ข่าว

พิรุธเบาะแส..ฆ่าลูก'ส.ส.ชาดา'

พิรุธเบาะแส..ฆ่าลูก'ส.ส.ชาดา'

28 ส.ค. 2555

พิรุธเบาะแส..ฆ่าลูก'ส.ส.ชาดา' ตะลุยข่าว : โต๊ะรายงานพิเศษ

             เป็นดังแสงสว่างเล็กๆ ในความมืดมิดของการคลี่คลายคดีฆาตกรรม "ฟารุต ไทยเศรษฐ์" บุตรชาย "ชาดา ไทยเศรษฐ์" ส.ส.อุทัยธานี หลังจากตลอดที่สัปดาห์ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนพยายามควานหารถกระบะต้องสงสัยที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะในการก่อเหตุก็ยังไม่พบวี่แวว แต่จู่ๆ  ก็มีเบาะแสจากสาวใหญ่ชื่อ "หน่า" โทรศัพท์มาแจ้งสายด่วน 191 ว่า สามีเธอเป็นคนรับงานฆ่าในคดีนี้ แต่สุดท้ายคดีนี้ก็ยังปิดไม่ลง?!?
 
              พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 ได้รับบันทึกข้อความจาก กก.ศร.บก.สปพ. ลงวันที่ 25 สิงหาคม 2555 รายงานสรุปเรื่อง การรับแจ้งเบาะแสคดีฆาตกรรมบุตรชาย ส.ส.ชาดา บันทึกข้อความระบุว่า ส.ต.อ.เพชรรัตน์ กำจัดภัย ผบ.หมู่ชุดปฏิบัติการ กก.ศร.บก.สปพ. (ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า) หรือ "สายด่วน 191" รับรายงานจากหัวหน้าผู้ควบคุมเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุว่า ช่วงเวลา 22.08 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม ที่ผ่านมาว่า มีผู้หญิงชื่อ "หน่า" ใช้หมายเลขโทรศัพท์ 08-6062-XXXX ติดต่อเข้ามาขอความช่วยเหลือ และให้เบาะแสการฆาตกรรมลูกชายของ ส.ส.ชาดา 
 
              "หน่า" อ้างว่า นายวิเชียร (ขอสงวนนามสกุล) สามีของเธอเป็นหนึ่งในสามผู้ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรม ได้รับค่าจ้างคนละ 5 แสนบาท ซึ่งสามีเป็นอดีตทหารพราน หนีมากบดานอยู่ข้างค่ายปักธงชัย บ้าน ป.แดง ต.วังน้ำเขียว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โดย "หน่า" อ้างว่า รู้เห็นการวางแผนการฆาตกรรมลูกชายของ ส.ส.ชาดา ในครั้งนี้ สามีจึงนำมากักขังอยู่ในบ้านในพื้นที่ อ.ปากช่อง อยากให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ติดต่อกลับมาตามหมายเลขดังกล่าว
 
              ต่อมาเวลา 22.46 น. "หน่า" ติดกลับมาอีกครั้ง บอกเล่าถึงการวางแผนฆ่าฆาตกรรมตามที่กล่าวอ้างว่า เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. วันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา สามีและผู้ร่วมวางแผนอีก 2 คนมานัดกันดื่มสุรากันที่บ้านพัก โดยมีเธอร่วมวงอยู่ด้วย นั่งคุยกันว่าถ้าจะยิงผิดตัว หรือจะสำเร็จหรือไม่ก็ตาม ถ้าตำรวจจับได้คนใดคนหนึ่ง ห้ามซัดทอด สามีของเธอยืนยันในวงเหล้าว่า แม้ภรรยาตนเป็นคนพูดก็จะฆ่าไม่ละเว้น จึงเป็นเหตุให้เธอถูกขังไว้ที่ห้องในบ้านหลังหนึ่งใน อ.ปักธงชัย จึงแอบโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือโดยกดหมายเลข 191
 
              ระหว่างนี้ ส.ต.อ.เพชรรัตน์ พยายามจะสอบถามว่า โทรศัพท์เข้ามาติด 191 ที่กรุงเทพฯ ได้อย่างไร?
 
