
ปปง.เฮ!ครม.ให้เพิ่มคน130อัตรา
ปปง.เฮ! ครม.ใจป้ำเพิ่มคน 130 อัตรา พร้อมไฟเขียวเพิ่มอส.ที่บึงกาฬ 82 อัตรา พร้อมมอบสตช.หาช่องเพิ่มกำลังอีก 2 พันคนกระจายตามพื้นที่ แต่งตั้งปลัดก.วิทย์-สธ.คนใหม่ แถมย้ายบิ๊กขรก.คลังอีก 6 ตำแหน่ง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 ส.ค. 2555 น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลัการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.อนุมัติเรื่อง ขออนุมัติกำหนดอัตรากำลังข้าราชการเพิ่ม โดยครม.เตรียมพิจารณากรอบอัตรากำลังข้าราชการเพิ่มใหม่ เพื่อปฏิบัติงานในสำนักงาน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จำนวน 130 อัตรา จากเดิมจำนวน 227 อัตรา รวมอัตรากำลังข้าราชการทั้งสิ้น 372 อัตรา ตามที่ สำนักงาน ปปง. เสนอ และให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรเงินงบประมาณ งบบุคลากร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ได้แก่ เงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินสิทธิประโยชน์อื่น ตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับตำแหน่งตามกรอบอัตรากำลังข้าราชการ จำนวน 130 อัตรา ในคราวเดียวกัน
ตั้งกรรมการสอบถามความเห็น ปชช.เกี่ยวกับรธน.ทุกระดับ
น.ส.ศันศนีย์ แถลงมติครม.ว่าครม.เห็นชอบตามที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยดำเนินการเสนอแนวทางในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญดังนี้ ตั้งคณะกรรมการกำหนดแนวทางในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญในส่วนกลาง จังหวัด อำเภอ ดังนี้ คณะกรรมการในส่วนกลางประกอบด้วย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นประธาน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ อธิบดีกรมการปกครอง เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยอำนาจหน้าที่คือกำหนดนโยบายแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ และให้คำปรึกษา แนะนำนคณะกรรมการระดับจังหวัดและอำเภอในการดำเนินการ
คณะกรรมการระดับจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าฯ เป็นประธาน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ ปลัดจังหวัด เป็นเลขานุการ อำนาจหน้าที่กำหนดแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญในพื้นที่จังหวัดและให้คำแนะนำคณะกรรมการระดับอำเภอดำเนินการ
คณะกรรมการระดับอำเภอ ประกอบด้วย นายอำเภอ เป็นประธาน หัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอที่เกี่ยวข้อง เป็นกรรมการ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มหรือฝ่ายบริหารงานปกครอง เป็นเลขานุการ อำนาจหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานโดยกำหนดรูปแบบ แนวทาง และวิธีการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญระดับหมู่บ้าน จัดประชุมสัมมนาและรับฟังความเห็นเพื่อกำหนดแนวทางในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ผู้ร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด นายอำเภอทั่วประเทศ ผู้ว่าฯกทม. ปลัดกทม.และผอ.เขต รวม 1,082 คน จัดเวทีสัมมนารับฟังความเห็นประชาชนเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญระดับจังหวัดทุกจังหวัดและกทม. จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านหรือชุมชนทั่วประเทศรวม 79,888 แห่ง จัดเวทีประชาคมในกทม.ในกรณีเดียวกันรวม 2,016 แห่ง และสรุปความเห็นทั้งหมดเสนอครม.ในวาระต่อไป
ไฟเขียวเพิ่มอส.ที่บึงกาฬ82อัตรา
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ในคราวประชุมครั้งที่ 10/2555 เมื่อวันอังคารที่ 9 สิงหาคม 2555 ซึ่งมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ดังนี้ 1. เห็นชอบการเพิ่มกรอบอัตรากำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจำนวน 82 อัตรา เพื่อบรรจุสั่งใช้ให้แก่กองบังคับการกองอาสารักษาดินแดน จังหวัดบึงกาฬ จำนวน 2 กองร้อย ดังนี้ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 60 อัตรา และกองร้อยบังคับการและบริการจังหวัดบึงกาฬ จำนวน 22 อัตรา และให้กระทรวงมหาดไทยปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 ของกรมการปกครอง สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเบื้องต้นในการบรรจุสั่งใช้กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 82 อัตราดังกล่าว ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในเดือนกันยายน 2555
นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า 2. ครม.มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนของรัฐ ทบทวนความจำเป็นของอัตรากำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่จะบรรจุสั่งใช้ให้แก่กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอ 599 กองร้อย จำนวน 2,241 อัตรา เพื่อให้การบรรจุสั่งใช้กำลังพลมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และทำให้การทำงานสามารถบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วให้เร่งนำเสนอผลการหารือให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯ คณะที่ 4 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) และนำเสนอครม.ต่อไป
แต่งตั้งปลัดก.วิทย์-สธ.คนใหม่
นายอนุสรณ์ แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายวีระพงศ์ แพสุวรรณ รองปลัดกระทรวง กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (บริหารระดับสูง) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
นอกจากนี้ครม.ยังอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่างประเภทบริหารระดับสูง ตามที่ระทรวงการคลังเสนอ จำนวน 6 ราย ดังนี้ 1.นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง 2.นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ให้ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวง (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง 3.นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง 4.นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมศุลกากร ให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง 5.นายมนัส แจ่มเวหา รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี (นักบริหาร ระดับสูง) กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง 6.นางสาวจุฬารัตน์ สุธีธร ผู้ตรวจราชการกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการคลัง ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ (นักบริหาร ระดับสูง) สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
นายอนุสรณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวง (นักบริหาร) ประเภทบริหาร ระดับสูง สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข วันที่ 1 ตุลาคม 2555 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป
เห็นชอบตั้งกรรมการยุทธศาสตร์พัฒนาคนเพื่อพัฒนาประเทศ
รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ครม.อนุมัติตามความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาคนเพื่อการพัฒนาประเทศ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาและดำเนินการดังนี้ เห็นชอบในการพัฒนาคนเป็นวาระเร่งด่วนที่ควรกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ โดยมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักประเมินผลความต่อเนื่อง โดยนำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่11 มาเป็นกรอบกำหนดภารกิจของวาระนี้ และควรตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์การพัฒนาคนเพื่อการพัฒนาประเทศไทยโดยเร่งด่วนและมีคณะกรรมการติดตามประเมินผลความสำเร็จแบบเฉพาะเรื่องขึ้นมาติดตาม



