ข่าว

'บิ๊กตู่'ปัดวิจารณ์เด้ง'ปลัดกห.'

'บิ๊กตู่'ปัดวิจารณ์เด้ง'ปลัดกห.'

29 ส.ค. 2555

'ประยุทธ์'ปัดไม่วิจารณ์ย้าย'ปลัดกลาโหม'ชี้เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา เชื่อทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะเป็นพี่น้องกัน ไม่ทราบ 'ทนงศักดิ์' ได้เก้าอี้ 'ปลัดกลาโหม' คนใหม่ ชี้รอเข้าประชุมบอร์ดกลาโหม ไฟเขียว 'พลเฝ้าระวัง' เข้าให้ปากคำ 'ดีเอสไอ' พร้อมนำคณะทำบุญค

                29 ส.ค.55 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม มีคำสั่งให้พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และพล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตราไปช่วยราชการสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมว่า การย้ายคน การลงโทษคนและการให้ความดีความชอบเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา กฎหมาย และพรบ.เขียนไว้ว่าอย่างไร ใครมีอำนาจตรงนั้นก็ทำ ตนไม่ขอวิจารณ์ ทั้งนี้ พล.อ.เสถียร ยังคงเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมอยู่เพียงแต่ไปช่วยราชการเท่านั้น ซึ่งวันนี้คงจะมีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด และทุกคนอยากจะให้ทุกอย่างเรียบร้อยที่สุดเพราะคือพี่น้องกัน ไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นหลักสำคัญ เพราะถ้าเราทำให้เรื่องนี้แรงขึ้น แรงขึ้น จะไม่ได้อะไรกลับมาเลย และไม่มีอะไรดีขึ้น ต้องพยายามสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้รู้สึกว่าเราไม่เข้มแข็งและจะไม่มีคนเกรงใจ

               “ผมทราบข่าวก็ไม่สบายใจ แต่ก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา เพราะทหารคำว่าผู้บังคับบัญชาสำคัญที่สุด และผู้บังคับบัญชาพร้อมจะให้อภัย ผู้ใต้บังคับบัญชาพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งเพราะเป็นทหาร ดังนั้น สิ่งแวดล้อมภายนอกอย่าไปกดดัน หากกดดันมากๆ จะไม่เจอทางออกแล้วจะเสียหาย ขอร้องเถอะ อย่างไรก็ตาม ก่อนผมเดินทางไปสิงคโปร์ ได้พูดถึงกองทัพบกแต่ก็มีสื่อบางฉบับเอาไปเขียนว่า ผมพูดหลังมีการปรับย้ายแล้ว ซึ่งเป็นคนละเรื่องเพราะผมพูดก่อนไป และพูดถึงกองทัพบกว่าปรับย้ายอย่างไร ไม่ได้พูดคำว่าหลังบ้านสักคำ พูดว่าครอบครัว ภริยามีส่วน และความประพฤติของตนเอง เพราะภริยาบางคนเล่นการพนัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

                เมื่อถามว่า การย้ายปลัดกระทรวงกลาโหมครั้งนี้มีการวิจารณ์ว่า เป็นการแทรกแซงของการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แยกกันไม่ออกเพราะการเมืองคือฝ่ายบริหาร มีอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ดังนั้น อำนาจบริหารมาโดยทางนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ส่วนข้าราชการประจำก็ตั้งแต่ปลัดกระทรวงกลาโหมลงมา ส่วนการปรับย้ายในกองทัพก็ให้สิทธิ์แต่ละหน่วยในการปรับย้าย แต่ทั้งหมดจะเห็นด้วยหรือไม่ ต้องเข้าที่ประชุมของคณะกรรมการของบอร์ดกระทรวงกลาโหม ดังนั้น คนที่มีชื่อเสนอขึ้นมาก็เหมาะสมทั้งหมด แต่อยู่ที่คณะกรรมการจะว่าอย่างไรทีหลัง

