ข่าว

ซ้ำซาก!น้ำป่าทะลักชาวบ้านปลงท่วมอีก

ซ้ำซาก!น้ำป่าทะลักชาวบ้านปลงท่วมอีก

29 ส.ค. 2555

น้ำป่าเขาบรรทัด ทะลักท่วมบ้านเรือนชาว ต.บางด้วน ขณะที่ สุโขทัย สตูล อุตรดิตถ์ เจอฝนตกหนัก แม่กวงยังไม่วิกฤติ ปภ.ระนอง เผยสะพานขาดหลายจุด ด้านผอ.เขื่อนสิริกิติ์ ระบุน้ำในอ่างน้อย นครราชสีมา พิจิตร เจอภัยแล้ง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 55  จากการที่เกิดฝนตกหนักติดต่อกันในพื้นที่ จ.ตรัง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัด ไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งอยู่ติดริมคลองปะเหลียน โดยระดับน้ำสูงกว่า 1.30 เมตร ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบแล้ว 5 หลังคาเรือน และนอกจากนี้ยังมีสวนมังคุด สวนยางและพื้นที่การเกษตรอื่นๆ ที่จมอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก

          ด้านนางประถม ทองแดง อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30/2 หมู่ที่ 1 ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน จ.ตรัง 1 ในผู้ประสบภัย กล่าวว่า น้ำป่าได้ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนเมื่อช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา แต่โชคดีที่ได้มีการเตรียมตัวเก็บสิ่งของเครื่องใช้บางส่วนอพยพไปไว้ในที่สูงล่วงหน้าแล้ว เนื่องจากทราบดีว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ราบลุ่มอยู่ติดริมคลองปะเหลียน มักจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี บางส่วนที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ก็ต้องปล่อยให้จมน้ำได้รับความเสียหาย ทั้งนี้คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม ระดับน้ำก็คงจะลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ภายใน 2-3 วันนี้ ส่วนระยะนี้ก็ได้อพยพไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่ง เพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากระดับน้ำยังคงสูงอยู่และเชี่ยวมาก

          ส่วนสถานการณ์ระดับน้ำในคลองปะเหลียนนั้น น้ำได้เอ่อล้นตลิ่งอีกฝั่งทะลักเข้าท่วมบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ราบลุ่ม ไม่มีบ้านเรือนราษฎรอยู่อาศัย ซึ่งขณะนี้ทางอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ แม้ว่าระดับน้ำในบางจุดจะลดลงแล้วก็ตาม ทั้งนี้คาดว่า หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่ม ระดับน้ำก็คงจะลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

สุโขทัย - น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 หมู่บ้าน

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เกิดเหตุน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 หมู่บ้านใน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย จากปริมาณฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานานถึง 4 ชั่วโมง ตลอดคืนที่ผ่านมา ทำให้อ่างเก็บน้ำห้วยแม่เทินในพื้นที่ ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เก็บกักปริมาณน้ำไว้ไม่ไหวจนไหลเอ่อล้นประกอบกับมีปริมาณน้ำป่าจากแนวเทือกเขาในพื้นที่ในปริมาณมากได้ไหลบ่าสมทบเข้าท่วมพื้นที่ บ้านแม่เทินเหนือ หมู่ที่ 8 , บ้านแม่เทินใต้ หมู่ที่ 2 และบ้านแม่ฮู้ หมู่ที่ 5 ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โดยปริมาณน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร ซึ่งจากการสำรวจเบื้องต้นบ้านเรือนราษฏรได้รับความเสียหาย 200 หลังคาเรือน มีพื้นที่การเกษตรทั้งไร่นา , สวนส้ม , ไร่ข้าวโพดและไร่ลองกองได้รับผลกระทบรวม 1,000 ไร่ โดยระดับน้ำที่ท่วมสูง 1.50 เมตร 

          ขณะเดียวกัน นายจักริน เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจดูสภาพน้ำป่าที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ดังกล่าวแล้วพร้อมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจความเสียหายโดยละเอียด เพื่อทำการให้ความช่วยเหลือราษฎร

          นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้นำสิ่งของยังชีพ พร้อมน้ำดื่ม เดินทางไปมอบให้ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดระดับน้ำที่ท่วมขังได้ลดลงเหลือ 50 เซนติเมตร แต่ในพื้นที่ยังคงมีปริมาณฝนตกอย่างต่อเนื่อง จึงเตือนให้ประชาชนระมัดระวังเก็บสิ่งของไว้ในที่สูงพร้อมทั้งเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

 

สตูล - ฝนตกหนักน้ำในลำคลองเอ่อล้นท่วมถนน บ้านเรือนเสียหาย

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ได้เกิดฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 วัน ทำให้น้ำในคลองดุสน ต.ควนโดน อ.ควนโดน จ.สตูลมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อล้นบริเวณที่รายลุ่มริมฝั่งคอลงทั้ง2ด้านในพื้นที่ ต.ควนโดน ต.ย่านซื่อ อ.ควนโดน ทำให้เรือกสวนนาและบ้านเรือนที่อยู่ริมตลิ่งในหมู่บ้านเกิดน้ำท่วม นอกจากนี้น้ำในลำคลองดังกล่าวได้ไหลลงมาในลำคลองฉลุง ทำให้น้ำในลำคลองมีปริมาณน้ำสูงขึ้นและเอ่อล้นท่วมในพื้นที่ หมู่ 1 , 2 , 3 , 4 และ 5 ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล 

          นอกจากนี้น้ำได้เข้าท่วมในพื้นที่ หมู่ 5 ต.บ้านควน อ.เมืองสตูล ทำให้บ้านเรือนถูกน้ำท่วม จำนวนมาก โดยน้ำได้เอ่อล้นจากลำคลองบำบังเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ หมู่ 5 ต.บ้าน จำนวนประมาณ 40-50 หลังคาเรือน โดยน้ำได้ทะลักเข้าท่วมเมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งทาง อบต.บ้านควน ได้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมเรือบรรเทาสาธารณภัยไว้จำนวน 4 ลำ เพื่อให้การช่วยเหลือและแจ้งเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่ราบลุ่มริมตลิ่งระมัดระวังและเตรียมขนของขึ้นอยู่ที่สูงหากมีน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้น

 

อุตรดิตถ์ - น้ำท่วมลับแลรอบ 3 ชาวบ้านโอดซ้ำซาก 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านหมู่ 3 และ หมู่ 6 ต.ไผ่ล้อม อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ต้องเร่งเก็บข้าวของ ทรัพย์สินมีค่า นำรถยนต์ เครื่องยนต์ทางการเกษตร จอดไว้ที่สูง พ้นระดับน้ำ หลังผู้นำหมู่บ้านประกาศเตือนทางหอกระจายข่าวว่าน้ำป่าจากภูเขาสูง ต.แม่พูล อ.ลับแล มีลักษณะสีแดงขุ่น เพิ่มระดับและไหลลงคลองแม่พร่อง จะเอ่อล้นทะลักท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากตอนเหนือของอำเภอลับแล และ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ 

          นางยม พุฒโบราณ อายุ 80 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ต.ไผ่ล้อม ซึ่งนั่งมองดูระดับน้ำที่กำลังไหลเข้าท่วมบ้านของตน ระบุว่า เหนื่อยกับการเก็บข้าวของ ทรัพย์สินไว้ที่สูง เป็นรอบที่ 3 แล้วหลังฝนตก ต.ไผ่ล้อม เป็นพื้นที่รอบน้ำจากตอนเหนือ ทุกปีจะท่วมไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง อยากจะย้ายบ้านหนีก็ไม่มีหนทางไป ต้องทำใจ ขณะที่การแก้ไขปัญหาของราชการคงหมดหนทาง ฝากไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้ชาวลับแลด้วย 