              "หน่า" ตอบว่า ไม่ทราบเหมือนกันว่าติดหน่วยไหน จังหวัดไหน เพียงว่าต้องการออกไปจากที่นี่ เพราะเงินติดตัวไม่มี และไม่รู้จะหอบท้องโตๆ ไปได้อย่างไร แล้วไม่รู้จะรอดพวกมันได้ไหม!!
 
              เมื่อตำรวจสอบถามรายละเอียดของบ้านที่ถูกกักขังอยู่ เพื่อประสานความช่วยเหลือในพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือ แต่ "หน่า" ก็บอกรายละเอียดอะไรไม่มาก และรบเร้าอยากได้เบอร์โทรศัพท์ ส.ส.ชาดา หรือเบอร์ใครก็ได้ที่ใหญ่ ที่ช่วยเหลือเธอออกไปได้ 
 
              นอกจากนี้ "หน่า" อ้างถึงเรื่องการพบอาวุธสงครามที่ถูกขนมาบนรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา เมื่อเดือนที่แล้ว โดยอ้างว่าสามีของเธอเป็นคนขนอาวุธสงครามเหล่านั้นมาจากค่ายปักธงชัย ก่อนที่ "หน่า" แจ้งให้ตำรวจช่วยบอกเรื่องที่เธอถูกกักขังให้พี่สาวที่ทำงานอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าย่านปิ่นเกล้าทราบด้วย 
 
              เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ "หน่า" แจ้งมา ปรากฏมีผู้หญิงรับและอ้างว่าเป็นพี่สาวของเธอ และให้ข้อมูลตรงกันว่า "หน่า" ตั้งครรภ์ใกล้จะคลอด และมีสามีชื่อวิเชียร อยู่แถว อ.ปักธงชัย !?!
 
              ด้าน พ.ต.อ.ณภัทร จุลละบุษปะ รอง ผบก.สปพ. กล่าวว่า หลังจากที่มีหญิงสาวโทรศัพท์เข้ามาแจ้งที่ 191 ว่ารู้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมนายฟารุตนั้น ได้มีการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นแล้ว พร้อมทั้งนำข้อมูลทั้งหมดส่งให้ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภ.3 เพื่อนำไปตรวจสอบแล้ว และหลังจากได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดต่อกลับไป แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงสืบหาข้อมูลจนทราบว่า "หน่า" มีตัวตน และมีสามีเป็นอดีตทหารพรานจริง แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำพูดของ "หน่า" เนื่องจากมีพิรุธและมีข้อมูลที่ไม่ตรงกันหลายอย่าง
 
              ขณะที่แหล่งข่าวในชุดสืบสวน กล่าวว่า เบาะแสนี้มีพิรุธหลายประเด็น เบื้องต้นการตรวจสอบชื่อนายวิเชียร ในสารบบทะเบียนราษฎรมีชื่อนามสกุลเดียวกัน 23 รายทั่วประเทศ และจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนางประดับ หรือหน่า เคยติดคุกที่เรือนจำจังหวัดมหาสารคาม 1 ปี ส่วนชื่อวิเชียรที่อยู่ จ.นครราชสีมา เสียชีวิตไปแล้ว และพบชื่อวิเชียรที่เป็นทหาร 1 นาย เป็นทหารชั้นสัญญาบัตร ยศร้อยตรี อยู่ที่ จ.ลพบุรี มีภรรยาอยู่แล้ว?!?


..........

(หมายเหตุ : พิรุธเบาะแส..ฆ่าลูก'ส.ส.ชาดา' ตะลุยข่าว : โต๊ะรายงานพิเศษ)