                เมื่อถามถึงกรณีที่ พล.อ.เสถียร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า อีกหน่อย ผบ.เหล่าทัพ ก็โดนเหมือนกัน ตนเป็นต้นแบบให้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่เกี่ยว พล.อ.เสถียร น่าจะพูดด้วยความห่วงใยของท่าน ซึ่งตนไม่ได้ทำความผิดอะไร ใครจะมาย้ายตน เพราะถ้าจะมีการย้ายได้นั้นต้องมีความผิด

                เมื่อถามว่า ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่จำเป็นต้องเลือกผู้ที่ครองยศจอมพลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พรบ.กลาโหม เขียนไว้ว่า จอมพล หรือ พลเอก เป็นได้หมด แล้วแต่คณะกรรมการจะพิจารณา

                ส่วนการปรับย้ายในส่วนของกองทัพบกไม่มีปัญหา ซึ่งตนไม่ได้เสนอชื่อใครขึ้นไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม และขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ ทั้งนี้อยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและตาม พรบ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ว่าเขียนอย่างไร โดยวันนี้ยังไม่ทราบว่า พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วย ผบ.ทบ.จะเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่หรือไม่ ซึ่งตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหมคนใหม่ต้องรอการโปรดเกล้าฯและผ่านการประชุมเห็นชอบร่วมกันของคณะกรรมการ ซึ่งไม่ใช่มีการเซ็นต์แต่งตั้งกันเองเมื่อมีการโปรดเกล้าฯแล้วจะต้องปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม วันนี้ยังมีเวลาจัดทำรายชื่ออีก 1 เดือน


“บิ๊กตู่” ไฟเขียว “พลเฝ้าระวัง” เข้าให้ปากคำ “ดีเอสไอ”

                 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)ให้สัมภาษณ์กรณีวันนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ได้เรียกพลเฝ้าระวังไปให้ปากคำ ว่า ตนก็อนุญาตให้พลเฝ้าระวังไปให้ปากคำตามคำเชิญ หากจะเชิญใครตนก็อนุญาตให้ไป โดยวันนี้ยังไม่มีการเชิญตนไปซึ่งตอนนั้นมีตำแหน่งแค่ที่ปรึกษาของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)เท่านั้น ซึ่งพยานสามารถไปให้ข้อมูลเองหรือให้ตัวแทนไปก็ได้เพราะตนไม่ใช่ผู้ต้องหา


“ผบ.ทบ.” นำคณะทำบุญครบรอบ 26 ปีเปิดบก.ทบ.

                 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 80 รูป เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 26การเปิดกองบัญชาการกองทัพบก โดยมีนายทหารระดับสูงและผู้บังคับบัญชาหน่วยงานในกองทัพบกทั้ง 14 หน่วยงาน เข้าร่วมทำพิธี ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้โอวาทต่อกำลังพลและมอบรางวัลข้าราชการดีเด่น ประจำปี 2555 จำนวน 71 นาย พร้อมทั้งพบปะผู้นำชุมชนรอบค่าย 10 ชุมชน เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือร่วมใจในการดูแลชุมชนให้น่าอยู่ ปราศจากยาเสพติดด้วย

