ข่าว

DSIสอบ'สุเทพ'คดี91ศพนาน9ชม.

DSIสอบ'สุเทพ'คดี91ศพนาน9ชม.

28 ส.ค. 2555

"ดีเอสไอ" สอบ "สุเทพ" ยาวยืดกว่า 9 ชั่วโมง เผย พนักงานสอบสวนอ้างคลิปยูทูบทหารยิงใส่ประชาชน ยันมีชายชุดดำสารภาพ ไล่กลับไปดูหลักฐานคดีก่อการร้าย

          วันที่ 28 ส.ค.55  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับการเข้าให้การของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงต่อพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ  ในกรณีการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ซึ่ง ได้เข้าให้การตั้งแต่เวลา 15.00 น. ล่าสุดการให้ปากคำได้เสร็จสิ้่นในเวลา  00.20 น.  กินเวลาในการสอบสวนประมาณ 9 ชั่วโมง
 
          โดยนายสุเทพเปิดเผยว่า ดีเอสไอได้นำคลิปวิดีโอ ที่นำมาจากยูทูบเป็นภาพทหารใช้อาวุธปืนยิงใส่ประชาชนในวันที่ 10 เม.ย. 2553  เวลากลางวันซึ่งตน ปฏิเสธไม่ยอมรับหลักฐานดังกล่าว เนื่องจากวันเวลาดังกล่าว ไม่พบรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต รวมทั้งไม่มีรายงานการใช้อาวุธยิงใส่ประชาชน ภาพดังกล่าว ตนไม่ทราบว่ามีที่มามาจากที่ใด  ส่วนคำให้การอื่นๆได้ยืนยันในคำสั่ง ศอฉ. ซึ่งมีข้าราชการประจำจาก สำนักงานอัยการสูงสุด คณะกรรมการกฤษฎีกายืนยันความถูกต้องทุกลำดับขั้นตอน โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ก็เป็นผู้เสนอความเห็นว่าหากสถานการณ์รุนแรงจำเป็นต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน นอกนจากนี้พนักงานสอบสวนพยายามตั้งคำถมถึงนายอภิสิทธิว่ามีบทบาทในการสั่งการสลายชุมนุมอย่างไร  โดยตนให้การชัดว่านายกฯอภิสิทธิ์ รับผิดชอบการมอบนโยบายเท่านั้น ส่วนรายละเอียดและการออกประกาศเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของตนเท่านั้น
 
          นายสุเทพระบุอีกว่า ส่วนของชายชุดดำได้ส่งข้อมูลพร้อมคลิปภาพให้พนักงานสอบสวนพร้อมชี้แจงด้วยว่าชุดสอบสวนชุดนี้อาจจะเป็นคนละชุดกับคนที่ทำคดีก่อการร้ายขอให้ไปค้นข้อมูลที่ผ่านมาซึ่งดีเอสไอได้สั่งฟ้องผู้ต้องหา 26 คน โดยในจำนวนนี้มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ต้องหาที่หนึ่งร่วมกับแกนนำ นปช. และแนวร่วมที่เป็นกองกำลังชายชุดดำ  และผู้ต้องหาสารภาพว่าเข้าร่วมฝึกอาวุธกับนักรบพระเจ้าตาก และนำปืน ทาโว่ และเอ็ม 79 ไปปยิงตามจุดต่างๆ

 

"สุเทพ”ไม่ยอมรับคลิปยูทูปทหารยิงใส่ประชาชน

             นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงในการให้ปากคำในคดีการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชน จำนวน 91 ศพ จากเหตุชุมนุมทางการเมืองปี 53  ว่า ตนให้เวลากับพนักงานสอบสวนชุดนี้อย่างเต็มที่ โดยให้การต่อเนื่องทั้งที่ยังไม่ได้รับประทานอาหารเย็น เพราะต้องการให้การสอบปากคำเสร็จสิ้นลง

