
สัญญาณ'แม้ว'เคาะปรับครม.แล้ว
พรรคร่วมรัฐบาล เผย รับแจ้งสัญญาณ ปรับครม.กลาง ก.ย. จาก 'ทักษิณ' ยัน แค่รายบุคคล ไม่เปลี่ยนกระทรวง ด้าน พท. ระบุ แนวโน้มปรับใหญ่ เน้นกระทรวงเศรษฐกิจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด มีความเคลื่อนไหวในการปรับคณะรัฐมนตรี "ยิ่งลักษณ์ 3" โดยแหล่งข่าวจากพรรคร่วมรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้รับการติดต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ถึงกำหนดการปรับครม.แล้วว่า จะอยู่ในช่วงราว 2 สัปดาห์หลังจากนี้ หรือกลางเดือนก.ย.55
ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล ที่เคยแจ้งขอปรับไป เป็นการเปลี่ยนตัวบุคคล ไม่ได้ขอแลกเปลี่ยนกระทรวง จึงไม่น่ามีปัญหา แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่า ทางพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นพรรคใหญ่ต้องการจะสลับกับพรรคเล็กหรือไม่ ซึ่งหากมีกรณีดังกล่าว ก็อาจจะได้รับแจ้งอีกครั้ง
พท. ระบุ ปรับใหญ่ โละ กระทรวงศก.
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า แนวโน้มการปรับ ครม.ครั้งนี้ จะเป็นการปรับใหญ่ โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญในกระทรวงเศรษฐกิจ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่พอใจประสิทธิภาพการทำงานของรัฐมนตรีบางกระทรวง โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ตำหนิการทำงานของรัฐมนตรีบางคนอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ ก็ยังรวมถึงรัฐมนตรีบางราย ที่มีปัญหาเรื่องการทำงานกัน เช่นปัญหาความขัดแย้งอย่างรุนแรง เรื่องแก้ปัญหาน้ำ ระหว่างนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า หากฝ่ายค้านยังไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในช่วงเดือนสองเดือนนี้ ก็น่าจะมีการปรับครม.ก่อน เพราะทราบมาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เสนอให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ไปลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่จะมีขึ้นในต้นปี 2556 นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับท่าทีพรรคร่วมรัฐบาล ที่เสนอขอปรับเปลี่ยนตัวบุคคลไปมีเพียง พรรคพลังชล โควตา รมว.วัฒนธรรม เท่านั้น เช่นเดียวกับพรรคชาติพัฒนา ที่แจ้งความจำนงเรื่องขอเปลี่ยนตัวเช่นกัน โดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ มีแนวโน้มจะเข้ารับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม เอง
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา นายบรรหาร ศิลปอาชา ไม่ได้เสนอปรับในส่วนของพรรค แต่ได้ย้ำกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า อยากให้โควตา รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงเดิม เนื่องจากมีกระแสว่า พรรคเพื่อไทยต้องการแลกเปลี่ยนโควตาใหม่
ครม. อนุมัติให้กลาโหมซื้อ ฮ. 10 ลำ วงเงิน 5 หมื่น ล.
วันเดียวกัน มีรายงานแจ้งว่า ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 ส.ค.55 ก.กลาโหมได้เสนอเป็นวาระจร ขอซื้อเฮลิคอปเตอร์ จำนวน 10 ลำ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท โดยให้เหตุผลในการขอจัดซื้อครั้งนี้ว่า นำไปใช้ในการฝึกกำลังพลและบรรเทาสาธารณภัย
ทั้งนี้ เป็นงบฯผูกพัน 4 ปี และ ครม. ได้ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ ซึ่งทันทีที่ครม.เห็นชอบวาระดังกล่าว ก็ให้เจ้าหน้าที่เก็บเอกสารทั้งหมดทันที โดยไม่ให้นำติดตัวกลับออกนอกห้องประชุม
นอกจากนี้ ในการแถลงข่าวผลประชุมของทีมโฆษกรัฐบาล ก็ไม่มีการแถลงมติในเรื่องนี้ ให้สื่อมวลชนรับทราบอีกด้วย
ไฟเขียว มท. เคลื่อนเวทีประชาคม แก้ รธน.
แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม. ได้มีมติรับทราบ แนวทางการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ตามที่นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทยเป็นผู้เสนอ โดยสิ่งที่ก.มหาดไทยเสนอ เป็นการตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญในส่วนกลาง จังหวัด และอำเภอ
แหล่งข่าว กล่าวว่า คณะกรรมการฯในส่วนกลางจะมีรองนายกฯ หรือ รมว.มหาดไทย เป็นประธานฯ ส่วนคณะกรรมการระดับจังหวัดจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฯ และคณะกรรมการฯระดับอำเภอมีนายอำเภอเป็นประธานฯ
สำหรับการขับเคลื่อนนั้น จะมีการจัดประชุมสัมมนาและรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดแนวทางในการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาจะประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ จากทั่วประเทศ ผู้ว่ากทม. ปลัดกทม. และผอ.เขตในกทม. รวมแล้ว 1,082 คน รวมทั้งจะมีการจัดเวทีสัมมนา เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในระดับจังหวัดและกทม.
นอกจากนี้ จะมีการจัดเวทีประชาคมหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อรับฟังความคิดเห็น ทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ทั่วประเทศ รวม 79,888 หมู่บ้านและชุมชน ส่วนกทม.ก็จะมีการจัดเวทีประชาคมชุมชนในกทม.เพื่อรับฟังความคิดเห็นใน 2,016 ชุมชนด้วย
ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้มีการเสนอจำนวนงบประมาณและกรอบระยะเวลาในการดำเนินการมาให้ครม.รับทราบแต่อย่างใด
'ยุทธศักดิ์' หนุน 'สุกำพล' ให้ 'เสถียร' กลับไปดูตัวเอง
มีรายงานจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ในการประชุมครม. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ได้เดินทางเข้าห้องประชุมครม.เป็นคนแรก ๆ และนั่งรอในห้องประชุม โดยไม่ได้ไปพบน.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อชี้แจงการย้ายปลัดก.กลาโหม รองปลัดก.กลาโหม และเจ้ากรมเสมียนตรา มาช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีว่าการก.กลาโหมแต่อย่างใด และในช่วงประชุมครม.ก็ไม่มีการหารือในเรื่องนี้เลย รวมทั้งรมว.กลาโหมไม่ได้กล่าวแสดงความเห็นใด ๆ ในที่ประชุมครม.ด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามพลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกฯ ได้กล่าวกับผู้ที่มาสอบถามเรื่องนี้แบบส่วนตัวก่อนเข้าประชุมครม.ว่า พลเอกเสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดก.กลาโหม ควรกลับไปดูตัวเองว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่งนี้ มีที่มาที่ไปเช่นใด
"วันนี้ ระบบมันย้อนกลับมาโดนตัวเอง วันนี้เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้ว ควรทำเรื่องแบบนี้หรือไม่ พลเอกเสถียรควรอยู่เฉย ๆ ในเรื่องนี้ แต่วันนี้กลับมาสู้กับเจ้านายที่แต่งตั้งตัวเองขึ้นมา รัฐมนตรีเปรียบเป็นนายกฯเล็ก ปลัดกระทรวงเปรียบเป็นเลขานุการกระทรวง กรณีนี้ พล.อ.อ.สุกำพล มีอำนาจสั่งย้ายได้ตามพ.รบ.จัดระเบียบราชการก.กลาโหม"
เขาบอกด้วยว่า กรณีนี้ เคยชี้แจงกับนส.ยิ่งลักษณ์ มาหลายครั้ง และนส.ยิ่งลักษณ์ ก็เข้าใจเรื่องนี้ดี แต่เมื่อพลเอกเสถียรกระทำแบบนี้ เขาก็ไม่อยากสวนกลับ แต่พลเอกเสถียร ควรรู้ตัวเองว่า ทำอะไรอยู่ และควรย้อนไปดูที่มาของตัวเองด้วย



