ข่าว

'มาร์ค'อัดเด้ง'เสถียร'การเมืองเอี่ยว

'มาร์ค'อัดเด้ง'เสถียร'การเมืองเอี่ยว

28 ส.ค. 2555

'มาร์ค' อัดสั่งเด้ง 'เสถียร' สัญญาณไม่ดี การเมืองเอี่ยวโยกย้ายนายทหาร หวังเปลี่ยนองค์ประกอบคณะกรรมการโยกย้ายนายพล วอนหยุดพูดเรื่องปฏิวัติ ด้าน'จุรินทร์'เตรียมยื่นกระทู้สด ถาม 'ยิ่งลักษณ์'ปม ย้าย ปลัดกห.

������������ 28 ส.ค.55 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีคำสั่งด่วนให้ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ไปช่วยราชการประจำสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อขวัญ และกำลังใจของข้าราชการ ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี แสดงให้เห็นว่า มีการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการโยกย้ายครั้งนี้มากจนเกินไป� พล.อ.อ.สุกำพล ต้องอธิบายเหตุผล ไม่เช่นนั้นเท่ากับเป็นการใช้อำนาจทางการเมืองที่ไม่คำนึงถึงหลักการบริหารที่ดี และพยายามใช้อำนาจของตนเองและบ่งบอกว่าพยายามที่จะล้วงลูกกองทัพ

���������� �นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนอยากเตือนว่า เรื่องของหน่วยงานด้านความมั่นคง กองทัพ มีกฎหมายที่มีเจตนารมณ์ชัดว่าไม่ต้องการให้การเมืองยุ่งมากเกินไป อยากให้เคารพเจตนารมณ์ ถ้าพยายามนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองจะส่งผลเสียกับระบบและส่วนรวม และขอย้ำว่านายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บริหารสูงสุดในรัฐบาลต้องพิจารณาและเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นตัวอย่างเป็นบรรทัดฐานทำให้มีปัญหามากขึ้นในวันข้างหน้า และเท่ากับว่าเป็นการยอมรับว่าเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ ที่สำคัญหากไม่มีการแก้ไข ปล่อยผ่านได้ ก็เป็นที่คาดหมายได้ว่ารายอื่นอาจจะโดนด้วย

����������� นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีความชัดเจนว่ารัฐบาลมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ ของคณะกรรมการที่มีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล เพื่อให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงได้ เท่ากับว่าการแต่งตั้งโยกย้ายต่าง ๆ จะต้องสนองความต้องการของฝ่ายการเมืองเพียงอย่างเดียว ซึ่งหากเป็นเช่นนี้จะไม่เป็นผลดีทั้งกับการเมืองและไม่เป็นผลดีกับงานด้านความมั่นคง และในช่วงที่ผ่านมาก็เหมือนย้อนกลับไปสู่ยุคที่ข้าราชการต้องอยู่ภายใต้ความกลัว รัฐบาลถือนโยบายว่า� ใครไม่สนองความต้องการไม่ใช่เรื่องเป้าหมายนโยบาย ก็ใช้อำนาจการเมือง

���������� "ทุกคนต้องทำหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา ยึดประโยชน์ส่วนรวม ต้องยอมรับว่าทหารมีวินัย แม้กระทั่งปลัดกระทรวงกลาโหมก็พูดชัดเจนว่าผู้บังคับบัญชาสั่งการอย่างไรก็ยอมรับ เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ความเข้มแข็งของ ผบ.เหล่าทัพ แต่สังคมต้องช่วยปกป้องข้าราชการที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด ทั้งนี้ต้องตั้งคำถามกับ รมว.กลาโหม ว่าจะสร้างปัญหา และสร้างบรรยากาศอย่างนี้ให้เหมือนกับสมัยตอนปลายรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำไม"นายอภิสิทธิ์กล่าว

���������� �ผู้สื่อข่าวถามว่า� ทุกครั้งที่มีปัญหาการเมืองเข้าไปล้วงลูกกองทัพ มักเกิดกระแสการปฏิวัติตามมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ควรจะมีเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารกันอีก แต่ขณะเดียวกันคนที่เป็นนักการเมืองต้องมีคุณธรรม และอย่าทำลายระบบ

�

"จุรินทร์"เตรียมยื่นกระทู้สด ถาม "ยิ่งลักษณ์"ปม ย้าย ปลัดกห.

����������� นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงที่รัฐสภา ว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 30 ส.ค. นี้ ฝ่ายค้านจะยื่นกระทู้ถามสด จำนวน 2 เรื่อง คือ 1.กรณีที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีคำสั่งย้าย พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.ชาตรี ทัตติ รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.พิณภาษณ์ สริวัฒน์ เจ้ากรมเสมียนตรา ไปช่วยราชการที่สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯ มีฐานะเป็นผู้ที่ต้องกำกับดูแล อีกทั้งเป็นผู้ที่ทราบเรื่องดังกล่าว เพราะ พล.อ.เสถียร เป็นผู้ทำหนังสือขอเข้าพบ ทั้งนี้เพื่อสอบถามถึงนโยบาย และข้อเท็จจริงว่าการเมืองจะเข้าไปล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการให้กระทรวงกลาโหมหรือไม่

���������� �“ ฝ่ายค้านวิเคราะห์ว่าการย้าย 3 นายทหารดังกล่าว ฝ่ายการเมืองมีความตั้งใจที่จะล้วงลูกโผการแต่งตั้ง โยกย้ายนายทหาร หลังจากที่เคยมีความพยายามมาแล้ว 1 ครั้งในการแก้ไขพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 ทั้งนี้เหตุที่ไม่ได้ตั้งกระทู้ถาม พล.อ.อ.สุกำพลนั้น เนื่องจากเป็นคู่ขัดแย้ง” นายจุรินทร์ กล่าว

����������� ประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงต่อว่า 2.จะยื่นกระทู้ถามสดนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต่อประเด็นการโกหกเรื่องตัวเลขการส่งออกของประเทศ จำนวน 15 เปอร์เซ็นต์ เพื่อสอบถามถึงเหตุผลในการโกหก ผลของการโกหก และการรับรู้ถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมถึงความผิดในด้านจริยธรรมด้วย ทั้งนี้ฝ่ายค้านเตรียมที่จะแถลงถึงการสำรวจประเด็นการโกหกของรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดินต่อสาธารณะให้รับทราบ เบื้องต้นมีการรวบรวมไว้แล้วทั้งหมด 19 เรื่อง ซึ่งได้ตั้งหัวข้อ 1 ปีรัฐบาลยิ่งลักษณ์ กับโกหกสีขาว 19 เรื่อง ทั้งนี้จะมีการทยอยเปิดเผยทุกๆ สัปดาห์

��������� “ ประเด็นนี้ถือเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้าน ซึ่งไม่ใช่การดิสเครดิตรัฐบาล เพราะทุกสิ่งทีรัฐบาลทำเป็นพฤติกรรมของรัฐบาลเอง อีกทั้ง ไม่กลัวการย้อนศรจากกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล ” นายจุรินทร์ กล่าว

���������� ขณะที่นายสรรเสริญ สมะลาภา สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะวิปฝ่ายค้าน แถลงเสริมว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาในแง่ของเศรษฐกิจ เคยมีการโกหกเพื่อทำให้เกิดประโยชน์ เช่นหากพบพิรุธว่าจะมีการเก็งกำไรค่าเงินบาท ทางธนาคารแห่งประเทศไทยต้องประกาศว่าจะเข้ามาแทรกแซงค่าเงินบาท เพื่อไม่ให้มีการเก็งกำไร ซึ่งทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศ แต่การโกหกของนายกิตติรัตน์ เป็นลักษณะที่ให้โทษกับประเทศ ส่วนประเด็นที่นายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คโดยกล่าวโยงไปถึงการติดกล้องดัมมี่ของกทม. เปรียบเทียบกับการโกหกเรื่องตัวเลขการส่งออกของประเทศ ถือเป็นคนละเรื่อง

���������� ด้านนายธนา ชีรวินิจ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าตนในฐานะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ของกทม. สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว ไม่พบการทุจริต โดยการจัดซื้อกล้องซีซีทีวีของกทม. นั้นโปร่งใสและพบว่าซื้อในราคาที่ถูกกว่าหลายหน่วยงาน ดังนั้นตนขอเรียกร้องให้นายพานทองแท้ ไปตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน อย่าพูดที่ทำให้ประชาชนสับสน