
'ข่มขืน-ท้อง-ทิ้งลูก'วงจรทุกข์สาว18
'ข่มขืน ท้อง ทิ้งลูก' วงจรทุกข์..สาว 18 : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ
9 เดือนเต็มที่ "กิ๊บ" สาวน้อยวัย 18 ปี แบกรับความทุกข์ใจไว้เพียงผู้เดียว หลังจากเธออ้างว่า ถูกชายแปลกหน้าดักฉุดไปข่มขืน ไม่เพียงเท่านั้นความบอบช้ำทางใจกลับถูกซ้ำเติมอีกระลอก เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์จากชายที่ลงมือข่มขืนเธอในคืนนั้น
"กิ๊บ" เลือกที่จะเก็บงำเรื่องราวร้ายๆ ที่เกิดขึ้นไว้เป็นความลับ ไม่บอกให้พ่อแม่และคนใกล้ชิดได้รับรู้ และพยายามหาหนทางหนีปัญหาเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ จนกระทั่งครบกำหนดคลอด..เรื่องราวต่างๆ ที่เก็บงำไว้เพียงลำพังก็ถูกเปิดเผย !!
ช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม รับแจ้งพบทารกเพศหญิงแรกคลอด ผิวขาว หน้าตาน่ารัก สายสะดือเพิ่งถูกตัด ตามตัวมีคราบเลือดเกรอะกรัง ถูกวางทิ้งไว้บนพื้นทางเดินหน้าห้องเช่าในซอยบางบอน-บางขุนเทียน 11 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท ผกก.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ รีบเดินทางไปตรวจสอบ พบทารกเริ่มมีอาการตัวเขียว และไม่ส่งเสียงร้อง จึงรีบนำตัวหนูน้อยส่งโรงพยาบาลจนอาการปลอดภัยดี
จากนั้นได้สอบปากคำพนักงานทำความสะอาดห้องเช่า ได้ความว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา "กิ๊บ" สาวโรงงานวัย 18 มาบอกว่า พบทารกถูกทิ้งไว้หน้าห้อง จึงเดินไปดูพบเห็นว่าเป็นเรื่องจริง ต่อมา "กิ๊บ" ถูกเชิญตัวมาสอบสวน เธอให้การว่า ตื่นนอนในตอนเช้าและเปิดประตูออกมาจากห้องเช่าพบทารกวางอยู่ทางเดินหน้าห้องจึงแจ้งให้แม่บ้านทราบ ทว่าระหว่างสอบปากคำ "กิ๊บ" แสดงท่าท่ามีพิรุธ ใบหน้าซีดเผือดเหมือนคนอดนอน และท่าทางการเดินเหมือนคนป่วย หลังจากสอบสวนเกือบ 2 ชั่วโมง จึงยอมรับว่าเป็นลูกของเธอเอง !!
ก่อนที่หนูน้อยคนนี้จะลืมตาดูโลก..ช่วงเย็นวันที่ 25 สิงหาคม "กิ๊บ" รู้สึกปวดท้องหนัก และเด็กหลุดออกมาระหว่างเข้าห้องน้ำ เธอรู้สึกตกใจมากทำอะไรไม่ถูก พยายามตั้งสติแล้วใช้มีดตัดสายสะดือ จากนั้นก็นำมาวางบนที่นอนทั้งคืน ช่วงคืนที่ผ่านมาพยายามคิดว่าจะทำอย่างไรจึงตัดสินใจสร้างสถานการณ์ให้พนักงานทำความสะอาดห้องพักทราบว่ามีทารกถูกทิ้งอยู่ทางเดินหน้าห้องพัก
"ฉันไม่มีปัญญาเลี้ยง ไม่รู้จะทำอย่างไร จำเป็นต้องทำแบบนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือนำไปดูแล" กิ๊บให้การด้วยสีหน้าเศร้า
เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย "กิ๊บ" ให้การต่อตำรวจอีกว่า ในช่วงฉลองเทศกาลปีใหม่ที่บ้านเกิด จ.สุโขทัย ระหว่างทางกลับบ้านถูกคนร้ายฉุดไปข่มขืนในป่าข้างทาง จากนั้นไม่นานรู้สึกผิดสังเกตประจำเดือนไม่มาจึงรู้ว่าตั้งครรภ์ ไม่อยากให้พ่อแม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น จึงตัดสินใจขอเข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ มาเช่าห้องพักอยู่ลำพัง ย่านบางขุนเทียนในราคาเดือนละ 850 บาท และไปสมัครงานเป็นพนักงานประจำโรงงานย่านท่าข้าม
พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นแม่ของเด็กยังไม่มีความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก เนื่องจากพิจารณาดูแล้ว หลังคลอดลูกสาวก็พยายามช่วยเหลือตัดสายสะดือ แล้วพักอยู่ด้วยกัน 1 คืน ในช่วงเช้าถึงสร้างสถานการณ์ว่าพบเด็กถูกทิ้ง องค์ประกอบก็ยังไม่เข้าข่ายความผิด เพียงแต่ยังไม่พร้อมจะดูแลเลี้ยงดูเด็ก แล้วแจ้งความประสงค์ว่าต้องการเรียนต่อ จึงอยากให้ทางตำรวจช่วยดำเนินการติดต่อกับศูนย์ประชาบดีขอส่งตัวเข้าไปอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์ทั้งแม่และลูก
"ทุกวันนี้มักพบเรื่องของทารกถูกทิ้งตามสถานที่ต่างๆ บ่อยครั้ง หากหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ หรือด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอร้องว่าอย่านำทารกไปทิ้งตามสถานที่ต่างๆ ขอให้สงสารทารกที่เกิดออกมา เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย หากมีปัญหาควรปรึกษาตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสังคมสงเคราะห์เพื่อหาทางช่วยเหลือ" พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าว
ด้าน "ปกรณ์ พันธุ" อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยอมรับว่า แต่ละปีมีเด็กชายหญิงที่ถูกทิ้งรวมทั้งหมดแล้ว ตกปีละประมาณ 600 คน เมื่อทางศูนย์ประชาบดีได้รับแจ้ง จะส่งคนออกไปดูแลคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ระหว่างนี้ก็จะมีการสืบประวัติเพื่อหาพ่อแม่หรือญาติ รวมทั้งประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และศูนย์ที่มีการรับแจ้งเด็กหาย
"หากเด็กคนไหนพบเจอว่ามีญาติ หรือพ่อแม่ ก็จะประเมินสภาวะครอบครัวก่อนจะส่งกลับไปที่บ้าน กรณีเด็กไม่มีญาติ เราก็จะเลี้ยงดู ระหว่างนี้ก็จะมีคนขอไปเป็นบุตรบุญธรรมได้ โดยแต่ละปีมีเด็กถูกขอไปเป็นบุตรบุญธรรมประมาณ 4,000 คน ส่วนเด็กที่เหลือจะเลี้ยงดูจนอายุครบ 18 ปี โดยมีการฝึกอาชีพเพื่อให้เขาออกไปใช้ชีวิตในสังคมได้" ปกรณ์ กล่าว
........
(หมายเหตุ : 'ข่มขืน ท้อง ทิ้งลูก' วงจรทุกข์..สาว 18 : ตะลุยข่าวโต๊ะรายงานพิเศษ)



