ข่าว

ปูด!!โครงการน้ำ3.5แสนล.เมินบ.ยุโรป

ปูด!!โครงการน้ำ3.5แสนล.เมินบ.ยุโรป

29 ส.ค. 2555

บทเรียนน้ำท่วม 54 จวกรัฐล้มเหลว ตั้งคนไม่มีความรู้เป็นที่ปรึกษา ด้าน "สมิทธ" ปูด บ.แถบยุโรปร้องไม่ได้รับความสนใจดึงเข้าโครงการน้ำ 3.5 แสนล. อ้างไม่จ่ายคอมมิชชั่น ด้าน "ปลอดประสพ" เตรียมทดสอบระบบระบายน้ำ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 55  ในเวทีเสวนา "แฉน้ำท่วมปี 54 ถึงผลาญงบ 3.5 แสนล้าน : ผิดพลาดหรือตั้งใจ" จัดโดยสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) โดยมีนักวิชาการ ชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมรับฟังกว่า 200 คน

          นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม. ) กล่าวปาฐกถาเรื่อง "แฉ..ทำไมน้ำท่วมใหญ่..ถล่มเมือง" โดยใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ในการเปิดเผยข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการบริหารน้ำของรัฐบาลในช่วงปลายปี 2554 ตอนหนึ่งว่า จากที่ได้เข้าร่วมคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำใน ศปภ.ช่วงเดือน ต.ค. 54 พบว่า ปัญหาการบริหารจัดการน้ำผิดพลาดของรัฐ มาจากการตั้งคนที่ไม่มีความรู้เรื่องน้ำมาเป็นที่ปรึกษา แต่เป็นคนอวดรู้ และมีนักการเมืองจากบ้านเลขที่ 111 ที่เข้ามาสั่งปิดไม่ให้ผันน้ำไปทางพื้นที่บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา 

          ขณะที่ข้อมูลบางเรื่อง เช่น ประตูระบายน้ำที่ถูกปิด และในฝั่งตะวันตกที่พังถึง 20 บาน และเป็นต้นเหตุให้น้ำท่วมขังในฝั่งตะวันตก ตั้งแต่ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร ก็เป็นเรื่องที่กรมชลประทานไม่ได้รายงานให้กับคณะทำงานทราบ ถึงขั้นที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถึงกับถามว่ามีด้วยเหรอ เรื่องนี้ถือเป็นความละเลยจากรัฐจนทำให้เกิดความเสียหายขึ้นหรือไม่

 

แนะยึดแนวในหลวงบริหารน้ำ

 

          นายธีระชน กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นบทเรียนที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีกในปีนี้ เพื่อที่ว่ารัฐบาลจะได้ไม่สอบตกเหมือนปีที่ผ่านมา และจะได้ไม่ทำอะไรที่บ้าๆ บอๆ อย่างการนำเอาคนไม่มีประสบการณ์มาบริหารน้ำ เอาคนจบคณิตศาสตร์มาเป็นกูรูเรื่องน้ำ เช่น กรณีตลกหลวงของรัฐบาลที่เอาเรือ 100 ลำลอยในแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วบอกว่าช่วยผลักดันน้ำลงทะเล ในทางวิศวกรมันไม่ได้ช่วยดันน้ำ ทั้งนี้เสนอว่าให้รัฐบาลนำกระแสพระราชดำรัสของในหลวงที่เคยพระราชทานไว้เมื่อปี 2548 มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการน้ำให้ถูกทาง อย่าเอาคนที่ไม่รู้เรื่องน้ำมาด่าครูบาอาจารย์ที่เขารู้จริง 

          โดยเฉพาะขณะนี้เข้าสู่ฤดูน้ำท่วมแล้ว ถามว่ารัฐบาลได้มีการเตรียมความพร้อมในการตรวจสอบประตูระบายน้ำที่เคยเกิดปัญหาไว้ทั้งหมดหรือยัง รวมทั้งระบบปั๊มน้ำในเขตฝั่งตะวันออก ตะวันตก เพราะการที่จะทำให้น้ำระบายออกไปทะเล คงไม่ใช่แค่การขุดลอก คู คลองเพียงอย่างเดียว

 


วัดเมืองกรุงเก่าทำใจรอรับน้ำท่วมรอบสอง


           ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่าวัดบางปลาหมอ ม.6 ต.น้ำเต้า อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา มีสภาพทรุดโทรมอย่างมาก หลังจากเกิดวิกฤตน้ำท่วม ก็ไม่มีการซ่อมแซม รวมทั้งยังมีเศษวัสดุถูกทิ้งทั่วไปรอบบริเวณวัด โดยยังมองเห็นคราบความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม มีความสูงจากพื้นกว่า 3 เมตร