                 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสถาปนาครบรอบ 26 ปีกองบัญชาการกองทัพบก ซึ่งเป็นที่ตั้งในส่วนการบังคับบัญชา โดยมีส่วนราชการ 7 ส่วน และบริหารงานผ่าน 14 หน่วยงาน เช่น ส่วนกำลังรบ ส่วนช่วยรบ ส่วนการศึกษา ส่วนภูมิภาคฯลฯ ทั้งนี้กองทัพบกจัดตั้งมา 126 ปี โดยเป็นการจัดกองทหารสมัยใหม่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 มีสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่เป็น ผบ.ทบ.คนแรก และวันนี้ตนเป็น ผบ.ทบ.คนที่ 37 จะเห็นได้ว่ากองทัพบกมีการเจริญเติบโตมานานพอสมควร ขณะนี้มีกำลังพลกว่า 2 แสนคน หากจะมีการปรับกำลังพลให้น้อยลงก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะการที่เรามีกำลังพลจำนวนมาก เนื่องจากทหารทำงานหลายภารกิจ เช่น การเฝ้าตรวจแนวชายแดนที่มีระยะทางยาวกว่า 5 พันกิโลเมตร โดยใช้ทั้งหมด 7 กองกำลัง เพื่อไม่ให้มีการบุกรุก รวมถึงการสัญจร ยาเสพติดและแรงงานต่างด้าว ส่วนการรองรับประชาคมอาเซียนนั้นต้องมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เฉพาะกองทัพบกเพียงหน่วยงานเดียวโดยรัฐบาลก็กำลังดำเนินการแผนงานให้ทุกหน่วยงานเตรียมการเป็นประชาคมอาเซียน แต่สิ่งที่ประเทศเรามีปัญหาทุกวันนี้คือเรื่องภาษา ดังนั้นต้องทำให้แรงงานและคนของเราพยายามเข้าใจในเรื่องของภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร




"องอาจ" ชี้เด้งปลัดกห.หวังดึง "ทนงศักดิ์" เด็กเจ๊ "ด" ขาใหญ่ภาคเหนือ

 
          นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม มีคำสั่งให้พล.อ. เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พิณพาษณ์ สรีวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม ว่า เป็นที่ชัดเจนว่ามีการล้วงลูก และใช้อำนาจจากฝ่ายการเมือง เข้าแทรกแซงข้าราชการประจำ จนนำไปสู่ความขัดแย้ง หลังจากที่มีการเปิดโปงการโยกย้ายจากปลัดกระทรวงกลาโหม ว่า รมว.กลาโหม พยายามเข้ามาล้วงลูกในการแต่งตั้ง โยกย้าย แต่ข่าวที่ว่ารมว.กลาโหม เตรียมดันให้พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ผู้ช่วยผบ.ทบ.  มาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ถือว่าเป็นการโยกย้ายข้ามห้วย เพราะผู้ที่จะเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมได้ ต้องมาจากพลเอกอัตราจอมพล หรือพลเอกอาวุโส
 
          นายองอาจ กล่าวอีกว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามีความพยายามแก้ไขพ.ร.บ.กลาโหม เพื่อให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปล้วงลูกได้ แต่เรื่องดังกล่าวถูกคัดค้านจากหลายฝ่าย จนไม่สามารถดำเนินการได้ จึงเกิดการล้วงลูก ด้วยการนำคนของตัวเองเข้าไปเป็นปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการพิจารณาโยกย้ายนายทหาร และการโยกย้ายรองปลัด และเจ้ากรมเสมียนตรา เป็นเพราะมีหน้าที่ในการทำบัญชีโยกย้ายหรือไม่  ดังนั้นการแต่งตั้งพล.อ.ทนงศักดิ์ เข้าไปถือว่าเป็นการส่งคนของตัวเองเข้าไปรุกคืบอยู่ในจุดที่มีผลต่อการแต่งตั้ง โยกย้าย
          
          “ขณะนี้มีข้อมูลว่า พล.อ.ทนงศักดิ์ มีความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติกับเด็กคนหนึ่งของเจ๊ “ด” ผู้กว้างขวางทางภาคเหนือ ที่เป็นขาใหญ่ดูแลนักการเมืองหลายระดับใช่หรือไม่ ซึ่งพล.อ.อ.สุกำพล ก็ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ และขอตั้งข้อสังเกตไปยังรมว.กลาโหมว่า ถ้ายังทำงานรับคำสั่งจากผู้มีบารมีนอกพรรค ซึ่งเป็นขาใหญ่อยู่นอกครม.ได้ ผมคิดว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ จะเกิดปัญหาตามมา จึงอยากขอเรียกร้องให้รมว.กลาโหม ออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า ทำไมถึงผลักดันให้พล.อ.ทนงศักดิ์ มาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม แต่หากตอบไม่ได้ จะถือว่าท่านรับคำสั่งจากผู้มีอำนาจนอกครม.” นายองอาจ กล่าว