
แขวนระเบิดน้อยหน่ารถ'หมอตุลย์'
แขวนระเบิดน้อยหน่ารถ"หมอตุลย์" แกนนำเสื้อหลากสี เจ้าตัวนึกว่าของปลอมโยนทิ้งแล้วให้รปภ.ตรวจสอบ "สุเทพ" ให้การดีเอสไอละเอียดยิบพร้อมแสดงเอกสารประกอบ คาดใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ญาติเสื้อแดงที่ต้องโทษเผาศาลากลางฯร้องสมาคมทนายฯช่วยยื่นประกัน
เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 27 ส.ค. ร.ต.อ.หญิงคนึงนุช ทศไพรินทร์ พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ถนนพระรามที่ 4 แขวงและเขตปทุมวัน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.สรกานต์ ดำกระบี่ สว.สส.สน.ปทุมวัน และเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด บก.สปพ.บช.น.
ที่เกิดเหตุอยู่บนลานจอดรถชั้น 4 เอ ล็อค 23 ของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่พบถุงกระดาษ ตกอยู่ที่พื้นลานจอดรถ ตรวจสอบภายในพบระเบิดสังหารชนิด เอ็มเคทู (น้อยหน่า) สภาพพร้อมใช้งาน จำนวน 1 ลูก มีสายไฟต่อระโยงระยางกับถ่านไฟฉายขนาดกลางยี่ห้อเอเวอร์เรดี้ จำนวน 2 ก้อน บรรจุไว้ในกระบอกกระดาษทรงกลมสีน้ำตาล 1 อัน จึงทำการเก็บกู้ ก่อนนำไปตรวจสอบหาลายนิ้วมือแฝงต่อไป
จากการสอบสวนรปภ.ของโรงพยาบาลให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงษ์ แกนนำเสื้อหลากสีได้ขับรถเก๋งส่วนตัวลงมาจากลานจอดรถของโรงพยาบาล ก่อนจะแจ้งว่ามีคนนำระเบิดปลอมใส่ถุงมาแขวนไว้ที่กระจกมองข้างรถฝั่งคนขับแต่ได้โยนทิ้งไปแล้ว พร้อมทั้งให้ตนขึ้นไปตรวจสอบ ตนจึงเดินขึ้นไปตรวจสอบที่ลานจอดรถชั้นที่ 4 ก็พบถุงใบดังกล่าวตกอยู่ที่พื้น และมีถ่านกระเด็นออกมาจึงเข้าไปตรวจดูใกล้ๆ ก็พบระเบิดกับถ่ายไฟฉาย จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
ต่อมาเวลา 20.30 น.นพ.ตุลย์ เดินทางเข้าให้ปากคำกับ ร.ต.อ.หญิงคนึงนุชอีกครั้ง โดยมี พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน ร่วมทำการสอบปากคำ โดยเบื้องต้นนพ.ตุลย์ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 15.30 น. ตนกำลังจะขับรถไปรับลูก แต่เมื่อเดินมาถึงที่จอดรถก็พบถุงใบดังกล่าวแขวนอยู่ที่กระจกมองข้างฝั่งคนขับ เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็นระเบิดบรรจุอยู่ในกระบอกทรงกลม แต่ไม่น่าจะใช่ระเบิดของจริง เพราะดูเหมือนสายไฟจะต่อวงจรไม่สมบูรณ์จึงโยนทิ้งไป ก่อนจะขับรถลงมาแจ้งให้รปภ.ทราบ ทั้งนี้โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกเฉยๆ ไม่ได้กังวลหรือเกรงกลัวอะไร และก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยมีใครข่มขู่ลักษณะนี้มาก่อน และหลังจากตนเจอระเบิดแล้วก็ไม่มีใครโทรมาข่มขู่ด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีนี้ได้ปรึกษากับผู้บังคับบัญชาแล้วก็ไม่อยากเป็นข่าวมากนัก
“สุเทพ”ให้การดีเอสไอละเอียดยิบ
แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนเริ่มสอบปากคำนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในเวลา 15.00 น. เนื่องจากต้องใช้พนักงานสอบสวนชุดเดียวกับชุดที่สอบปากคำนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายสุเทพประสงค์จะให้การด้วยวาจา เพื่ออธิบายประกอบเอกสารหลักฐานจำนวน 200 หน้ากระดาษ ที่นำมามอบให้พนักงานสอบสวน
นายสุเทพให้การเริ่มต้นตั้งแต่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศและเกิดเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่จนมีการปะทะบริเวณแยกคอกวัวในช่วงเดือนเม.ย. 2553 และได้ให้การต่อเนื่องมาถึงเหตุการณ์ในเดือนพ.ค. 53 บริเวณแยกราชประสงค์ ซึ่งพนักงานสอบสวนต้องถอดคำให้การของนายสุเทพและพิมพ์เป็นเอกสารให้แล้วเสร็จภายในวันเดียวกัน เพื่อให้นายสุเทพอ่านทบทวนคำให้การของตนเองแล้วลงลายมือชื่อรับรองคำให้การ รวมทั้งต้องเซ็นชื่อรับรองเอกสารทุกแผ่นที่นำมายื่นแสดงต่อพนักงานสอบสวน จึงคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง
ญาติเสื้อแดงที่ต้องโทษเผาศาลากลางฯร้องสมาคมทนายฯช่วยยื่นประกัน
