
ช่วงที่เหลือของปีควรเตรียมตัวอย่างไร
ช่วงที่เหลือของปีควรเตรียมตัวอย่างไร : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด
หากท่านผู้อ่านได้ติดตามข้อมูลข่าวสารทั้งหลายจะพบว่า ในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายสถาบันหลายสำนักวิเคราะห์วิจัย จะระบุว่าภาวะเศรษฐกิจไทย มีการฟื้นตัวได้เป็นอย่างดีจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา กำไรของธนาคารพาณิชย์มีความแข็งแกร่งมาก การเติบโตของสินเชื่อรายย่อยดีมาก โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ หรือเช่าซื้อรถยนต์ ส่วนบ้านก็พบว่ามีความคึกคัก เนื่องจากการซ่อมสร้าง การมองหาทำเลใหม่ การกลัวว่าราคาวัสดุ ค่าแรงจะเพิ่ม โปรโมชั่น 0% ความระแวงเรื่องน้ำจะท่วมลดลงไป
ด้านสินเชื่อบัตรเครดิต สินเชื่อบุคคล แรกๆ ก็ได้รับผลจากการปรับขึ้นค่าแรง แต่ก็มามีเรื่องของแพงที่ภาษานักวิชาการเรียกว่าเงินเฟ้อมาสกัดจนเป็นวิวาทะทางการเมืองว่าของถูกหรือของแพง การเข้มงวดในสินเชื่อดังกล่าวจึงมีการขยายตัวแบบระมัดระวัง สินเชื่อส่วนบุคคลนั้นมีการติดตามหนี้ที่เข้มมากขึ้นเพราะตอนอนุมัติในอดีตนั้น คนกู้อาจมีสถานะหนึ่งแต่ตอนนี้ไม่แน่ว่าแย่ลงหรือไม่
สำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอี น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปที่นับวันจะมีอาการทรงกับทรุด อะไรที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นก็ได้เห็นแล้ว เช่น เข้าคิวรับอาหาร ต่อแถวรับผักผลไม้ฟรี ประท้วง การแยก Good Bank Bad Bank ตามโครงการรวมกิจการ การเข้าแทรกแซงของทางการ เฉลี่ยแล้ว 100 คน มีคนว่างงาน 11-12 คน เกิดการประท้วงเดินขบวนหลายที่หลายแห่ง คิดๆ แล้วเหมือนบ้านเราหลังปี 2540 ยังไงยังงั้ลัมน์ นเลย
ธุรกิจที่ทำส่งออกไปจากไทยแม้โดยตรงไม่มากมายไม่เกิน 10% แต่ในทางอ้อมแล้วมีผลพอสมควร พอจีนออกมาแถลงว่าการส่งออก การเติบโตของประเทศจีนลดลง เล่นเอาผวากันไปหมด การส่งออกของไทยในช่วงครึ่งปีแรกไม่สวย 6 เดือนแรกติดลบ 1.66% ทั้งที่ตั้งเป้าของเต็มปีว่าจะโต 15% หอการค้าคาดว่าส่งออกโตได้ 8.7% แทบทุกสำนักปรับการเจริญเติบโตเพียง 5-6% และเราคงไปไม่ถึง 7-8% อย่างที่คิดไว้
กลับมาที่เอสเอ็มอี นายธนาคารบางท่านระบุว่าเริ่มขยายระยะเวลาชำระหนี้แล้วแต่ยังไม่รุนแรง มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับชำระเงินจากการส่งออกเพิ่มมากขึ้น เงินทุนหมุนเวียนจะเป็นประเด็นในระยะถัดไป สินเชื่อรายใหญ่ก็ไปได้เรื่อยๆ ไม่หวือหวา เพราะต้องมีโครงการระยะต่อไปน่าจะเป็นเรื่องของโครงการภาครัฐเป็นหลัก เช่น เรื่องของน้ำ เรื่องของถนน เรื่องของไฟฟ้า เป็นต้น
ปัจจัยหลักเวลานี้ที่จะสร้างความไม่มั่นคง ความไม่มั่นใจ คือ เรื่องการเมืองที่ยังไม่นิ่งไม่จบกันเสียที ผสมกับเรื่องของภาคใต้ อาจทำให้อะไรๆ ที่ทำมาดีในช่วงแรกของปีนี้เสียไป อันนี้ต้องภาครัฐอย่างเดียวที่จะแก้ไขได้ ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้อีก 5-6 เดือนจึงต้องยึดหลัก ระมัดระวัง เก็บตุนเงินสดให้มาก ไม่แน่ใจว่าขายแล้วเก็บเงินได้ง่ายตามสัญญาก็อย่าขาย อย่าหวังผลเลิศในเรื่องการลงทุนและก่อนลงทุนให้คิดแล้วคิดอีกหลายๆ รอบนะครับ อะไรก็เกิดขึ้นได้
เรื่องสุดท้าย คือ ภัยธรรมชาติกับภาวะโรคระบาดต้องเตรียมแผนฉุกเฉินเป็นอะไรที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ...สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดก็จะเกิดปัญหาครับ...ครองสติให้ดีอย่าหวั่นไหวกับความไม่แน่นอน
--------------------
(ช่วงที่เหลือของปีควรเตรียมตัวอย่างไร : คอลัมน์ สวัสดีเศรษฐกิจ : โดย ... สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด)