          นายโยธินศร์ สมุทรคีรีจ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมา จ.อุตรดิตถ์ ติดตามและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยอันเกิดจากน้ำป่าและฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเวลา 04.00 น.วันที่ 29 สิงหาคม พบว่ามีปริมาณฝนตกมากกว่า 100 มิลลิเมตร ที่ ดอยแม่ระนาว ต.แม่พูล อ.ลับแล ซึ่งเป็นจุดที่เคยเกิดดินโคลนถล่มเมื่อปี 2549 และพบว่าระดับน้ำไหลจากภูเขาอย่างรดเร็ว และเพิ่มระดับความสูง ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านกว่า 10 หลังคา ที่ หมู่ 1 หมู่ 3 หมู่ 5 และ หมู่ 11 ต.แม่พูล 

          "สั่งการให้อพยพประชาชนออกจากพื้นที่ มายังจุดศูนย์อพยพที่จัดเตรียมไว้ ด้วยเป็นน้ำป่าจึงไหลหลากและลดระดับลง แต่ปริมาณน้ำจะไหลมายัง หมู่ 3 และ หมู่ 6 ต.ไผ่ล้อม ซึ่งเป็นพื้นที่รับรอง จึงได้สั่งการ และ ประสาน อบจ.อุตรดิตถ์ นำเครื่องจักรเปิดทางน้ำ และระดมกำลังพลจังหวัดทหารบกอุตรดิตถ์ นำกระสอบทราย 5,000 ใบ สร้างแกนกั้นน้ำตลอดคลองเรือ ที่รองน้ำจากคลองแม่พร่อง สูงกว่า 2 เมตร ระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้น้ำท่วมบ้านเรือน ที่นาของชาวบ้าน"

          นายโยธินศร์ กล่าวว่า นาข้าวของเกษตรกร ต.ไผ่ล้อม ต.ทุ่งยั้ง อายุกว่า 1 เดือนมีหลายหมื่นไร่ หากจมใต้น้ำ นานกว่า 3 วันจะเน่าเสียหาย จึงใช้กระสอบทราบทำแนวกั้นตามจุดที่ราบต่ำ ที่น้ำจะเอ่อล้น ส่วนการแก้ไขปัญหาระยายาวนั้น ต้องเปิดทางน้ำลงบึงมาย ยังติดปัญหาการบุกรุกของชาวบ้านเข้าไปทำกิน ที่ไม่ยอมเสียสละ ทำให้น้ำท่วมซ้ำซากเช่นนี้

 

ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ ห่วงปลายฝนน้ำน้อยหวั่นเกิดภัยแล้ง

 

          นายธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เมื่อวันที่  28 สิงหาคมมีปริมาตรน้ำ 5,151.57 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็น 54.17% ความจุของอ่าง มีช่องว่างสามารถรับน้ำได้อีก 5,358.43 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 45.83% ถือว่ามีปริมาณน้ำในอ่างค่อนข้างน้อย ซึ่งระดับน้ำปัจจุบันต่ำกว่าวันเดียวกันเมื่อปีที่แล้วประมาณ 17 เมตร และในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างประมาณ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร 

          ทั้งนี้ปริมาณน้ำที่จะเป็นต้นทุนสำหรับใช้ในปีต่อไปถือว่าค่อนข้างน้อย หากในช่วงปลายฤดูฝนนี้มีปริมาณน้ำฝนที่เข้ามาน้อย ก็อาจจะทำให้ปีหน้ามีโอกาสเกิดภาวะภัยแล้งได้ อย่างไรก็ตาม การปล่อยระบายน้ำในสัปดาห์นั้นจะปล่อยประมาณวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นไปตามต้องการของกรมชลประทาน และคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำและคณะอนุกรรมการติดตาม วิเคราะห์ สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำที่มีการพิจารณาร่วมกันทุกสัปดาห์

 

ปภ.ระนอง สรุปเสียหายน้ำท่วมถนนพัง คอสะพานขาด

 

          นายเชาวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง สรุปสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดระนองพบว่าจากสภาวะฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดระนองตั้งแต่วันที่ 23-29 ส.ค. 2555 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนหน้าศูนย์เฝ้าฟังวิทยุฯ และถนนหน้าโรงแรมเฮอริเทจ น้ำท่วมสูงประมาณ 50 ซม.ระยะยาวประมาณ 100 ม.มี 2 จุด เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน ขณะนี้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว โดยเทศบาลเมืองระนองได้ขุดลอกคูคลองป้องกันน้ำท่วม 2 จุดนี้ไว้ก่อนฤดูฝนแล้ว,ตำบลหงาว อ.เมืองระนอง น้ำได้กัดเซาะคอสะพานหงาว เส้นทางถนนแยกหงาว-ตลาดเทศบาลหงาว ทำให้สะพานชำรุด ในเบื้องต้นเทศบาลตำบลหงาวได้ดำเนินการสำรวจความเสียหายแล้ว และได้ปิดกั้นการจราจรชั่วคราว,ตำบลราชกรูด อ.เมืองระนอง น้ำได้กัดเซาะถนนเส้นทางเข้าน้ำตกโตนทอง ถนนชำรุดเสียหายประมาณ 50 ม.รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ,ตำบลกำพวน น้ำได้กัดเซาะคลองกำพวนทำให้เส้นทางหน้าโรงเรียนสุขสำราญประชาสรรค์ชำรุดเสียหาย ในเบื้องต้นรถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ อบต.กำพวนได้ดำเนินการปิดการจราจรชั่วคราว

          นายเชาวลิตกล่าวต่อว่าเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงในทะเล อันอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยจึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการดังนี้

          ติดตามสถานการณ์และข่าวการพยากรณ์อากาศโดยใกล้ชิดและแจ้งเตือน ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ในพื้นที่ให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบ และพร้อมเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ในทันที โดยให้ประชาชนเตรียมความพร้อมในการเผชิญเหตุการณ์ เฝ้าระวังเด็กตกน้ำ สำรองปัจจัยสี่ รวมทั้งติดตามข่าวสารการแจ้งเตือนของทางราชการอย่างต่อเนื่อง โดยเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นในระยะ 1-3 วันนี้ (29-31 ส.ค. 2555) และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดช่วงต้นเดือดกันยายนนี้ 

          ให้ จนท.เฝ้าระวังเขตพื้นที่เฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นกรณีพิเศษได้แก่บ้านล่าง บ้านเขาหยวก บ้านห้วยน้ำใส ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง และกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.ในช่วงระยะวันแจ้งเตือนดังกล่าว สำหรับอำเภอให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม และขอให้เตรียมความพร้อมทรัพยากรด้านต่างๆ เพื่อเป็นการรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นสามารถประสานการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ และแผนเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย รวมทั้งการปรับปรุงเส้นทางอพยพ พื้นที่รองรับการอพยพ การจัดวางระบบที่เกี่ยวข้อง เช่นการสื่อสาร การรายงานได้ทันที และให้เร่งกำจัดวัชพืช และสิ่งกีดขวางทางน้ำ และหากเกิดสถานการณ์ขึ้นให้รายงานอำเภอ และจังหวัดทราบทันที

 

ชลประทานลำพูน คาดปริมาณน้ำแม่กวงยังไม่วิกฤติ

 

          นายสกล หาญพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพื้นที่จังหวัดลำพูน เปิดเผยว่า โดยทั่วไปภัยน้ำท่วมมักจะเกิดขึ้นในช่วงกลางฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายนของแต่ละปี เป็นเพราะอิทธิพลที่สำคัญคือพายุหมุนเขตร้อน และร่องความกดอากาศต่ำที่พาดผ่านทางตอนบนของประเทศ ทำให้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลานานหลายๆ วัน ในพื้นที่ลาดเชิงเขาอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันจากน้ำป่าไหลหลาก ส่วนในพื้นที่ราบลุ่ม ระดับน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มสูงจะล้นตลิ่งขึ้นท่วมบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ย่านธุรกิจการค้า สถานที่ราชการ เส้นทางคมนาคม และพื้นที่การเกษตร สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ชีวิตทรัพย์สิน และเศรษฐกิจครั้งละไม่น้อย ในช่วงเวลาดังกล่าว ประชาชนที่อยู่ ตามพื้นที่เสี่ยงภัยจึงควรเฝ้าติดตามข่าว สารการพยากรณ์อากาศ และสถานการณ์ ระดับน้ำโดยใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อม สำหรับป้องกันภัยล่วงหน้า