           พระมหาประเสริฐ จนทวิโร อายุ 55 ปี เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ เปิดเผยว่าเมื่อปีที่ผ่านมาวัดถูกน้ำท่วมอย่างหนัก เนื่องจากอยู่ริมแม่น้ำน้อย โดยท่วมนานกว่า 2 เดือน ทำให้สภาพของวัดได้รับความเสียหาย แต่ที่ไม่ยอมซ่อมแซม เนื่องจากทางวัดไม่มีกำลังคนที่จะมาช่วยเหลือ โดยมีพระภิกษุอยู่เพียง 3 รูปเท่านั้น ญาติโยมส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้สูงอายุ จึงไม่อยากที่จะไปขอความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันเงินช่วยเหลือที่ทางราชการให้มานั้นจำนวน 3 แสนบาท ก็ไม่ได้ใช้ เก็บเอาไว้ เนื่องจากเชื่อว่าน้ำจะต้องท่วมอีกอย่างแน่นอน จึงไม่มีกระจิตกระใจที่จะซ่อมแซม และทำให้วัดดูเหมือนขาดการดูแล แต่หากมีคนใจบุญจะมาช่วยกันพัฒนาก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้วัดมีสภาพที่ดีต่อไป

 

บางบัวทองโละขายบ้านถูกอื้อ

 

          ด้าน ดร.ปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาชาวบ้านทีได้รับผลกระทบในหลายพื้นที่ ทั้งแถบดอนเมือง กทม. บางบัวทอง จ.นนทบุรี ยังคงพบปัญหาจ่ายเงินค่าชดเชยที่ไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังพบการติดประกาศติดขายบ้าน และคอนโด ในราคาถูกต่ำกว่าราคาจริงจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ก็ยังขายไม่ได้ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นใจต่อการบริหารจัดการน้ำของรัฐ และเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วม 

          ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลที่เตรียมใช้เม็ดเงินจำนวน 3.5 แสนล้าน กับการทำโครงการป้องกันน้ำท่วม ต้องลงพื้นที่รับฟังปัญหาของชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม แทนการรับฟังข้อมูลจากรายงานในกระดาษ

 

สมิทธ แฉ บ.ยุโรป โวยถูกรัฐเมิน

 

          ขณะที่ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยแห่งชาติ กล่าวว่า ภัยพิบิบัติทางธรรมชาติในอนาคตมาจากภาวะโลกร้อน ดังนั้นผู้บริหารน้ำต้องรู้ข้อมูลอย่างลึกซึ้ง ทั้งข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา ด้านอุทกวิทยา ซึ่งเคยเสนอนักวิชาการระดับด็อกเตอร์ 4 คน เข้าไปช่วยในการวางแผนแต่เขาไม่สนใจอะไร แต่กลับฟังนักการเมือง นักวิชาการที่ไม่รู้จริงมาวางแผนนน้ำ ทำให้การบริหารน้ำของรัฐบาลจึงขาดความน่าเชื่อถือ 

          ขณะเดียวกันยังได้รับร้องเรียนกับตัวแทนบริษัทในกลุ่มสหภาพยุโรป เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส ที่สนใจเข้ามาทำโครงการน้ำวงเงิน 3.5 แสนล้านบาท และเข้ามาช่วยในการวางระบบน้ำ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ ซึ่งเขาบอกว่ามาจากประเทศเหล่านี้ให้คอมมิชชั่นกับรัฐบาลยาก เพราะต้องมีหลักฐานใบเสร็จ ขณะที่ประเทศจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ที่เข้ามาช่วยวางระบบน้ำ ประเทศเหล่านี้ยังเอาตัวไม่รอด เพราะตอนนี้ยังมีน้ำท่วม มีคนตายมากมาย 

          "ขณะนี้ยังมีอีก 2 เดือน คือ ก.ย. และ ต.ค.นี้ ถ้าไม่มีพายุเข้า กทม.จะมั่นใจว่าน้ำไม่ท่วม แต่สำหรับภาคอีสานจะเกิดภาวะภัยแล้งยาวไปจนถึงปีหน้า รัฐเตรียมน้ำ รถน้ำ สำหรับการบริโภคไว้หรือยัง เรื่องน้ำท่วมถ้าไม่มีพายุเข้า ก็ไม่น่าเป็นห่วง ส่วนภาคใต้ มีสถิติว่าทุกคร้ั้งที่สภาวะแล้งตอนบน ทางภาคใต้จะมีพายุ แถวพื้นที่ชุมพร ลงไป จะเกิดพายุตรงปลายแหลมยวนและวิ่งเข้ามาในอ่าวไทย"