              นายสุเทพ เปิดเผยถึงข้อมูลส่วนหนึ่งที่ให้การตอบข้อซักถามของพนักงานสอบสวน ว่า ดีเอสไอนำคลิปวีดีโอจากยูทูปที่อ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนิน ในเวลากลางวัน ของวันที่ 10 เม.ย. 53 มาเปิดให้ดู โดยเนื้อหาของคลิปแสดงให้เห็นภาพ ทหารใช้อาวุธปืนเอ็ม16 และปืนทราโว่ยิงคนเสื้อแดง ซึ่งตนได้ตอบไปว่าไม่เคยเห็นมาก่อน เนื่องจากเหตุการณ์ในวันที่ 10 เม.ย.53  เวลากลางวัน มีสื่อมวลชนทั้งทีวีและหนังสือพิมพ์คอยรายงานสถานการณ์ตลอดขณะมีการขอพื้นที่คืน ไม่พบว่ามีการยิงอาวุธปืนจนเป็นสาเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด ส่วนการยิงและมีผู้เสียชีวิตเกิดขึ้นช่วงค่ำของวันที่ 10 เม.ย. 53 ตนจึงไม่ได้เซ็นชื่อรับรองในเอกสารดังกล่าว

              นอกจากนี้พนักงานสอบสวนยังซักไซ้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 10 เม.ย.จนถึงเหตุยุติในเดือนพ.ค.มีการถามถึงคำสั่งในการปฎิบัติการ ตนจึงได้นำคำสั่งทั้งหมดมอบให้พนักงานสอบสวนในส่วนที่ตนได้ลงนาม และได้บอกกับพนักงานสอบสวนว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอได้เคยเสนอและแนะนำในที่ประชุมศอฉ.ในขณะนั้นว่า หากสถานการณ์รุนแรงอาจต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งการประกาศครั้งนั้นเป็นไปตามกฎบัตรของสหประชาชาติในการใช้กำลังโดยมี อัยการ สำนักงานกฤษฎีกา และข้าราชการระดับสูงที่เกี่ยวข้องรับทราบตลอด อีกทั้งทางฝ่ายผู้ชุมนุมได้มีการใช้อาวุธ

              “พนักงานสอบสวนพยายามซักถามว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ามาสั่งการให้ศอฉ.หรือไม่ ผมก็ชี้แจงว่า อดีตนายกฯมีภารกิจมาก ได้มอบหมายคำสั่งในเชิงนโยบาย ผมในฐานะผอ.ศอฉ.จะเป็นผู้พิจารณาว่า จะดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ในขณะนั้น  เช่น การขอคืนพื้นที่บริเวณถนนราชดำเนิน ซึ่งผมก็ถามนายกฯอภิสิทธิ์ว่า ต้องการขอคืนพื้นที่หมดทั้งเส้นราชดำเนินหรือไม่ นายกฯอภิสิทธิ์ ก็บอกว่าไม่ใช่ ต้องการเพียงเพื่อเปิดเส้นทางจราจรจากสะพานพระราม 8 เพื่อให้รถเคลื่อนตัวและสัญจรได้จึงขอคืนพื้นที่บริเวณสี่แยกจปร.ด้านถนนราชดำเนินนอกและถนนราชดำเนินกลางบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ยังมีพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมสามารถใช้ได้ ส่วนการกระชับพื้นที่ในวันที่ 19 พ.ค.53 ซึ่งตนยืนยันไปว่าเหตุการณ์วันนั้นไม่ใช่การสลายการชุมนุม เพราะขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามขอคืนพื้นที่บริเวณสวนลุมพินีก็ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธตอบโต้ ”นายสุเทพกล่าว

              นายสุเทพ กล่าวต่อว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอยังถามถึงการปฎิบัติหน้าที่ของนายอภิสิทธิ์ว่าเข้ามาเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ใดหรือไม่ ตนได้ชี้แจงว่าอดีตนายกฯใช้เวลาส่วนใหญ่รับฟังบรรยายสรุปจากเจ้าหน้าที่และพยายามหาแนวทางในการคลี่คลายสถานการณ์ เช่น การเจรจา การนำทีมเจรจาไปเจรจากับแกนนำนปช. และมีหน้าที่อธิบายสถานการณ์ให้ประชาชนได้รับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมทั้งติดต่อกับองค์กรสิทธิมนุษยชน โดยงานในศอฉ.นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกคำสั่งในศอฉ.ตนเป็นผู้ลงนาม

