ข่าว

เรื่องของการเมืองแบบ'ไม่ต้องคืนขวด'

เรื่องของการเมืองแบบ'ไม่ต้องคืนขวด'

28 ส.ค. 2555

เรื่องของการเมืองแบบ'ไม่ต้องคืนขวด' : ประชาธิปไตยฯที่รัก โดยพิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ([email protected] )

              ในขณะที่รัฐบาลนั้นก้าวเข้าสู่ปีที่สองของการทำงานในลักษณะที่ค่อนข้างจะราบรื่น เห็นจากคะแนนของโพลล์ต่างๆ เมื่อเทียบกับคะแนนของฝ่ายค้านที่พูดง่ายๆ ว่าออกจะฟอร์มบู่กว่ามาก ซึ่งทำให้ต้องมาคิดว่า ฝ่ายค้านนั้นแม้แต่ตำแหน่งที่จะเป็นฝ่ายค้านนั้นก็อาจจะต้องถูกประเมินเช่นกัน
 
              ดูตามเกมแล้ว ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่รัฐบาลยังหายใจได้ยาวอยู่ เพราะฝ่ายค้านก็ยังเคาะป๊อกๆ แป๊กๆ อยู่ว่าจะอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อไหร่ แล้วเอาเข้าจริงรัฐบาลก็มีไพ่สำคัญอยู่ในมือเช่นกัน นั่นคือ ถ้าฝ่ายค้านเลือกเวลาไม่ดีพอ รัฐบาลเองก็สามารถปรับครม.เสียก่อน ก็ยิ่งทำให้การอภิปรายขาดสีสันไปได้มากอยู่
 
              เกมสำคัญที่รัฐบาลเผชิญหน้าจึงอยู่ที่เรื่องของคุณทักษิณ นั่นก็คือ ถ้าไม่ขยับเรื่องนิรโทษกรรมคุณทักษิณ กองหนุนนอกสภาก็กระเพื่อมได้ยาก ไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ตาม 
 
              เกมที่สองก็คือเรื่องน้ำท่วม นั่นหมายความว่า ถ้าปีนี้ใช้ "ความกลัวนำการบริหาร" เรื่องน้ำท่วมก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเขาพิสูจน์กันมาหลายสำนักแล้วว่าปีที่แล้วไม่มีการบริหารน้ำท่วมที่ดีพอ หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ ไม่มีการบริหารก่อนน้ำท่วมที่ดี เมื่อน้ำท่วมก็บริหารอะไรกันไม่ได้นั่นแหละครับ
 
              ตอนนี้คนที่หนักใจสุดเอาเข้าจริงจึงอยู่ที่ฝ่ายค้านนั่นแหละครับ โดยเฉพาะคุณสุเทพและคุณอภิสิทธิ์ ที่กำลังจะโดนการสังเวยทางการเมือง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็น่าสงสารคุณอภิสิทธิ์อยู่มาก เพราะคุณอภิสิทธิ์นั้นจัดอยู่ในประเภทลงทุนต่ำแต่ผลตอบแทนเคยสูง แต่วันนี้ก็โดนอดีตไล่ล่าอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะผลตอบแทนที่เคยสูงนั้นมีผลข้างเคียงอยู่มาก
 
              กรณีการรุกคืบกระชับพื้นที่คุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพนั้นตอนนี้เป็นงานใหญ่ที่ไม่แน่ใจว่า วาทกรรมคนเสื้อดำและเผาบ้านเผาเมืองนั้นจะยังมีมนต์ขลังอยู่แค่ไหน
 
              ว่าง่ายๆ ว่าทหารนั้นจะลอยตัวแล้วครับ เพราะกฎหมายคุ้มครองเอาไว้ หากพิสูจน์ได้ว่าคำสั่งนั้นมาจากไหน ทั้งที่ก็พูดได้ยากว่าหากการตัดสินใจ (อย่างน้อยโดยลายลักษณ์อักษร) นั้นจะมาจากคุณอภิสิทธิ์เท่านั้น เพราะการให้ข้อมูลแวดล้อมก่อนที่คุณอภิสิทธิ์จะสั่งการนั้นก็ต้องมาจากบรรดาทหารเท่านั้นแหละครับ
 
              เรียกว่า ถ้าคุณอภิสิทธิ์ไม่นั่งประชุมในราบสิบเอ็ด แต่ประชุมที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ผมจะไร้เดียงสาไปไหม ทำราวกับว่าไม่มีช่อดอกไม้ไปส่งถึงราบสิบเอ็ดซะงั้น) หรือสถาบันพระปกเกล้า คุณอภิสิทธิ์อาจไม่ได้ตัดสินใจเช่นนั้นก็อาจเป็นไปได้
 
              สิ่งที่ออกจะดูโหดร้ายไปสักหน่อยตอนนี้ก็คือการจัดการคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพนั้นกำลังเกิดอยู่ท่ามกลางความเงียบราวกับว่าคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพนั้นเป็นขวดของเครื่องดื่มที่ไม่ต้องคืน 
 
              คนที่ออกไปเลือกคุณอภิสิทธิ์เอง คนที่ออกไปช่วยเขาล้างถนน คนที่ออกไปแสดงความคิดเห็นหน้าเว็บก็ล้วนเงียบงัน
 
              เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ในอีกทางหนึ่งก็คือเป็นเรื่องของการถูกอดีตไล่ล่าตนเองของบรรดาพลังเงียบและไม่เงียบที่ผลักดันให้ระบบนี้มันดำเนินมาจนถึงจุดนี้นั่นแหละครับ
 
              สิ่งที่ตามหลอกหลอนคนเหล่านี้ก็คือ ครั้งหนึ่งหลังรัฐประหาร (หรือแม้กระทั่งตอนทำรัฐประหาร หรือก่อนหน้านั้น) ก็เคยมีความเชื่อที่ว่า ถ้าเอาคุณทักษิณนั้นออกจากระบบการเมืองได้ ไม่ว่าจะกำจัด หรือเอาไว้ห่างๆ ทุกอย่างจะดีขึ้น
 
              ฝันร้ายที่ตามมาก็คือ วันนี้คุณทักษิณยังโคจรไม่ทุกข์ไม่ร้อนมากนัก ขณะที่เกมไล่ล่ากำลังย้อนกลับอย่างเจ็บแสบ และดิ้นยากกว่าคดีการฆ่าคนตายกลางเมืองนั้นเป็นเพียงแค่แรงจูงใจทางการเมือง
 
              ผมเชื่อว่าคุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพไม่ใช่คนที่โหดเหี้ยมเกิดมนุษย์ ไม่ใช่ยักษ์ใช่มาร ผมเชื่อว่าคุณอภิสิทธิ์กับคุณสุเทพนั้นรักชาติบ้านเมืองและมีความเข้าใจเรื่องคุณค่าความดีงามไม่ต่างไปจากคนอื่นๆ แต่คนทั้งหลายที่ใช้คุณอภิสิทธิ์และคุณสุเทพแล้วทิ้งทั้งหลายเนี่ย…หึหึ…เหนือคำบรรยายครับผม