 

กบอ. ดีเดย์ 5 ก.ย. และ 7 ก.ย. ซ้อมใหญ่ระบายน้ำเข้าเมือง

 

          นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประฐานคณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เปิดเผยว่า กบอ.จะดำเนินการซ้อมการระบายน้ำ ในกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกและตะวันตก ระหว่างวันที่ 5 และ 7 ก.ย. นี้ เพื่อเตรียมรับมือกับน้ำที่จะลงมาถึงกรุงเทพฯ ประมาณต้นเดือนตุลาคม นับเป็นครั้งแรกที่มีการทดลองใช้โมเดลระบายน้ำรูปแบบต่างๆ ในการทดสอบ ภายหลังจากการขุดลอกคูคลองรอบกรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก และติดตั้งระบบการเตือนภัย โดยได้รับความร่วมมือจากกรุงเทพมหานคร

          "ขอให้ประชาชนอย่าตกใจ เพราะน้ำที่ระบายผ่านคูคลองรอบกรุงเทพฯ มีปริมาณไม่มาก เป็นการทดลองระบบและความพร้อม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในกรุงเทพมหานคร ว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมแน่"

          นายปลอดประสพ กล่าวต่อว่า การระบายน้ำครั้งนี้ ถือเป็นการระบายน้ำในลุ่มน้ำครั้งแรก ซึ่งไม่เคยทำมาก่อน จากเดิมที่เคยแต่ระบายน้ำออกจากเขื่อนเท่านั้น ครั้งนี้จะใช้เทคโนโลยีใหม่ ทั้งการติดตามการไหลของน้ำด้วยเซนเซอร์ ควบคุมการเปิดปิดประตูระบายน้ำอัตโนมัติ โดยติดตั้งกล้องวงจรปิด

          จากสถาณการณ์ที่ประชาชนค่อนข้างวิตกกังวลกับปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย นายปลอดประสพ กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งไม่มี ถ้าจะคุยเรื่องภัยแล้งไว้เดือนมกราคมค่อยมาคุยกัน ปัญหาในขณะนี้คือ ปัญหาฝนทิ้งช่วง เสียหายเป็นจุดๆ ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นภัยแล้งในเดือน ส.ค - ก.ย. เป็นไปไม่ได้เลย

          "ที่สำคัญสิ่งที่ผมกำลังดำเนินการ คือ การบัญญัติศัพท์ หรือให้คำจำกัดความของคำว่าภัยแล้งใหม่ เพื่อให้กระทรวงมหาดไทยได้นำไปดำเนินการสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าใจผิด และทำให้ประชาชนตกใจ โดยคำจำกัดความของคำว่าภัยแล้งในทางวิทยาศาสตร์ต้องประกอบด้วย ขอบเขตของภัยแล้ง ปริมาณความชื้นของอากาศ ความชื้นในดิน ปริมาณน้ำ ความเสียหายของเกษตรกร ความลำบากในแต่ละพื้นที่ แค่ไหนถึงเรียกว่าภัยแล้ง"

 

เตรียมจัดงานใหญ่ 31 ส.ค.นี้

 

          ทั้งนี้ในวันที่ 31 ส.ค. ตนจะชี้แจงเกี่ยวกับแผนป้องกันน้ำทั่วของประเทศอีก ที่ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว โดยขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งเพิ่มอำนาจให้กับคณะกรรมการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำท่วม ที่มีนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก) เป็นประธาน ในการเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายเพื่อการเตือนภัยระบบน้ำท่วมทั้งหมด รวมทั้งตั้งศูนย์เตือนภัยของกรมเจ้าท่า ขึ้นอีกศูนย์หนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ภายใต้คณะกรรมการวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำท่วม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา

          ด้านนายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก) กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ฝนในภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งอันดามันในขณะนี้ ยังน่าเป็นห่วง เพราะว่าฝนจะยังคงตกต่อเนื่องไปอีก 4-5 วัน เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งมีความรุนแรงมาก ทำให้ปีนี้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกหรือฝั่งอันดามันจะต้องเผชิญกับสภาพฝนตกหนักมากกว่าปกติ