            “เรื่องชายชุดดำ ที่ผมนำคลิปมาชี้แจง พนักงานสอบสวนถามผมว่า หากมีชายชุดดำเข้าร่วมจริง มีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธทำรายประชาชน ไม่เห็นเจ้าหน้าที่จับใครได้ซักคน ผมเลยตอบเขาว่า คุณถามผมเหมือนกับเสื้อแดงเขียนคำถามให้มาถาม ผมก็อธิบายให้เขาฟังว่าชายชุดดำมีจริง และดีเอสไอได้ส่งฟ้องศาลแล้วขณะนี้คดีอยู่ที่ศาล อย่างไรก็ตามหากมีคนตายอยู่ในพื้นที่ควบคุมของผู้ชุมนุมจริง เราจะทราบว่าเขาตายก็ต่อเมื่อได้รับแจ้งจากศูนย์นเรนธรของกระทรวงสาธารณสุข และหากผู้ตายเป็นผู้ก่อการร้ายชุดดำจริง อาจจะมีคนปลดอาวุธให้เขาไปหมดแล้วก่อนจะนำส่งโรงพยาบาล”นายสุเทพ กล่าว

               นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า ในคดีก่อการร้ายที่ดีเอสไอสอบสวนเสร็จจนส่งฟ้องมีผู้ต้องหา 26 คน จำนวนนี้มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำนปช.ถูกตั้งข้อกล่าวหาในฐานะผู้ก่อการร้ายด้วย โดยจำนวนนั้นมีหลายคนเป็นผู้ก่อการร้ายและเป็นชายชุดดำ หลายคนให้การรับสารภาพว่า เขาได้รับการฝึกอาวุธจากต่างประเทศ เป็นกลุ่มนักรบพระเจ้าตาก และยังเอาปืนทราโว่ยิงใส่โรงแรมดุสิตธานี บางคนเอาปืนเอ็ม 79 ไปยิงที่นั่นที่นี่ ซึ่งมีอยู่ในรายงานของดีเอสไออยู่แล้ว แต่การที่พนักงานสอบสวนชุดนี้ระบุว่าไม่มีข้อมูลชายชุดดำ เข้าใจว่า พนักงานสอบสวนชุดนี้เป็นคนละชุดกับที่เคยมีการสอบสวนไว้เดิม

             "ไม่ได้เสียกำลังใจและทำใจได้อยู่แล้วว่า วันหนึ่งต้องเจอภาวะอย่างนี้ ชีวิตมันเป็นอย่างนี้เอง ผมยังได้ย้ำกับพนักงานสอบสวนว่าสมัยที่เป็นรองนายกฯฝ่ายความมั่นคงก็ได้ช่วยให้ดีเอสไอได้รับการอนุมัติให้เปิดตำแหน่งเพิ่มเติม ถือเป็นผู้มีบุญคุณกับดีเอสไอ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยเข้าไปแทรกแซงการทำงานของดีเอสไอและตำรวจ ก็หวังว่าหน่วยงานนี้จะทำคดีให้ถูกต้องเที่ยงธรรม ความจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรคอป.ที่มีนายคณิต ณ นคร ได้ตรวจสอบแล้ว เพื่อวันข้างหน้าประชาชนจะได้ทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามผมเชื่อมั่นในระบบ และองค์กร ส่วนตัวบุคคลเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในตอนท้ายหัวหน้าพนักงานสอบสวนถามว่า ผมเคยมีเรื่องโกรธแค้นใครในศอฉ.หรือไม่ จึงได้ตอบไปว่าในอดีตไม่เคยโกรธเคืองใคร แต่ในอนาคตไม่แน่ " นายสุเทพ กล่าว