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด “การประชุมเชิงปฎิบัติการเผยแพร่ความรู้ ด้านกฎหมายและส่งเสริมการเข้าถึงความเป็นธรรมด้านปัญหาหนี้สินภาคเอกชน จ.อุดรธานี โดยมีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ประชาชน จากอำเภอต่าง ๆ ทั้ง 20 อำเภอ จำนวนกว่า 1,500 คน เข้าร่วมประชุม ซึ่งการประชุมมี นางสุวณา สุวรรณจูฑะ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม บรรยายพิเศษ เรื่อง บทบาทกระทรวงยุติธรรม ในการสนับสนุนช่วยเหลือประชาชน ให้เข้าถึงความยุติธรรม และ นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย และคณะทนายความ ร่วมอภิปราย ในหัวข้อเรื่อง ประชาชนเข้าถึงความเป็นธรรมด้านปัญหาหนี้สินได้อย่างไร
หลังเลิกการประชุม นายกองชัย ชัยกัง ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองหูลิง ต.หนองไฮ อ.เมือง พร้อมนางคำแสน ชัยกัง ภรรยา และญาติผู้ต้องขังคดีการเมือง ที่ จ.อุดรธานี ได้เข้าพบ นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความฯ เพื่อปรึกษาเรื่องการประกันตัวผู้ต้องโทษ คดีวางเพลิงสถานที่ราชการ ศาลากลาง จ.อุดรธานี และ สำนักงานเทศบาลนครอุดรธานี
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ที่ถูกควบคุมที่เรือนจำพิเศษหลักสี่ หลังจากที่ทางสมาคมทนายความฯ เคยยื่นเรื่องให้ศาล จ.อุดรธานี พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่ศาลไม่อนุญาต โดยผู้ต้องโทษ 5 คน ประกอบด้วย นายอาทิตย์ สายทอง ผิด พรก.ฉุกเฉิน ,วางเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี และบุกรุกศาลากลาง จ.อุดรธานี จำคุก 22 ปี 6 เดือน นายวันชัย รักสงวนศิลป์ ผิด พรก.ฉุกเฉิน , วางเพลิงศาลากลาง จ.อุดรธานี จำคุก 20 ปี 6 เดือน , นายกิตติพงษ์ ชัยกัง เป็นผู้เยาว์ ผิด พรก.ฉุกเฉิน , วางเพลิงศาลากลาง จ.อุดรธานี วางเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี จำคุก 11ปี 3 เดือน , นายเดชา คมขำ และนายบัวเรียน แพงสา ผิด พรก.ฉุกเฉิน , วางเพลิงเทศบาลนครอุดรธานี จำคุก 20 ปี 6 เดือน
นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า มีญาติผู้ต้องโทษคดีการเมืองมาพบ เพื่อขอปรึกษาในเรื่องการประกันตัว ผู้ต้องโทษอีกครั้ง ซึ่งที่ผ่านมาทางสมาคมทนายความฯ ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ดำเนินการขอประกันตัวสำหรับผู้ต้องขังของ จ.อุดรธานี ทั้ง 5 คน ซึ่งศาลไม่ให้ประกันตัวโดยระบุว่าต้องโทษร้ายแรงและเกรงจะหลบหนี ซึ่งวันนี้เราได้โอกาสพบกับญาติของผู้ต้องขัง ชี้แจงปัญหาที่ทำไมศาลจึงมองอีกมุมหนึ่ง ซึ่งเรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริง เพื่อให้ศาลเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวเป็นผู้สุจริต ตามหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่าต้องให้บุคคลเหล่านี้ออกมาสู้คดี
“เรารับเรื่องรับผิดชอบในการยื่นประกันตัวผู้ต้องขังคดีความวุ่นวายทางการเมือง.โดยได้รับการประกันตัวไปแล้วที่ จ.มหาสารคาม และ จ.มุกดาหาร 22 คน ยังเหลือที่ จ.อุดรธานี 5 คน จ.อุบลราชธานี 4 คน และ กทม.8 คน ซึ่งทั้งหมดเรากำลังเตรียมที่จะยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เราจะรวบรวมข้อเท็จจริงให้มากขึ้น โดยต้องหาเหตุหาผลมาชี้แจงให้ศาลรับฟัง เช่นที่ จ.อุบลราชธานี มีผู้ต้องขังเป็นหญิงคนหนึ่งติดคุกมา 2 ปีแล้ว มีความเจ็บป่วยทางจิต คิดจะฆ่าตัวตาย ซึ่งเราให้ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ส่งตรวจ และก็จะนำรายงานผลของแพทย์ประกอบการขอประกันตัวใหม่อีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่เราจะต้องนำผู้หญิงตัวเล็กๆ ออกมาก่อน”
นายนรินทร์พงศ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนรายอื่นก็จะให้ทีมทนายความลงไปพบครอบครัวเขา สอบข้อเท็จจริงใหม่ ว่าครอบครัวเขาอยู่กันอย่างไร หาเหตุผลให้ศาลว่า แต่ละรายมีครอบครัว มีหลักแหล่ง มีพ่อ แม่ ลูก ต้องเลี้ยงดู ที่จำเป็นให้เขาออกมาดูแล และยังมีหลักประกันของรัฐบาลรายละ 1-2 ล้านบาท ที่น่าเชื่อว่าเขาออกมาแล้วจะไม่หลบหนี ซึ่งผู้ที่ประกันตัวออกมาแล้ว เขาก็ไปรายงานตัวต่อศาลทุก 15 วัน มาแล้ว 5 ครั้ง ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เสนอต่อศาลให้น่าเชื่อว่า ผู้ที่จะประกันตัวออกมาแล้ว จะไม่หลบหนี ซึ่งจะเตรียมยื่นประกันตัวอีกครั้งในเดือนหน้า