          สำหรับสถานการณ์น้ำแม่กวง ณ วันนี้ (29 ส.ค.) ภายหลังเกิดฝนตกหนักในช่วงฤดูฝนและเทมบิงในหลายอำเภอ ปริมาณน้ำแม่กวงสูงขึ้นเล็กน้อยแต่อยู่ในสภาวะปกติ หลังจากเกิดฝนตกหนักช่วงหลายวันก่อน น้ำแม่กวง เป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำปิงมีพื้นที่รับน้ำฝน 2,699 ตารางกิโลเมตร มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาใน อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีความยาวลำน้ำประมาณ 114 กิโลเมตร และไหลลงสู่แม่น้ำปิงที่บ้านสบทา อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน 

          ทั้งนี้ การเตือนภัยน้ำท่วมเมืองลำพูน ใช้ข้อมูลจาก สถานีวัดระดับน้ำ แม่กวง P.81 บ้านโป่ง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ทางเหนือเมืองลำพูน ประมาณ 18 กิโลเมตร ตามลำน้ำ กับสถานีวัดระดับน้ำ P.5 สะพานท่านาง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน กำหนดการเตือนภัย โดยนำข้อมูลระดับน้ำจากสถานีวัดระดับน้ำ P.81 กับ สถานีวัดระดับน้ำ P.5 มาหาความสัมพันธ์ของระดับน้ำในช่วงน้ำ สูงสุดจากข้อมูลที่เคยปรากฎในอดีต มาประกอบในการวิเคราะห์ ซึ่งพอ สรุปเป็นแนวทาง ดังต่อไปนี้ เมื่อระดับน้ำ ที่สถานีวัดระดับน้ำ P.81 บ้านโป่ง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ มีระดับสูงเกินกว่า 5.80 เมตรในอีก 7 ชั่วโมงถัดมาระดับน้ำที่สถานีวัดระดับน้ำ P.5 ก็จะสูงถึงระดับ 5.00 เมตรเช่นกัน ซึ่งเป็นระดับที่น้ำเต็มตลิ่ง และเริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่ม ดังนั้นสถานการณ์น้ำแม่กวงวันนี้จึงไม่น่าห่วงแต่อย่างใด

 

นครราชสีมา - ทำฝนหลวงต่อเนื่องจนกว่าจะถึงฤดูหนาว

 

          จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในห้วงที่ผ่านมาส่งผลให้พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 4 จังหวัด ซึ่งอยู่ความดูแลของศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา ประกอบด้วย นครราชสีมา , ชัยภูมิ , บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีพื้นที่ที่ประสบภัยแล้งขยายเป็นบริเวณกว้าง โดยล่าสุดขณะนี้ได้มีการประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) แล้ว 22 อำเภอ ใน 2 จังหวัด คือ สุรินทร์ 12 อำเภอ , บุรีรัมย์ 10 อำเภอ มีพื้นที่การเกษตรเสียหายแล้วกว่า 9 แสนไร่ ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวนอกเขตชลประทานที่ขาดน้ำยืนต้นตาย  ส่วนที่จังหวัดนครราชสีมา ถึงแม้ขณะนี้จะยังไม่มีการประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง แต่มี 6 อำเภอที่มีการสำรวจข้อมูลพื้นที่การเกษตรเสียหายที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งส่งรายงานมายังทางจังหวัดเพื่อขอให้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว ประกอบด้วย อ.โชคชัย , อ.บ้านเหลื่อม , อ.สีดา , อ.เสิงสาง , อ.หนองบุญมาก และอำเภอแก้งสนามนาง รวมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากกว่า 2 แสนไร่ 

          อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงจังหวัดต่างๆในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เริ่มมีฝนตกลงมาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง แต่ในส่วนของศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมา ก็ยังคงส่งเครื่องบินออกโปรยสารเคมีทำฝนเทียมเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณฝนที่ยังมีปริมาณไม่มากนัก เพื่อลดความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวที่กำลังต้องการเจริญเติบโต และเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆที่เริ่มลดต่ำลง

