ข่าว

อบต.พลับพลาไชยหนุนปลูกข้าวนาโยน

อบต.พลับพลาไชยหนุนปลูกข้าวนาโยน

30 ส.ค. 2555

อบต.พลับพลาไชยหนุนปลูกข้าวนาโยน ประหยัดเมล็ดพันธุ์..ลดต้นทุนการผลิต : โดย...วัฒนพล มัจฉา

              นาโยนหรือการปลูกข้าวแบบโยนกล้าเป็นการทำนาแบบใหม่ที่เป็นการผสมผสานระหว่างนาดำและนาหว่านน้ำตม เป็นวิธีการโยนตุ้มกล้าที่เพาะไว้ลงในแปลง ซึ่งนำมาใช้แทนการถอนกล้าปักดำด้วยแรงงานคนและการปักดำด้วยเครื่องและป้องกันการเกิดของข้าววัชพืชและวัชพืชทั่วไปได้ผลดี แถมประหยัดเมล็ดพันธุ์ลงได้ 80-85% โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 4-5 กิโลกรัมต่อไร่ ต้นกล้าที่โยนจะตั้งตัวทันทีเจริญเติบโตเร็วและแข็งแรง แตกกอดีและเร็วกว่าวิธีอื่นๆ ได้ผลดีกว่าการหว่านน้ำตมและใช้ต้นทุนและแรงงานน้อย แถมยังได้ผลผลิตสูงและผลผลิตมีคุณภาพเหมาะสำหรับทำนาเพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์หรือทำนาข้าวอินทรีย์ หรือทำนาแบบเกษตรพอเพียง หรือเกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่

              นายพีระศักดิ์ มาตรศรี นายก อบต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เล่าว่า ประชากรส่วนใหญ่ในตำบลพลับพลาไชยมีอาชีพเกษตรกรรม การดำรงชีวิตมีการเกษตรเป็นหัวใจสำคัญ หากการเกษตรพัฒนา มีศักยภาพนั่นหมายถึงการดำรงชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชนจะดีตามด้วย ซึ่งการที่จะพัฒนาการเกษตรให้มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีการเชื่อมประสานงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลงไปสู่กลุ่มเกษตรกร โดยจำเป็นต้องมีพัฒนาเกษตรกรให้เกิดความรู้ ความคิดและความสามารถให้มีศักยภาพเพียงพอ

              เกษตรกรส่วนใหญ่ตำบลพลับพลาไชยนิยมปลูกข้าวโดยวิธีการหว่านน้ำตมใช้อัตราเมล็ดพันธุ์สูงและเมล็ดพันธุ์ดีก็มีไม่พอต่อความต้องการ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบสภาพแวดล้อม เช่น ปัญหาแมลงศัตรูพืช วัชพืชระบาด เกษตรกรจึงเปลี่ยนวิธีทำนาเป็นการปักดำด้วยเครื่อง แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เกษตรกรไม่สามารถเตรียมดินให้เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องปักดำได้

              วิธีการปลูกข้าวแบบโยนกล้าเป็นการพัฒนาการทำนาแบบใหม่ที่สามารถนำมาใช้แทนการปักดำด้วยเครื่องได้ ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรประหยัดเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกเพราะใช้เพียงแค่ไร่ละ 4-5 กก. ทำให้ต้นข้าวแข็งแรงต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช ช่วยลดต้นทุนการผลิต ช่วยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 10-30% ประหยัดแรงงานในการทำนา อีกทั้งสามารถลดปริมาณข้าววัชพืช ทำให้แปลงนาโปร่งโล่ง แสงแดดส่องถึงผิวดินและน้ำ ระบบนิเวศในนาข้าวดีขึ้น

              ดังนั้น อบต.พลับพลาไชย จึงจัดทำโครงการพัฒนาความรู้ด้านการเกษตร โดยจัดกิจกรรม "ฝึกอบรมและจัดทำแปลงสาธิตการปลูกข้าวนาโยน" ขึ้น โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรได้ศึกษาเป็นแบบและนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ตำบลพลับพลาไชย เพื่อสร้างจุดเรียนรู้และส่งเสริมการปลูกข้าวแบบโยนกล้าให้เกษตรกรในพื้นที่ ลดต้นทุนในการทำนาของเกษตรกรเพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของข้าววัชพืชและแมลงศัตรูพืช โดยทำแปลงสาธิตการปลูกข้าวแบบโยนกล้า 3 แปลง แปลงละ 4 ไร่ โดย อบต.พลับพลาไชยสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ถาดหลุม เมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ดินเพาะและปุ๋ยอินทรีย์ ในการจัดทำแปลงสาธิตมีการคัดเลือกเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการ

               โครงการดังกล่าวจะทำให้เกษตรกรมีความรู้ในการทำนาแบบนาโยนและนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาการเกษตรในตำบลพลับพลาไชยได้ สามารถต้นทุนการทำนาลดลงและผลผลิตเพิ่มขึ้น 10-30 เปอร์เซ็นต์ การระบาดของแมลงศัตรูพืชและข้าววัชพืชลดลง ระบบนิเวศในนาข้าวดีขึ้นและส่งผลให้สภาพแวดล้อมในพื้นที่ดีขึ้น

               ผลสรุปจากแปลงสาธิต ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวน้อยเฉลี่ย 3.3 กก.ต่อไร่ ประหยัดแรงงานอย่างเห็นได้ชัด เกษตรกรสามารถทำเองได้ในครอบครัวโดยไม่ต้องจ้างแรงงาน(แต่ต้องมีการจัดการและวางแผนที่ดี วัชพืชมีน้อยเนื่องจาก ใช้ระดับน้ำควบคุมได้เหมือนนาดำต้นข้าวแตกกอดี แข็งแรง ต้านทานโรคมากขึ้นเมื่อเทียบกับการทำนาหว่านและนาดำในพื้นที่ ผลผลิตข้าวสูงใกล้เคียงกับการทำนาดำและในบางแปลง มีผลผลิตมากกว่า

               ในแปลงที่มีหอยเชอรี่ระบาดต้องกำจัดหอยเชอรี่ให้ได้ เนื่องจากพบว่าเป็นปัญหาสำคัญในการทำนาโยนในพื้นที่ ดินในแปลงนาที่ทำนาโยนควรเป็นดินร่วนหรือดินเหนียว หลีกเลี่ยงนาดินทราย ต้องทำความเข้าใจหรือข้อตกลงกับแปลงนาข้างเคียงเนื่องจากการทำนาแต่ละวิธีมีการจัดการน้ำไม่เหมือนกัน อาจมีข้อพิพาทเรื่องน้ำได้ ถึงแม้จะเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อถาดเพาะกล้า แต่ด้วยต้นทุนค่าเมล็ดพันธุ์ที่ลดลงและค่าแรงงานที่ลดลง รวมถึงการใช้สารเคมีกำจัดวัช พืชและสารเคมีกำจัดโรคแมลงที่ลดลง 

               จากการทดลองทำในพื้นที่พบว่าค่าใช้จ่ายในการทำนาลดลงเมื่อเทียบกับการทำนาแบบนาดำ อีกทั้งถาดเพาะกล้า สามารถใช้ซ้ำได้ 7-8 รอบ ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา

..........................................
(อบต.พลับพลาไชยหนุนปลูกข้าวนาโยน ประหยัดเมล็ดพันธุ์..ลดต้นทุนการผลิต : โดย...วัฒนพล มัจฉา)