ข่าว

ภัยแล้งดีกว่าน้ำท่วม

ภัยแล้งดีกว่าน้ำท่วม

29 ส.ค. 2555

ภัยแล้งดีกว่าน้ำท่วม : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2555

           น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกกับสื่อมวลชนเมื่อ 2-3 วันก่อนอย่างตรงไปตรงมาว่า ปัญหาภัยแล้งสามารถบริหารจัดการหรือแก้ไขสถานการณ์ได้ง่ายกว่าภาวะอุทกภัย คำบอกกล่าวนี้สืบเนื่องมาจากคำถามที่ว่าด้วยปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ที่อยู่ในขั้นวิกฤติ อันเป็นผลมาจากการเร่งพร่องน้ำตั้งแต่ต้นฤดูฝนเพื่อรองรับพายุฝนตามการคาดการณ์ แต่เมื่อถึงช่วงปลายเดือนเดือนสิงหาคม ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดหน้าฝนในอีกประมาณ 2 เดือนข้างหน้านี้แล้วยังไม่มีทีท่าว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะเพิ่มขึ้นพรวดพราดจนวางใจได้ว่า จะไม่ประสบภาวะวิกฤติภัยแล้งในต้นปีหน้า นายกรัฐมนตรีถึงออกตัวว่า ถึงอย่างไรภัยแล้งก็ยังแก้ไขง่ายกว่าน้ำท่วม
 
              ถ้าหากนายกรัฐมนตรีไม่ได้คิดตรรกะเรื่องนี้ขึ้นมาเอง ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจเป็นความเห็นที่ตกผลึกจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ ก็ได้ ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า ยามใดก็ตามเมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นย่อมจะต้องเกิดความเสียหายทุกแห่งหนที่น้ำไปถึง ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายด้านเศรษฐกิจและจิตใจของผู้ประสบภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากคนมีอันจะกิน คนชั้นกลาง แหล่งธุรกิจ และโรงงานอุตสาหกรรมต้องกลายเป็นผู้ประสบภัยน้ำท่วมในวันใดวันหนึ่ง พวกเขาก็จะส่งแรงกดดันหนักหน่วงนั้นไปยังรัฐบาลในทันที ถ้าหากจะเรียกว่า พวกเขาเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่เสียงดัง รัฐบาลต้องรับฟังและเกรงกลัวก็คงไม่ผิดนัก ด้วยเหตุที่ไม่เฉพาะแต่พวกเขาสามารถชี้เป็นชี้ตายรัฐบาลเท่านั้น หากแต่เครือข่ายฝ่ายการเมืองยังมีต้นกำเนิดจากคนกลุ่มนี้ด้วย
 
              ในอีกด้านหนึ่ง ทุกครั้งที่ประเทศประสบภาวะภัยแล้งซึ่งดูเหมือนจะเป็นปัญหาซ้ำซากจำเจไปเสียแล้ว กลุ่มคนที่ต้องได้รับความเดือดร้อนโดยตรงก็คือชาวไร่ชาวนา ซึ่งหมกตัวอยู่แต่ในท้องทุ่ง หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน โอกาสที่จะเงยหน้า เผยอปากขึ้นร้องทุกข์นั้นยากเย็นเสียเต็มประดา หนทางที่พวกเขาทำได้และก็ทำกันมาแสนนานก็คืออดทนรอเทวดาฟ้าดินโปรดประทาน ปากกัดตีนถีบต่อสู้กันไปตามมีตามเกิด เช่นนี้แล้ว เราจึงได้เห็นภาพราษฎรไทยตามท้องที่ต่างๆ ที่ความแล้งร้ายไปเยือนพากันแห่นางแมวอ้อนวอนขอฝน ทั้งๆ ที่ประเทศไทยก็ขึ้นชื่อว่า มีเขื่อนกักเก็บน้ำมากมายประเทศหนึ่ง หนำซ้ำฝ่ายการเมืองยังร่ำๆ จะสร้างเขื่อนอยู่ไม่ขาดปากราวกับเป็นแก้วสารพัดนึก ป้องกันได้ทั้งน้ำท่วมและแล้งน้ำ
 
              ยิ่งไปกว่านั้น คำกล่าวที่ว่า ภาวะภัยแล้งยังดีกว่าน้ำท่วมย่อมทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากในอีกประมาณ 3 เดือนข้างหน้านี้ ประเทศไทยต้องประสบภัยแล้งถึงขั้นวิกฤติแล้วรัฐบาลจะบริหารจัดการน้ำที่เหลืออยู่น้อยนิดภายในอ่างเก็บน้ำต่างๆ ทั่วประเทศอย่างไร รัฐบาลจะบริหารด้วยการเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มคนเสียงดังในเมือง ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ด้วยการดึงน้ำจากเขื่อนเพื่อการเกษตรไปใช้ทำน้ำประปา ปั่นไฟฟ้าป้อนโรงงาน อาคารบ้านเรือนในเมืองใหญ่ โดยปล่อยให้พืชผลของเกษตรกรแห้งเหี่ยวเฉาตายไปต่อหน้าต่อตาอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกปีใช่หรือไม่ หน้าแล้งที่กำลังจะมาถึงในเร็ววันนี้จะพิสูจน์ให้เห็นกันว่า รัฐบาลเข้าอกเข้าใจคำว่า "บริหารจัดการน้ำ" ดีพอหรือยัง