          นายประสพ พรมมา หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมา ระบุว่าได้ส่งเครื่องบินขึ้นทำฝนเทียมในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ วันละ 6 เที่ยว ขณะนี้ได้ผลเต็มที่และทำให้มีฝนตกกระจายในทุกพื้นที่ในปริมาณที่น่าพอใจ ซึ่งทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงนครราชสีมา จะยังคงส่งเครื่องบินขึ้นทำฝนเทียมอย่างต่อเนื่องไปจนกว่าฤดูหนาวจะมาถึง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ให้มากขึ้นต่อไป 

 

พิจิตร - ฝนทิ้งช่วงชาวบ้านแห่รับจ้างขุดแร่ทองคำ 

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเขาพนมพาแหล่งแร่ทองคำ บริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง คับคั่งไปด้วยนักแสวงโชคที่ว่างจากการทำการเกษตรและกลุ่มผู้รับจ้าง ต้องนำรถทำการเกษตร เปิดหน้าดินดาน รับจ้างออกขุดแร่ทองคำในเขาพนมพา เพื่อหารายได้ จากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ ทำให้ไม่มีน้ำทำการเกษตร ถึงแม้จะเข้าฤดูฝนแล้วก็ตาม 

          นางจุทามาศ คงแก้ว ชาวบ้านเขาเจ็ดลูก อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร กล่าวว่า ที่ต้องออกมารับจ้าง ทุบย่อยดินดานหาแร่ทองคำ เพื่อนำรายได้มาจุนเจือครอบครัว หลังจากที่ทำนาข้าวไว้กว่า 30 ไร่ และต้องเสียหายจากผลกระทบฝนทิ้งช่วงทำให้นาข้าวไม่เจริญเติบโต เนื่องจากขาดน้ำฝน 

          ทั้งนี้ การออกมารับจ้างย่อยดินดานที่เป็นที่อยู่ของแร่ทองคำ เป็นอาชีพเสริมจากการทำการเกษตร โดยได้ค่าจ้างกระสอบละ 3 บาท วันหนึ่งสามารถทำได้จำนวน 100 กระสอบ ก็พอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในครอบครัวได้ จากที่ต้องออกมารับจ้าง เนื่องจากพื้นที่ทำการเกษตรไม่มีน้ำทำนาได้ จึงต้องออกมารับจ้างเพื่อหารายได้เข้าครอบครัว 

          นางจุทามาศ กล่าวต่อว่า จากที่ฝนทิ้งช่วง ซึ่งชาวบ้านที่ทำการขุดแร่ทองคำ จึงต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายทำทองเพิ่มอีก 1 เท่าตัว ซึ่งฝนที่ทิ้งช่วง ต้องนำหินดินดานใส่รถบรรทุก ลงไปทำแหล่งน้ำข้างล่าง จึงต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากแหล่งน้ำทำทองบนเขา ได้แห้งขอดลง จนไม่เพียงพอต่อการล่อน และย่อยหิน ของแร่ทองคำ

          สำหรับแร่ทองคำเขาพนมพา บริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร เป็นเนินเขาขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นเขาลูกโดดครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ เป็นเหมืองทองคำเปิดแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปทำกินในการหาแร่ทองคำ ซึ่งถือเป็นแหล่งแร่สำคัญของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพหาทอง ซึ่งในช่วงที่สภาวะฝนทิ้งช่วง จะทำให้ชาวบ้านที่ไม่สามารถ ทำการเกษตรได้ เนื่องจากพื้นที่ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่สูง และอยู่นอกเขตชลประทาน จึงต้องรอน้ำฝนเพียงอย่างเดียว จะเต็มไปด้วยรถทำการเกษตรและแรงงานรับจ้าง เข้าขุดแร่ทองคำ เพื่อหารายได้เป็นจำนวนมากในช่วงนี้

 

 

----------

(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)

----------