภ.จว.ลำปาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฐนกร คุ้มวงศ์ ผกก.สภ.เมืองลำปาง พ.ต.ท.มนัสชัย อินทร์เถื่อน สว.สส. พร้อมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลทราบว่า ทุกวันนายแก้วมูล พร้อมภรรยานำน้ำมะพร้าวบรรทุกบนรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน บบ 4469 ลำปาง มาจอดจำหน่ายบริเวณข้างถนนจุดเกิดเหตุ แต่วันเกิดเหตุนายแก้วมูลเดินทางมาจำหน่ายน้ำมะพร้าวเพียงลำพัง
"ในละแวกที่เกิดเหตุพบถังแก๊สและกระเป๋าเสื้อผ้าตกอยู่ ชุดสืบสวนตัดสินใจเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบภายใน พบเสื้อผ้าและพระเครื่องหลายองค์ จึงตั้งข้อสังเกตว่า เป็นของผู้เสียชีวิตหรือไม่ ปรากฏว่าญาติของผู้เสียชีวิตมาตรวจสอบยืนยันว่าสิ่งของที่พบไม่ใช่ของผู้เสียชีวิต จึงสันนิษฐานว่าอาจเป็นของคนร้าย จึงมอบหมายให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ตรวจหารอยนิ้วมือแฝง" พ.ต.อ.ฐนกร กล่าว
ระหว่างที่รอผลการตรวจรอยนิ้วมือแฝงจากหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวนลงพื้นที่ในละแวกที่เกิดเหตุเพื่อหาข้อมูลจากพยานแวดล้อม จนกระทั่งทราบจากนายประจักษ์ อายุ 45 ปี ซึ่งพักอยู่ห่างจากจุดที่พบศพประมาณ 500 เมตร ให้ข้อมูลว่า ช่วงประมาณวันที่ 13 กรกฎาคม ทรัพย์สินภายในบ้านถูกรื้อค้นแล้วสูญหายหลายรายการ เมื่อชุดสืบสวนนำรูปถ่ายกระเป๋ารวมถึงเสื้อผ้า พระเครื่องและถังแก๊ส ให้ตรวจสอบ ได้รับการยืนยันว่า สิ่งของที่พบในที่เกิดเหตุเป็นของนายประจักษ์ที่ถูกคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์
ภายหลังได้ข้อมูล ผลการตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงพบว่า ตรงกับนายอุดมสิทธิ์ เคยมีประวัติอาชญากรในความผิดเกี่ยวกับคดีบุกรุกและคดีกระทำอนาจาร !!
ชุดสืบสวนลงพื้นที่บ้านพักอาศัยของนายอุดมสิทธิ์ พยานในละแวกบ้านให้ข้อมูลว่า ช่วงประมาณกลางเดือนกรกฎาคม พบเห็นนายอุดมสิทธิ์ ขับรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีดำ ติดป้ายทะเบียนหมวดจังหวัดเชียงใหม่
"ชุดสืบสวนตรวจสอบป้ายทะเบียนหมวดจังหวัดเชียงใหม่ พบว่าเจ้าของรถยนต์ได้แจ้งความต่อตำรวจเมืองเชียงใหม่ว่าถูกคนร้ายงัดแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ติดไว้ ทำให้มั่นใจว่านายอุดมศักดิ์เกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์และคดีฆาตกรรม จึงเร่งติดตามหาจนพบตัวนายอุดมศักดิ์ ตอนแรกให้การว่าไม่มีส่วนรู้เห็น แต่เมื่อนำตัวค้นห้องพักพบหลักฐานหลายอย่างรวมถึงอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน สุดท้ายยอมรับเป็นผู้ก่อเหตุทั้งสองคดี แต่อ้างว่าทำไปเพราะความมึนเมายาเสพติด" พ.ต.อ.ฐนกร กล่าว
ด้าน นายอุดมสิทธิ์ สารภาพว่า ได้ปีนเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งซึ่งประตูปิดอยู่ แล้วนั่งเสพยาบ้าและลักทรัพย์ จากนั้นขนทรัพย์สินต่างๆ รวมทั้งถังแก๊สปิคนิค มาซ่อนไว้ในป่าละเมาะริมถนน แล้วย้อนกลับไปเอารถจักรยานยนต์ที่จอดซ่อนไว้ แต่มาเจอพ่อค้าขายน้ำมะพร้าวกำลังนั่งมองหน้าอยู่ และเมื่อขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาใกล้ๆ เห็นพ่อค้าน้ำมะพร้าวลุกขึ้นยืน ด้วยความตกใจกลัวและประสาทหลอน เข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้อาวุธ ปืนลูกโม่ .38 ยิงใส่พ่อค้าน้ำมะพร้าว 3 นัด แล้วขับรถกระบะของผู้ตายเข้าไปในป่า รีบขนสิ่งของที่อยู่บนรถทิ้ง รวมทั้งศพ ทิ้งไว้ในป่า จากนั้นยกรถจักรยานยนต์ของตัวเองขึ้นใส่ท้ายรถยนต์ แล้วขับรถไปยัง จ.ลำพูน ซื้อสีสเปรย์สีดำมาพ่นทับรถสีเดิม แล้วเอารถคันดังกล่าวไปขายให้เพื่อนรู้จักกันในบ่อนไพ่ ในราคา 4 หมื่นบาท และนำเงินไปเที่ยวเตร่ เล่นการพนัน ซื้อยาบ้าเสพจนเงินหมด!!
.........
(หมายเหตุ : จับ'ขี้ยา'หลอนฆ่าพ่อค้า..นึกว่าตำรวจ : ตะลุยข่าว โดยโต๊ะรายงานพิเศษ)



